MERS – CoV ในตะวันออกกลาง
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลาง เกิดจากโคโรนาไวรัส ก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง เริ่มมีการแพร่ระบาดตั้งแต่ปี 2012 โดยผู้ป่วยร้อยละ 80 มาจากติดเชื้อในประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศอื่นๆในตะวันออกกลางที่มีรายงานได้แก่ United Arab Emirates, Bahrain, Egypt, Islamic Republic of Iran, Jordan, Kuwait, Lebanon, Oman, Qatar, Tunisia, Turkey, Yemen ถึงแม้ในปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อใหม่จะลดลงไปมากแต่ ยังมีรายงานเคสจากประเทศในตะวันออกกลางอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2018 มีผู้ป่วยรายงานจากประเทศซาอุดิอาระเบีย โอมาน เยเมน ซึ่ง13 ใน 15 เคสมาจากซาอุดิอาระเบีย(last update June 2018)
การติดต่อเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยจากการไอ จาม ซึ่งเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเช่นผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์เป็นต้น และเชื่อว่ามีการติดต่อจากสัตว์สู่คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งอูฐ โดยสัมผัสใกล้ชิด ดื่มน้ำนมดิบหรือรับประทานเนื้อดิบ โดยพบเชื้อในอูฐจากประเทศ Egypt, Oman, Qatar, and Saudi Arabia
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ การป้องกันโรคสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด ควรปฏิบัติดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ หรือผู้ที่มีอาการไอ หรือจาม
2. ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยหรือสิ่งแวดล้อมที่ผู้ป่วยสัมผัส
3. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย
4. หลีกเลี่ยงการดื่มนมอูฐดิบ หรือเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก
5. ผู้ที่มีความเสี่ยงรุนแรงได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอูฐ ดื่มนมอูฐ หรือรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก
6. หากมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ ภายใน14วันหลังกลับมาจากประเทศที่มีการระบาด ควรป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นเช่นสวมหน้ากากอนามัยและรีบไปพบแพทย์ทันที
พญ.จิตรฟ้า หรูรุ่งโรจน์ (แพทย์เวชศาสตร์เดินทางและท่องเที่ยว)
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้