โพสต์


FOCUS : Mark Zuckerberg สูญเสียความมั่งคั่งกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หลังจากหลายบริษัทคว่ำบาตรการโฆษณากับ Facebook ทำให้มูลค่าหุ้นลดลง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้สั่งแบน Visa ของเจ้าหน้าที่จีนในฮ่องกง
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Mark Zuckerberg ได้สูญเสียความมั่งคั่งไปกว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์ หลังจากเกิดความวุ่นวายในตลาด โดยการที่หลายบริษัทยกเลิกการลงโฆษณากับ Facebook
หุ้น Facebook Inc. ลดลงทันที 8.3% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน หลังจาก Unilever ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทที่ลงโฆษณากับ Facebook เป็นมูลค่าสูงที่สุด ได้เข้าร่วมการคว่ำบาตรในการลงโฆษณากับ Facebook
Unilever ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม ผงซักฟอก และสินค้าเพื่อสุขอนามัยอื่น ๆ ที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 1 ของโลก โดยมียอดขายกว่า 2 ล้านล้านบาท/ปี จำหน่ายอยู่ใน 190 ประเทศทั่วโลก และมีสินค้ากว่า 400 ตราสินค้า
มีผู้บริโภคใช้สินค้าของ Unilever ทุกวันอย่างน้อยวันละ 2.5 พันล้านคน (พวกแชมพู Dove และยี่ห้ออื่น ๆ ทั้งหลายที่เราใช้ ๆ กันอยู่ก็คือบริษัทนี้ผลิตเกือบทั้งหมดเลยจ้า)
อนึ่ง Unilever ได้กล่าวว่าจะหยุดลงโฆษณากับ Facebook ไปจนถึงอย่างน้อยสิ้นปีนี้
มูลค่าหุ้นทั้งหมดของ Facebook ลดลงไปประมาณ 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ และความมั่งคั่งสุทธิของ Mark Zuckerberg ลดลงมาอยู่ที่ 8.23 หมื่นล้านดอลลาร์ อ้างอิงจาก Bloomberg Billionaires Index ซึ่งติดตามความมั่งคั่งของ 500 คนที่รวยที่สุดในโลก (เฉพาะที่เปิดเผยตัวตน)
สาเหตุของการคว่ำบาตรครั้งนี้ หลายบริษัทให้เหตุผลว่า Facebook นั้นล้มเหลวในการควบคุมคำพูดหรือข้อความที่แสดงความเกลียดซังต่อตำรวจ (Police Hate Speech) รวมถึงไม่ยอมจัดการกับข้อมูลที่ผิด ๆ ใน Platform ของตนเอง
ตัวอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ นอกจาก Unilever ที่ประกาศคว่ำบาตรการโฆษณากับ Facebook มีดังนี้
1. Coca-Cola Co. บริษัทผู้ผลิต "โค้ก" ที่ทั่วโลกรู้จักกันดีนั่นเองครับ ซึ่งได้ประกาศคว่ำบาตรโฆษณากับ Facebook อย่างน้อย 30 วัน
2. Hershey Co. บริษัทผู้ผลิตช็อกโกแลตชื่อดัง Hershey ที่วางขายให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ตามร้านค้าทั่วไปเลยครับ
3. Verizon Communications Inc บริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ อเมริกา
4. Levi Strauss & Co. บริษัทผู้ผลิตกางเกงยีนส์ Levi ที่ทั่วโลกรู้จักกันดีนั่นเอง
นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัทอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งได้ประกาศระงับการลงโฆษณาบน Facebook
ส่วนทางฝั่ง Facebook เองล่าสุดก็ได้มีการประกาศออกมาแล้วว่า บริษัทจะเพิ่มความเข้มงวด ข้อห้าม และมาตรการเพื่อจัดการกับคำพูดที่เป็น Hate Speech รวมถึงการให้ข้อมูลที่ผิด ๆ ภายใน Platform ให้มากขึ้นอย่างจริงจังต่อจากนี้ไป
ขณะเดียวกันนี้เอง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศแบน Visa ของเจ้าหน้าที่จีนหลายคน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้คนในฮ่องกง
เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวว่านี่เป็นการตอบโต้และต่อต้านไม่ให้จีนปรับใช้กฏหมายใหม่ภายในเมือง แต่ก็มีข้อสังเกตที่ว่า "การสั่งแบน Visa ในครั้งนี้ อาจเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น" เนื่องจากเจ้าหน้าที่จีนในตอนนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังสหรัฐฯ เลย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของ Coronavirus อย่างหนักเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ก็ได้ตอบโต้กลับมาว่า "นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของหลาย ๆ ขั้นตอนที่สหรัฐฯ วางแผนจะคว่ำบาตรจีน"
ความเคลื่อนไหวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้กำลังเสื่อมลงไปทุกที ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Pentagon ก็ได้ประกาศรายชื่อของบริษัทจีน 20 แห่งที่ถูกควบคุมและเป็นเจ้าของโดยกองทัพจีน
โดย 20 บริษัทเหล่านี้กำลังเป็นที่เพ่งเล็งอยากหนักว่าจะต้องโดนตรวจสอบ ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินการใหม่ หรือในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือการโดนคว่ำบาตร ซึ่งแน่นอนว่า Huawei และ Hikvision ก็ยังอยู่ในรายชื่อของ 20 บริษัทนี้
นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา วุฒิสภาของสหรัฐฯ (U.S. Senate) ก็ได้อนุมัติกฏหมายที่จะลงโทษธนาคารใดก็ตาม ที่ทำธุรกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่จีน เพื่อให้มีการปรับใช้กฏหมายใหม่ภายในฮ่องกง (ทีนี้ก็เหลือแต่ทรัมป์แล้วครับว่าจะลงลายเซ็นหรือไม่)
สำหรับความเคลื่อนไหวต่อไป ก็คาดว่าจะมีให้เห็นกันในเร็ว ๆ นี้ ส่วนเรื่องการประท้วงในสหรัฐฯ ก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสภาผู้แทนสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างข้อกฏหมายปฏิรูปตำรวจแล้วครับ ขั้นตอนที่เหลือก็คือการอนุมัติจาก Senate และส่งไปยังทรัมป์เพื่อลงลายเซ็นครับ
การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา
World Maker
สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
nipon
เขียนได้ดีมากครับกระชับ ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน
27 มิ.ย. เวลา 13:02
Permvit chaisuvarn
So good Bluejean911 sawasdee insincere But the leg itself
27 มิ.ย. เวลา 10:57
Near us
ผมมองว่าการที่ Coca-Cola และบริษัทที่ร่วม Band Facebook ครั้งนี้ก็เพราะว่าต้องการสร้างกระแส+จุดยืนให้กับคนอเมริกันที่เห็นด้วยกับการประท้วงมากกว่าครับ เพราะบริษัทพวกนี้รู้อยู่แล้วว่า Brand ของตัวเองเข็มแข็งมากพอจนไม่ต้องพึ่ง Advertising จาก Facebook แล้ว
27 มิ.ย. เวลา 10:00
7