โพสต์


นายแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์หลายคน ออกมาแสดงความคิดเห็นตรงกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เข้าใจผิดเกี่ยวกับความร้ายแรงของโรคระบาดอย่างโควิด-19 มาตลอด เพิ่งจะได้ความรู้ใหม่มาเมื่อตอนทำความรู้จักกับมันได้ 5-6 เดือนแล้วนี่เอง
อย่าง นายแพทย์ เอริค โทโพล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยของสคริปป์ คอลเลจในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา บอกว่า หมอหลายคนรวมทั้งตนเองเข้าใจว่า โควิด-19 จะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจในร่างกายคนเราเพียงอย่างเดียว เอาเข้าจริงแล้วเป็นความเข้าใจผิด
โควิด-19 ยังลามไปก่อให้เกิดอาการให้กับอวัยวะอื่นๆ อีกมากนอกเหนือจากปอด ตั้งแต่ตับ, สมอง, ไต และอื่นๆ อีกมากมาย
คุณหมอโทโพลบอกว่า นอกจากจะทำให้หายใจหอบ หายใจลำบากแล้ว โควิด-19 ยังทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบบวม แล้วก็กลายเป็นจุดตีบตันที่สามารถนำไปสู่อาการสโตรค หรือโรคหลอดเลือดเลี้ยงสมองได้
โควิด-19 ยังก่อให้เกิดอาการอักเสบรุนแรงขึ้นกับหลายๆ ระบบอวัยวะในร่างกายคนเรา
สามารถก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนทางประสาท ที่มีตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างอาการปวดศีรษะ, วิงเวียน, การสูญเสียความสามารถในการดมกลิ่น ไปจนถึงอาการหนักๆ อย่างเช่น ชักเกร็ง และอาการสับสน
นายแพทย์ซาดิยา ข่าน ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจประจำสำนักการแพทย์นอร์ธเวสเทิร์น ในนครชิคาโก เห็นพ้องด้วย แล้วเสริมว่า เรื่องที่โควิด-19 ไปก่อให้เกิดความเสียหายแทรกซ้อนขึ้นนอกเหนือจากปอดนี่แหละที่เป็นความสามารถที่น่าทึ่งที่สุดของไวรัสตัวนี้
นายแพทย์ผู้นี้เตือนว่า ใครที่รอดชีวิตมาได้หลังจากเกิดอาการป่วยเพราะติดเชื้อไวรัสโควิดละก็ ควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะค่าดูแลรักษาสภาพภายในร่างกายของคนคนนั้นจะสิ้นเปลืองเป็นภาระหนักต่อไปไม่ใช่เล่นในระยะยาว
คุณหมอรายนี้บอกด้วยว่า ผู้ป่วยที่ถึงขนาดต้องเข้าไอซียู หรือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานเป็นสัปดาห์หรือหลายสัปดาห์ น่าห่วงมากที่สุด
เพราะไม่แน่นักว่า ถึงที่สุดแล้วผู้ป่วยหนักทำนองนี้อาจไม่สามารถกลับมาแข็งแรงเหมือนก่อนหน้าติดเชื้อได้อีกแล้ว
แพทย์หญิง เฮเลน ซัลส์บิวรี จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เขียนลงในวารสารวิชาการการแพทย์แห่งอังกฤษว่า ผู้ป่วยหลายคนที่ตนดูแล เอกซเรย์ทรวงอกซ้ำหลายครั้ง ไม่พบอะไรผิดปกติ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถฟื้นสุขภาพให้เป็นปกติได้
"ถ้าก่อนนี้ คุณเคยวิ่ง 5เค (ฟันรัน) ได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง แล้วตอนนี้เกิดหายใจหอบ หายใจไม่ค่อยออกกับแค่ขึ้นเดินบันไดชั้นบนละก็ เรื่องที่กลัวๆ กันว่าคุณไม่มีวันกลับมามีสุขภาพเหมือนเดิมก็น่าจะเป็นจริงได้มากๆ"
คำถามที่หมอทั้งหลายยากที่จะตอบได้ชัดเจนในตอนนี้ก็คือ ไอ้สภาพเสื่อมสุขภาพอย่างนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะร่างกายเราฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้ช้ามาก
หรือว่า อาการเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วจะกลายเป็นอาการถาวร ไม่มีวันหายไปอีกแล้ว
ที่สำคัญก็คือ ไม่ใช่เพียงแค่คนที่ติดเชื้อแล้วป่วยหนักเท่านั้นที่อาจมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังในอนาคต แม้แต่คนที่มีอาการไม่มากนัก ก็อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้เช่นกัน
นายแพทย์ อิกอร์ โครัลนิค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหัวหน้าคณะแพทย์ด้านอาการทางประสาทจากการติดเชื้อของนอร์ธเวสเทิร์น เมดิคัล เข้าไปตรวจสอบศึกษารายงานทางการแพทย์เกี่ยวกับโควิด-19 ทั้งหมด พบว่า ราวครึ่งหนึ่งเกิดอาการแทรกซ้อนทางประสาท เช่น ง่วงซึม, ความตื่นตัวลดน้อยลง, สมาธิลดน้อยลง, มีปัญหาเรื่องการดมกลิ่นและรู้รส, ชักเกร็ง, ปวดกล้ามเนื้อ แล้วก็สโตรค
คุณหมอโครัลนิคตั้งเป้าการศึกษาวิจัยต่อไปของตนเองว่า ต้องหาทางพิสูจน์ยืนยันให้ได้ว่า อาการจำพวกนี้เป็นอาการชั่วคราวหรือถาวรกันแน่
ถ้าเป็นอาการถาวรอย่างที่กลัวๆ กันละก็ แสดงให้เห็นว่า โควิด-19 เป็นอันตรายต่อคนเรามากกว่าที่คิดไว้มหาศาลเลยทีเดียวครับ
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Yai Jira
ถึงมันจะร้ายยังไงก็หนีไม่พ้นกฏแห่งไตรลักษณ์ สาธุ
30 มิ.ย. เวลา 06:30
keng
เราต้องรอด
30 มิ.ย. เวลา 04:05
นายเฉื่อย
ประมาทเมื่อไหร่ มนุษย์จะมีสภาพไม่เหมือนเดิม
30 มิ.ย. เวลา 03:23
นุช หาญ
เราก็รู้สึกว่ามันน่าจะมีพิษสงมากกว่าที่เห็นในปัจจุบันเพราะบางคนรักษาตัวนานมาก น่ากลัว
29 มิ.ย. เวลา 23:50
Supawan’s Diary
มันน่ากลัวมากๆ
29 มิ.ย. เวลา 23:04
1
อธิวัฒน์ วรรณคำ
เป็นสิ่งที่ต้องชี้แจงด่วน
29 มิ.ย. เวลา 16:53
1
Pawish Truthatsanawin
ขอบคุณครับ
29 มิ.ย. เวลา 15:36