โพสต์


มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เอาจริง! เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงาน 50% ทำงานจากบ้านให้ได้ภายในปี 2030

ผลกระทบจากการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดพฤติกรรมการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของผู้คนหรือ New Normal เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือการทำงานจากที่บ้านที่ ณ วันนี้ หลายองค์กรและหน่วยงานได้ปฏิบัติกันเป็นปกติจนเริ่มกลายเป็นความคุ้นชินกันไปแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท ด้วยการให้พนักงานของเฟซบุ๊กในสัดส่วนราว 50% สามารถปฏิบัติงานจากทางไกลให้ได้ (Remote Work) ภายในอีก 10 ปีข้างหน้าหรือราวปี 2030

“เราจะเป็นองค์กรที่มุ่งไปข้างหน้าที่สุดในแง่ของการให้พนักงานทำงานจากทางไกลด้วยแผนการที่รอบคอบและรับผิดชอบ (งดการเดินทางเพื่อเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ) เราจะทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้พร้อมวัดผลของมันตลอดเวลา” ซีอีโอเฟซบุ๊กให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC News

ปัจจุบันเฟซบุ๊กมีจำนวนบุคลากรในบริษัทราว 50,000 ราย จากการเปิดเผยของ CNBC โดยมาร์กยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า เร็วๆ นี้เฟซบุ๊กจะเริ่มดำเนินการในนโยบายดังกล่าวด้วยการเปิดรับสมัครพนักงานจากทางไกล ซึ่งไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาโรคระบาดเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำความเชื่อของซีอีโอเฟซบุ๊กที่มองว่า ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ ณ สถานที่ใดก็สามารถทำงานได้โดยไร้อุปสรรค รวมถึงยังมีส่วนในการช่วยแก้ปัญหาความแออัดของพื้นที่ในตัวเมืองได้เป็นอย่างดี

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เฟซบุ๊กจะกลับมาเปิดทำการออฟฟิศของพวกเขาในสัดส่วนราว 25% ในวันที่ 6 กรกฎามนี้ เพื่อให้พนักงานสามารถทยอยกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ขณะที่ทวิตเตอร์ก็ได้ประกาศไว้แล้วเช่นกันว่าพวกเขาพร้อมจะให้พนักงานทุกคนในบริษัทสามารถทำงานจากที่บ้านได้ถาวร หากพนักงานส่วนใหญ่ไม่สะดวกจะเดินทางมาออฟฟิศ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
vphotik
ทำไมต้องสิบปีข้างหน้า แค่ทำงานแบบรีโมททุกวันนี้ก็ทำได้อยู่แล้ว งง
22 พ.ค. เวลา 12:41
ณัฐพงศ์ สุทธะโา
ทุกองค์กร ก็ควรตระหนักแม้แต่ของไทยเองก็ตาม
22 พ.ค. เวลา 12:29
Suwitchan Un-udom
โลกอนาคตคงเหงาน่าดู
22 พ.ค. เวลา 11:27
Paungpayom Singtad
ทำไมรู้สึกเป็นห่วงพี่มาร์ค อนาคตกลัวได้ยินแค่ชื่อ
22 พ.ค. เวลา 11:06
BestbookbyBadboy
เป็นคนไทยเหลือแต่ชื่อไปแล้วจ้า
22 พ.ค. เวลา 11:23
1
Paungpayom Singtad
บางทีคนจีนใช่จะจิงใจกับพี่มาร์คนะ บางทีแอบล้วงเอาข้อมูลคนในเฟสที่เป็นuse ของพี่มาร์คแบบไม่สนใจว่าพี่มาร์คจะได้รับความเสียหายอะไรบ้าง ร้ายมาก แต่ยังไงมาร์คก็รักภรรยา 🤣
23 พ.ค. เวลา 03:55