โพสต์

อิฐสองก้อน
ผมอ่านข่าวเล็กๆผ่านตาอยู่ข่าวหนึ่งเมื่อสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ข่าวนั้นพูดถึงสถิติการหย่าร้างที่สูงขึ้นผิดปกติที่ประเทศจีนในช่วงถูกกักกันตัวเพื่อป้องกันโควิด และในข่าวชิ้นเดียวกันก็บอกว่าที่อังกฤษก็เริ่มมีแนวโน้มคล้ายๆกัน
โดยไม่ต้องเดาอะไรให้ลึกซึ้ง ผมเชื่อเลยว่าเมืองไทยก็ต้องมีเทรนด์ทำนองนี้เช่นเดียวกัน เพราะการที่สามีภรรยาต้องปรับตัวมาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืนนั้น มีโอกาสที่จะระหองระแหงสูงมาก
ไม่พูดถึงแค่สามีภรรยา บางบ้านต้องอยู่กับลูกทั้งวันทั้งคืน อยู่กับพ่อแม่ ญาติพี่น้องก็จะเริ่มหงุดหงิดใส่กัน ไม่พูดถึงเพื่อนบ้าน ซึ่งเมื่อก่อนนานๆเจอที เดี๋ยวนี้จอดรถขวางหน้าบ้านทุกวัน ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะเจอกันตลอดแบบนี้ โอกาสที่จะเห็นจุดด้อย ข้อที่น่ารำคาญของอีกฝ่ายมีสูงและบ่อยมาก ต้องเจอต้องเห็นทุกวันซ้ำๆ จะหนีปัญหาเหมือนเดิมคือไปทำงาน หรือออกจากบ้านก็ทำไม่ได้ บ่อยครั้งก็จะเริ่มพูดตำหนิ หรือแขวะ ซึ่งก็จะนำไปสู่การถกเถียง และถ้ารุนแรงกว่านั้นก็ไปเรื่องใหญ่ๆ ทะเลาะกัน หย่าร้างกันอย่างที่เกิดขึ้นที่เมืองจีนหลังถูกกักตัวนานๆเอาก็เป็นได้
ข่าวนี้ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องๆหนึ่งที่เคยอ่านในหนังสือชวนม่วนชื่นเมื่อหลายปีก่อน..
………
พระอาจารย์พรหมผู้เขียนหนังสือเล่าไว้ว่า ตอนที่กำลังสร้างวัดใหม่ที่เพิร์ธ ออสเตรเลีย ท่านต้องเป็นช่างก่อสร้างเองทำทุกอย่างตั้งแต่งานหลังคา ประปาจนถึงก่ออิฐ พระอาจารย์ตั้งใจทำกำแพงอิฐอย่างประณีต ใช้เวลานานมากเพื่อให้กำแพงออกมาสวยที่สุด แต่พอก่อกำแพงเสร็จแล้ว หลังจากยืนดูด้วยความชื่นชม พระอาจารย์ก็แทบช็อคเมื่อพบว่ากำแพงที่ใช้เวลาก่อนานมากนั้นมีอิฐสองก้อนที่เอียงๆ ดูประหลาดแล้วทำให้กำแพงทั้งแผงดูไม่ดีเลย
พระอาจารย์ก็เครียดมาก อยากจะรื้อกำแพงแต่ก็ทำไม่ได้ เดินผ่านทีไรก็เจ็บใจทุกครั้ง เวลามีแขกมาเยี่ยมชม พระอาจารย์ก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่พาแขกไปบริเวณนั้น จนเวลาผ่านไปหลายเดือน วันหนึ่งแขกคนหนึ่งก็เปรยขึ้นมาว่า กำแพงอิฐนี่สวยดีนะ
พระอาจารย์ก็ถามด้วยความประหลาดใจว่า ทำไมดูยังไงถึงสวย ตาไม่ดีรึเปล่า ไม่เห็นหรือว่ามีอิฐเบี้ยวอยู่สองก้อน ทำเอากำแพงดูแย่ไปเลย
คำพูดที่แขกคนนั้นต่อจากนั้นทำให้พระอาจารย์พรหมเปลี่ยนทัศนคติดต่อกำแพงและต่อชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง แขกคนนั้นบอกว่าก็เห็นอยู่ว่ามีสองก้อนที่เบี้ยว แต่ก็มีอีก 998 ก้อนที่สวยงามอยู่ด้วยเช่นกัน
พระอาจารย์พรหมเล่าว่า เป็นครั้งแรกที่พระอาจารย์เห็นอิฐก้อนอื่นบนกำแพงนอกเหนือจากสองก้อนนั้น อิฐที่สวยงาม เรียงอย่างเป็นระเบียบล้อมอิฐสองก้อนนั้นและเยอะกว่ามาก พอเห็นอิฐดีๆแล้ว ก็ไม่ได้อยากรื้อกำแพงนั้นอีกต่อไป
….
พระอาจารย์พรหมสรุปเรื่องราวที่ได้เรียนรู้จากกำแพงอิฐนี้ว่า คนเราหย่าร้างหรือมีปัญหาในชีวิตคู่ก็เพราะตามองแต่อิฐสองก้อนที่ไม่ดี และเพ่งแต่สองก้อนนั้นตลอดเวลาจนไม่เห็นสิ่งดีๆอื่นๆ รวมถึงคนที่คิดจะฆ่าตัวตายก็เช่นกัน พอเราเห็นแต่อิฐสองก้อน ก็จะเห็นว่าโลกนั้นไม่ดีไปหมด คนที่อยู่กับเราตลอดเวลาแย่ไปหมด โดยเฉพาะเวลาที่ชวนให้หงุดหงิดโมโหง่ายเพราะออกจากบ้านไปไหนไม่ได้แบบนี้ จนบางทีเผลอตัวไปทุบกำแพงที่ดีนั้นไปจริงๆ
เราทุกคนย่อมมีอิฐที่ไม่ดีและอิฐที่ดีอยู่ แต่อยู่กันมาถึงตรงนี้ และผ่านอะไรกันมาเยอะ อิฐที่ดีย่อมมีมากกว่าอิฐที่ไม่ดีอย่างแน่นอน เพียงแค่พอเริ่มรู้สึกว่าตาสลัดไม่หลุดจากอิฐสองก้อน ก็ขอให้เดินถอยห่างออกมาหน่อย แล้วพยายามมองทั้งกำแพง เราก็ยังคงน่าจะเห็นกำแพงที่แข็งแรงและอิฐส่วนใหญ่ที่เรียงอย่างเป็นระเบียบ และเริ่มเห็นอิฐสองก้อนนั้นเล็กลง
และพอเริ่มเห็นกำแพงและอิฐส่วนใหญ่แล้ว อย่าลืมชมกำแพง ชมอิฐก้อนอื่นๆบ้างนะครับ รับรองได้ว่าวันที่อาจจะแย่ๆจะกลายเป็นวันที่ดีของเราได้อย่างง่ายๆเหมือนเรื่องราวของพระอาจารย์พรหมและแขกผู้มาเยือนเรื่องนี้ครับ….
ความคิดเห็น

ฟันเฟือง

ได้ข้อคิดดีดีไปเต็มๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ^^
2 ก.ค. เวลา 11:04

ครูผู้สร้าง

ชอบมากกับบทความนี้ค่ะ พ่อแม่หย่าร้างผลที่เกิดกับเด็กที่สุด เด็กเศร้า เด็กซึม พ่อไปแม่ แม่ไปไหนพ่อ ครูค่ะ ครูครับ พ่อไม่มาหาผมเลยคับ พัฒนาการเด็กน่าจะได้ไปต่อ แต่ ...กลับต้องชะงักบางคนดาว์นลงอย่างน่าใจหาย
30 มิ.ย. เวลา 10:50

ปภังกร..กฎหมายสายฮา

บทความดีงามมากเลยครับผม
30 มิ.ย. เวลา 08:27