โพสต์

Smart Reading 5 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณมีสมาธิในการอ่าน
ใครเคยมีปัญหากับการอ่านหนังสือ อ่านแล้วชอบใจลอย อ่านแล้วจำไม่ค่อยได้ กลายเป็นคน ไม่ชอบอ่าน เพราะรู้สึกว่า มันน่าเบื่อ แต่สุดท้าย.. การเรียนรู้จากตำราเรียน หรืองานเขียนดีๆ ก็หนีไม่พ้น การอ่าน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจกลไกการทำงานของสมองที่ส่งผลให้การอ่านของคุณมีอรรถรส จะไม่ใช่ยาขมของคุณอีกต่อไป
วิธีที่ 1 : “สมอง และ ตา”
กระบวนการทำงานของ “สมอง” และ “ตา” เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เราใช้ ดวงตา เป็นตัวรับข้อมูล สมองเป็นตัวประมวลผล การประมวลผลของสมอง เหมือนการนำข้อมูลที่เป็นคำหรือประโยค แปลงออกมาเป็นจิ๊กซอว์ หรือเป็นภาพเล็กๆ ถ้าสมองยังประมวลข้อมุลนั้นไม่เสร็จสมบูรณ์ ตาของเราเคลื่อนไปยังคำต่อไป หรือป้อนข้อมูลใหม่เข้าไปอีก พออ่านจบหน้ากระดาษ สมองเก็บข้อมูลไม่มีคุณภาพ (ไม่สมบูรณ์) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไม่เข้าใจ และจำสิ่งที่อ่านไม่ได้ การอ่านเร็วไม่ได้ประเมินจากความไวของตา แต่วัดจากความไวในการคิดของผู้อ่าน
วิธีแก้ คือ.....
ปรับตำแหน่งการวางหนังสือให้อยู่ในระดับเดียวกับสายตา จะทำให้เราคิดได้ดีขึ้น
เพราะตำแหน่ง และการเคลื่อนไหวของตาจะช่วยให้เราหาข้อมูลและสร้างภาพจินตนาการในขณะอ่านได้ง่ายขึ้น
วิธีที่ 2 “สมอง กับ สมาธิ”
สมองคนเราสามารถประมวลข้อมูลได้ 700-1500 คำต่อนาที แต่ความเร็วในการอ่านของคนส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 250-350 คำ/นาที เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สมองจะเหลือ ที่ว่างให้ไปคิดถึงสิ่งอื่นๆ และมักจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจกว่า พื้นที่ว่างในสมองทำให้เราย้อนกลับไปอ่านคำก่อนหน้าบ้าง บรรทัดก่อนหน้า หรือหัวข้อที่เพิ่งอ่านจบไปบ้าง ทำให้สมาธิหลุดไป
วิธีแก้ คือ.....
อ่านให้เร็วขึ้น !!! จะช่วยให้คุณมีสมาธิในการอ่าน และยังสามารถช่วยลดช่องว่างของสมองไม่ให้มีพื้นที่ในการคิดเรื่องอื่นได้ เช่น ตอนคุณขับรถ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง คุณจะสามารถคิดเรื่องงาน เรื่องครอบครัว แต่ถ้าคุณเหยียบคันเร่ง เป็น190 กิโลเมตร/ชั่วโมง คุณจะรวบรวมสมาธิมาไว้ที่การขับรถทันที
วิธีที่ 3 “สมอง กับ ช่วงเวลา”
ถ้าคุณเคยรู้สึกผิดกับตัวเองที่ไม่สามารถอ่านหนังสือต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ 2-3 ชั่วโมงได้ จริงๆ แล้ว จำนวนชั่วโมงยาวๆ ไม่ใช่ตัวชี้วัดความเข้าใจ ความจำ หรือผลลัพธ์ในการเรียน การสอบ
สมองมีศักยภาพในการจำที่มีประสิทธิภาพได้ในระยะเวลาหนึ่ง ถ้าให้คุณจำรายการซื้อของ 20 อย่าง คนส่วนใหญ่จะจำได้ 6-7 อย่าง ของรายการทั้งหมด เราเรียกว่า ประสิทธิภาพในการจำ แปรผกผันต่อเวลา เพราะข้อมูลที่เข้าไปสมองจำนวนมากๆ ในเวลานานๆ เป็นสาเหตุให้การอ่านไม่มีประสิทธิภาพ งานวิจัยของคุณ Francesco Cirillo ผู้คิดค้น “Pomodoor Technique” กล่าวว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมของสมอง และร่างกาย คือ 25 นาที และหยุดพัก 5 นาที จะช่วยให้สมองทำงานเต็มกำลังได้ตลอดเวลา
วิธีที่ 4 “สมอง และ การสำรวจ”
เคยเป็นไหม เดินไปซื้อของ ขากลับรู้สึกว่าเร็วกว่าเสมอ ทั้งๆ ที่ระยะทางเท่ากัน หลักการสำรวจนี้สามารถนำไปใช้กับการอ่านได้เป็นอย่างดี โดยให้เราสำรวจสิ่งที่เรากำลังจะอ่านก่อน ไม่ว่าจะเป็นคำนำ สารบัญ หรือเนื้อหาที่เรากำลังจะอ่าน เพราะการสำรวจเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดคำถามขึ้นในสมอง เมื่อคำถามเกิดขึ้น ความรู้และคำตอบก็จะตามมา
วิธีที่ 5 “การทบทวน คือ การบันทึกข้อมูล”
การสรุปบทเรียนหรือใช้ Mind Map ที่สามารถลดระยะเวลาการทบทวน จากการอ่านทั้งหมดอีกรอบ และมีประสิทธิภาพมากกว่า การทบทวนโดยการอ่านจาก Highlight ที่เคยทำไว้ เครื่องมือนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการวางแผน พัฒนาความจำ ความคิด รวมถึงการเรียนหนังสือ และการพรีเซนต์งาน อีกด้วย
If you don’t read , you won’t know anything.
นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งวงการศิลปะในประเทศไทย
ขอให้สนุกในการอ่าน และขอเป็นกำลังใจในการเรียนของทุกๆคนด้วยค่ะ
ติดตามเนื้อหาสาระดีๆ ได้ที่
ศูนย์ประสานงาน DOU
line : @dou-us
Website : www.dou.us
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้