โพสต์


พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำของรัฐบาลชุดปัจจุบัน คล้ายจะสามารถเคลียร์ปัญหาภายในของตนเองได้สำเร็จลุล่วง
ภายหลังการผงาดขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคของ "บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" ซึ่งดำรงตนเป็น "พี่ใหญ่" และ "หัวหน้าพรรคอย่างไม่เป็นทางการ" มานานพอสมควร
นับจากนี้ บรรดาก๊ก-กลุ่มในพรรคพลังประชารัฐอาจสลายหายไป หรือถึงยังคงอยู่ ก็น่าจะเชื่อมประสานยึดโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างเหนียวแน่นกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐภายใต้การนำของบิ๊กป้อมคงจะควบคุมเกมการเมืองในสภาได้โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รวมทั้งมีความได้เปรียบยามลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งทุกระดับ ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อันเนื่องมาจากการมีศักยภาพบังคับควบคุมกลไกต่างๆ ของระบบราชการ
แน่นอน เร็วๆ นี้ คงมีการปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อสร้าง "ความเป็นปึกแผ่น" ครั้งใหม่ และเขี่ยเสี้ยวส่วนของ "อดีต" ที่ถูกประวัติศาสตร์ใช้แล้วทิ้ง ให้หลุดลอยพ้นไป
ดูๆ ไปแล้ว "วันพรุ่งนี้" ของพรรคพลังประชารัฐในยุค พล.อ.ประวิตร จึงเหมือนจะมุ่งหน้าไปสู่ความรุ่งโรจน์-มั่นคง โดยปราศจากปัญหาทางการเมืองใดๆ เป็นอุปสรรคขัดขวางระหว่างทาง
อย่างไรก็ดี ในภาพกว้างกว่านั้น ยังมีปัญหาสำคัญๆ ที่ก่อตัวขึ้น อยู่นอกเหนือ "เขตอิทธิพล" ของพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อทีมเศรษฐกิจ "สี่กุมาร" ถูกถอนยวงออกจาก ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คำถามที่ต้องคิดต่อ ก็คือ ใคร/บุคคลกลุ่มใดจะกล้าเสี่ยงเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ที่กำลังเสื่อมทรุดอย่างน่าวิตกกังวล ทั้งเพราะภาวะซึมตัวที่แสดงอาการออกมาพักใหญ่และการแพร่ระบาดของโควิด-19
หากพิจารณาจากตัวเลขล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เพิ่งคาดการณ์ว่าจีดีพีในปี 2563 จะขยายตัวติดลบ 8.1 เปอร์เซ็นต์
เช่นเดียวกับตัวเลขการส่งออกที่จะขยายตัวติดลบ 10.3 เปอร์เซ็นต์ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะติดลบ 3.6 เปอร์เซ็นต์ และ 13.8 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดเหลือเพียง 8 ล้านคน จากคาดการณ์เดิม 15 ล้านคน
โดยมีแค่การลงทุนภาครัฐเท่านั้นที่จะขยายตัวเป็นบวก
ไม่นับรวมว่าถ้ามีคนกล้าหาญเข้ามารับหน้าเสื่อแล้ว คนเหล่านั้นจะทำงานได้สำเร็จหรือไม่? แค่ไหน?
เช่นเดียวกับการก้าวกระโดดจากการเป็นนักวิชาการมาสู่นักการเมืองเต็มตัว หรือจากโฆษกรัฐบาลไปสู่เก้าอี้รัฐมนตรีของ "ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดผิดคาดอะไร
กระนั้น การวางตัว ดร.แหม่ม เป็นมือทำนโยบายเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ (แม้จะไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล) ก็ยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามและความไม่เชื่อมั่น-ไม่แน่ใจจากคนนอกพรรค
อีกหนึ่งประเด็นที่ควรใส่ใจ คือ การเคลื่อนไหวทางการเมืองนอก "สถาบันการเมือง"
เมื่อกระแสแฟลชม็อบที่นำโดย "คนรุ่นใหม่" ที่เคยเงียบหายไประหว่างมาตรการล็อกดาวน์ในช่วงไวรัสโคโรนาระบาด ได้กลับมาส่งเสียงอัน "ดัง" และ "แรง" ขึ้นอีกหนในเดือนมิถุนายน
แม้พรรคพลังประชารัฐจะคอนโทรลรัฐบาลและ "การเมืองในระบบ" ได้อยู่มือ แต่นั่นก็เป็นคนละเรื่องกับโลกอีกใบในโซเชียลมีเดีย
ไม่ว่าจะเป็นกระแสความเคลื่อนไหวที่จับไม่ค่อยได้ไล่ไม่ค่อยทันตามทวิตเตอร์ หรือปรากฏการณ์ที่อินฟลูเอนเซอร์บางราย มียอดผู้คลิกไลค์เพจลดกระหน่ำลงร่วมล้านคน หลังโพสต์ชื่นชมบิ๊กป้อม
จึงน่าตั้งคำถามว่า รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐจะสามารถรับมือกับกระแสความเปลี่ยนแปลง (ที่ยังไม่สิ้นสุดและไม่เคยหยุดนิ่ง) เหล่านี้ได้ไหวและเท่าทันหรือไม่?
คิดแล้วน่าเหนื่อยแทน
โดย ปราปต์ บุนปาน
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
กินข้าว กินปลา
แวะมาอ่าน ติดตามนะคะ
29 มิ.ย. เวลา 15:01