โพสต์


ช่างตัดเสื้อเล็บมังกร
วันนี้มีเคล็ดวิชาเล็บมังกรมาฝากครับ..
เคยสังเกตอะไรบางอย่างตอนที่เวลาเราไปงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงสังสรรค์ ตอนที่เรามุงกันกับเพื่อนเยอะๆ มีช่างภาพมืออาชีพถ่ายรูปให้เรากับเพื่อนพร้อมให้ทำท่าไลค์ ทำท่าหัวใจเสร็จ แล้วจะต้องมีใครซักคนในหมู่เพื่อนรวมถึงตัวเราเองต้องยื่นโทรศัพท์มือถือให้ช่างภาพถ่ายให้อีกครั้งหนึ่งด้วยทุกครั้งมั้ยครับ
ที่เราทำกันแบบนั้นเพราะเราไม่รู้ว่าจะได้รูปเมื่อไหร่ ต่อให้เป็นงานที่เราจัดกันเองก็ยังยื่นโทรศัพท์ให้ด้วยทุกครั้ง เพราะเราอยากใช้รูปนั้นทันที ต่างจากวิธีคิดของช่างภาพซึ่งช่างภาพมักจะคิดในมุมตัวเอง อยากให้รูปที่ถ่ายออกมาดี ก็เลยจะต้องใช้เวลาโหลด แต่งรูป กว่าจะได้บางทีก็ข้ามวัน เราเลยต้องถ่ายจากมือถืออีกรอบด้วย เพราะอยากจะโพสต์รูปลง IG FB ในทันทีให้ทันกับเหตุการณ์ หน้าคนอื่นไม่เป๊ะไม่เป็นไร เอาฉันรอดก็พอ
แล้วจะมีช่างภาพคนไหนพยายามคิดในมุมนี้บ้างหรือไม่..
…..
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่เคยอ่านจากหนังสือมีเพื่อนเป็นภูเขา ของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ เลยขอย่อความมาเล่า เรื่องที่พี่จิกเขียนไว้เป็นเรื่องของช่างตัดเสื้อเล็บมังกร
ในยุคสมัยของราชวงศ์หมิงเกือบห้าร้อยปีก่อน มีคำร่ำลือว่าในเมืองหลวงมีช่างตัดเสื้อผู้หนึ่งชื่อช่างหยู เป็นผู้มีพรสวรรค์ในการตัดเสื้อผ้าได้งดงามดั่งมีเทพยดามาช่วยตัดเย็บ เสื้อผ้าที่ช่างหยูตัดนั้นจะมีความละเอียดลออในทุกๆจุดจนหาที่ติแทบมิได้ ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ไม่ว่าจะตัดให้ผู้ใดใส่ความสั้นยาวของชายผ้าจะพอดีตัวผู้ใส่ตามธรรมเนียมการแต่งตัวของราชสำนักเสมอ
หลายเสียงพูดกันว่า ช่างหยูมีกรรไกรวิเศษที่ใช้ในการตัดผ้าทำมาจากเล็บของมังกร แต่ท่ามกลางเสียงร่ำลือก็หามีใครเคยเห็นกรรไกรนั้นไม่ ในที่สุดชื่อเสียงของช่วงหยูก็ดังมาถึงขุนนามหนุ่ม ซึ่งตามช่างหยูมาวัดตัวพร้อมถามหากรรไกรเล็บมังกร ซึ่งช่างหยูก็บอกว่ามีแต่กรรไกรเหล็กธรรมดาและไม่ได้ใช้ของวิเศษใดๆเลย เข็มเย็บผ้าก็ซื้อมาจากตลาด ด้ายก็จ้างคนทำขึ้นมาเหมือนคนอื่นๆ พอขุนนางถามว่าช่างหยูตัดเสื้อผ้ามากี่ปีแล้ว ช่างหยูก็ถามกลับว่าขุนนางหนุ่มรับราชการมากี่ปี
ขุนนางหนุ่มเริ่มไม่พอใจคำถาม เริ่มมีอารมณ์ ก่อนที่ช่างหยูจะอธิบายต่อว่า
“ ขึ้นชื่อว่าขุนนางนั้นไซร้ เมื่อรับราชการแล้วก็ย่อมมีการเปลี่ยนขั้นเป็นธรรมดา ขุนนางหนุ่มที่เพิ่งเข้ารับราชการเมื่อได้ปูนบำเหน็จตำแหน่งสูงขึ้น ก็ย่อมจะเกิดความพึงใจ เวลาเดินก็จะยืดอกผึ่งผาย เมื่อข้าพเจ้าตัดเสื้อให้ ก็จะตัดให้ชายเสื้อด้านหลังสั้นด้านหน้ายาว ครั้นรับราชการไปได้สักกึ่งอายุ จิตใจก็จะค่อยๆเยือกเย็นวางเฉยมากขึ้น ท่าเดินก็จะลดความผึ่งผายลง เสื้อผ้าที่ข้าพเจ้าจะตัดเย็บ ก็จะให้ชายเสื้อด้านหน้าและด้านหลังเสมอกัน และเมื่อรับราชการไปจนใกล้อายุเกษียณ นอกจากการวางเฉยแล้วอาจจะมีความรู้สึกไม่สบายใจปะปนอยู่ ซึ่งย่อมที่จะแสดงออกมาในท่าเดินที่ค้อมตัวลง ข้าพเจ้าก็จะตัดเสื้อให้ชายเสื้อด้านหน้าสั้นแต่ด้านหลังยาว “
ขุนนางหนุ่มได้ฟังก็นิ่งไป..
…….
มืออาชีพที่เป็นตัวจริงในงานที่เขาทำ นอกจากฝีมือแล้ว รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เกิดจากความใส่ใจและเข้าใจลูกค้า ทำให้ตัวจริงของวงการยืนสูงและเหนือกว่าคนอื่นๆเสมอ ในสารคดี jiro dream of sushi ที่นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงฝีมือขั้นเทพที่เกิดจากการพัฒนาทักษะอย่างยาวนานของปู่จิโร่แล้ว เรายังได้เห็นความใส่ใจในรายละเอียดขั้นสุดยอดเวลาปู่จิโร่วางซูชิให้ลูกค้า ตั้งแต่สังเกตความถนัดของมือ ถ้าถนัดซ้าย ปู่จิโร่ก็จะวางซูชิคำต่อไปให้เหมาะกับมือซ้ายหยิบ ถ้าเป็นผู้หญิง ปู่จิโร่ก็จะปั้นข้าวคำเล็กหน่อย แล้วกะเวลาให้ผู้หญิงได้ทานในจังหวะเดียวกับผู้ชายเริ่มและจบได้ในเวลาเท่ากัน มือหนึ่งตัวจริงที่ว่ากันว่ามีเล็บมังกรเป็นอาวุธ ในนั้นมักจะซ่อนกำลังภายในควบคู่ไปด้วย กำลังภายในชนิดนี้สมัยใหม่เรียกว่า empathy นั่นเอง
……….
ช่างภาพทั่วไปมักจะมองเห็นแต่ในมุมตัวเอง พยายามใช้เวลาแต่งรูปให้สวย แต่ลืมนึกไปว่าลูกค้าผู้ถูกถ่ายต้องการอะไรจริงๆกันแน่ แม้กระทั่งลูกค้าถึงกับยื่นโทรศัพท์ของลูกค้าให้ถ่ายซ้ำก็ยังไม่ค่อยรู้ตัว แต่ในทุกอุตสาหกรรม ตัวจริงของวงการมักจะแตกต่างจากช่างฝีมือทั่วไปเสมอ เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้อ่าน status ใน fb ของคุณอาร์ม จักรวิน แห่ง box wedding ช่างภาพมือวางอันดับต้นๆของประเทศไทยได้โพสต์ไว้ ซึ่งพออ่านแล้วก็จะไม่สงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงยืนได้สูงกว่าคนอื่นมานานหลายปี คุณอาร์ม เขียนไว้ว่า
“ เช้านี้ ผมถ่ายงานแต่งงาน คุณริต้ากบคุณกรณ์ ซึ่งเห็นแขกในงาน up รูปแสดงความยินดีจากรูปถ่ายของทีมงานผม หลายคนอาจคิดว่าเร็วมาก มีงานเมื่อเช้าแต่ได้รูปครบทุกเหตุการณ์ แต่ในความคิดผมนั้น มันช่างช้าเหลือเกินที่แขกจะได้รูปทันที ไม่เหมือนมือถือ ที่ถ่ายแล้วได้เลย
เป้าหมายของผม ความเร็วที่แขกในงานจะได้รับรูปจากช่างภาพในทีมผมจะต้องชนะมือถือให้ได้ ขอติดตาม disruption ในวงการถ่ายภาพเร็วๆนี้นะครับ”
นี่คือวิธีคิดของช่างภาพเล็บมังกรที่ผมได้รู้จัก
ลองฝึกเคล็ดวิชานี้กันนะครับ เราจะได้มี ช่างผมเล็บมังกร แม่ครัวเล็บมังกร แท็กซี่เล็บมังกร นักขายเล็บมังกร ช่างไฟเล็บมังกร นักวิเคราะห์เล็บมังกร ฯลฯ เกิดขึ้นเยอะๆในยุทธจักร เป็นเคล็ดวิชาฝ่าโควิดกันครับ
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
กลอนพาไป
สู้ ๆ ครับผม
23 มิ.ย. เวลา 23:20
block dit open my eyes
ขอบคุณที่เขียนไว้ให้อ่าน ได้ข้อคิดสะกิดใจ ชวนให้คิดทำเล็บมังกรให้เลิศในวิชาชีพ แล้วจะตามอ่านต่อไปนะครับ
19 มิ.ย. เวลา 01:23
wat
รูปถ่ายพร้อมกรอบที่บริการในสวนดอกไม้หลายๆ แห่ง ตรงทางออกจะมีซุ้ม ที่ช่างภาพของสวนถ่ายรูปเราไว้ ช่างภาพฝีมือๆ ถ่ายได้องค์ประกอบภาพและหลายๆ อย่าง ดีกว่าจากกล้องเรา
18 มิ.ย. เวลา 09:26
1
รณชัย เมืองช่วย
ชอบมากครับ
18 มิ.ย. เวลา 08:56
เมืองไทยไดอารี่ by Supawan
มีมุมดีๆให้คิดเลยค่ะ
18 มิ.ย. เวลา 07:08
PRC
ได้ข้อคิดมากคะ ขอบคุณคะ กับบทความดีๆ
18 มิ.ย. เวลา 06:43
ขอแค่บวก 1
ขอบคุณค่ะ
18 มิ.ย. เวลา 06:11
Good Stories | ทุกอย่างมีเวลาของมัน
👍👍👏 ชอบเรื่องนี้ของพี่จิก ขอบคุณเรื่องเล่าด้วยนะคะ ทุกคนมีความสามารถและทำให้มันเป็นเล็บมังกรของเราให้จงได้ .. อยากทำให้ได้ในเรื่องธรรมดาที่ถนัดของตัวเองราวกับมีเล็บมังกรเหมือนกันค่ะ 🙌🙌✌️
18 มิ.ย. เวลา 05:33