โพสต์

Bebird ไม้แคะหูที่ขายได้ 19 ล้านบาท ในเวลาไม่กี่เดือน
พูดถึงเรื่องง่าย ๆ แต่เป็นปัญหาโลกแตกอย่างการแคะหู เราคงจะนึกถึงไม้แคะหูที่เป็นด้ามพลาสติกปลายสำลีแพ็คละ 10 บาท ที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป แต่รู้ไหม ว่ามีไม้แคะหูอยู่แบรนด์หนึ่ง ที่สามารถขายได้ 19 ล้านบาท ภายในเวลาไม่กี่เดือน..
แล้วแบรนด์ที่ว่านี้คือแบรนด์อะไร ผู้เขียนจะพาไปทำความรู้จักกัน..
Cr. Bebird Mall
ไม้แคะหูยอดขาย 19 ล้านบาทที่ว่านี้ มีชื่อแบรนด์ว่า Bebird ได้รับการออกแบบโดยทีมชาวอเมริกัน โดยเริ่มต้นจากปัญหาง่าย ๆ ของการแคะหู ที่ไม้สำลีธรรมดา ๆ ไม่สามารถนำเอาของเสียออกมาทั้งหมดได้ ทีมผู้ออกแบบจึงได้คิดต่อยอดด้วยการติดกล้องไปที่ปลายไม้แคะหูเสียเลย..
การออกแบบโดยรวมทั้งหมด ไม้แคะหูดังกล่าวมีขนาดเล็ก คล้ายกับปากกาพอที่มือคนธรรมดาสามารถถือจับได้สบาย ปลายด้ามเป็นส่วนสำหรับแคะหู ซึ่งมีอุปกรณ์เปลี่ยนที่เหมาะสมหลายรูปแบบ ทั้งสำลี รูปแบบแปรงขนาดจิ๋ว และอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง
Cr. Indigogo
แต่ที่น่าสนใจคือการนำเอา “Smart Vistual Otoscope” ใส่เข้าไปตรงที่ปลายด้าม โดยในเวลาที่ต้องการจะแคะหู สามารถที่จะดูตามสโคปผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย
ด้วยแนวคิดง่าย ๆ ดังที่ได้กล่าวมา ถ้าหากเป็นเรา ๆ ก็คงจะถามว่าขายได้จริงเหรอ ?
อันที่จริงแล้ว คือถล่มทลายแบบที่เกินคาดไปมากมายเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่ทีมผู้สร้างได้ทำการออกแบบ ผ่านขั้นตอนการผลิตจนแล้วเสร็จ ที่เหลือก็คือการเผยแพร่สู่สายตามวลมหาประชาชน
Cr. Bebird Mall
ทีมได้ตั้งชื่อไม้แคะหูมีกล้องส่องสุดสมาร์ทนี้ว่า “Bebird” รุ่น “X 17 Pro” ซึ่งน่าจะหมายความถึง นกที่สามารถมองเห็นสิ่งเล็ก ๆ จากระยะไกล ๆ ได้นั่นเอง
และขั้นตอนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่นั้นก็คือ.. “การขาย” ทีมได้เริ่มต้นประกาศโปรดักส์ลงบนแพลตฟอร์มชื่อว่า “Indigogo” เว็บไซต์ระดมทุนชื่อดังสัญชาติอเมริกัน ที่มีผู้คนเข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 15 ล้านคนต่อวัน
ที่น่าสนใจก็คือ ทำไม Bebird ถึงวางขายผลิตภัณฑ์ของตนเองบนแพลตฟอร์มระดมทุน ?
เว็บไซต์ Indigogo เป็นแพลตฟอร์มระดมทุนก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนตลาด ๆ หนึ่ง ที่เป็นศูนย์รวมของสินค้าที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ซึ่ง Bebird เองก็กำเนิดขึ้นจากคุณสมบัตินั้นครบถ้วน เพราะฉะนั้นผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาในเว็บไซต์จึงได้ร่วมซื้อแรงบันดาลใจในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
Cr. Indigogo
Cr. Indigogo
รู้ไหมว่า Bebird ตั้งเป้ายอดขายใน Indigogo เพียงแค่ 310,000 บาท แต่รู้ไหมว่ายอดขายในตอนนี้ (13 พ.ค. 63) นั้นพุ่งกระฉูดถึง 19,374,231 บาท หรือคิดเป็นผลประกอบการที่เกินคาดมากกว่า 6,249% เลยทีเดียว..
สรุปแล้ว Bebird เริ่มต้นกิจการมาจากความคิดสร้างสรรค์และขายในความคิดสร้างสรรค์ จนกระทั่งความคิดนั้นเพิ่มพูนเป็นทรัพย์สินหลายสิบล้านบาท..
ท้ายนี้ ขอปิดท้ายด้วยความน่าสนใจของ Bebird รู้ไหมว่าไม้แคะหูแบรนด์นี้ ไม่ได้เพิ่งถือกำเนิดขึ้นเสียทีเดียว แต่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว และรู้ไหมว่าไม้แคะหูบางรุ่นของ Bebird ยังได้รับการลงทุนร่วมจากบริษัทด้านเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงอย่าง.. Mi อีกด้วย..
ส่งต่อทุกแรงบันดาลใจ Share For Inspire
Follow Us On “Facebook” https://www.facebook.com/swivelth
Follow Us On “Instragram” https://www.instagram.com/swivel.th/
Follow Us On “Line” http://nav.cx/2z8bFq6
ความคิดเห็น

กมลวรรณ

สนใจค่ะ ขอรายละเอียดเพิ่มได้มั้ยคะ
15 มิ.ย. เวลา 10:47
15 มิ.ย. เวลา 12:18

Hussapong pongsayathanawat

ราคาเท่าไหร่ คนทั่วไปไม่น่าซื้อใช้ คงจะขายได้แต่ตามคลีนิค ที่สามารถนำมาใช้หาเงินได้
15 มิ.ย. เวลา 04:13

SWIVEL

รุ่นที่ลงทุนร่วมกับ mi 800-900 ก็มีครับ แต่ถ้ารุ่นล่าสุดของแบรนด์ 2000+ ครับ
15 มิ.ย. เวลา 05:06

ณัฐพงษ์ สงวนพานิช

น่าสนใจครับมีขายในประเทศไทยหรือยังครับ
14 มิ.ย. เวลา 13:04

SWIVEL

Shipping ในเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ครับ
15 มิ.ย. เวลา 02:52