โพสต์

หิมะสีชมพูที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์มันจะส่งผลหรือส่งสัญญาณอะไรเรื่องโลกร้อน?
นักวิทยาศาสตร์เขากำลังค้าหาและศึกษาปรากฏการณ์ หิมะสีชมพู ในบริเวณธารน้ำแข็งเปรเซนา ที่เทือกเขาแอลป์ในเขตประเทศอิตาลี
https://ichef.bbci.co.uk/news/800/cpsprodpb/15534/production/_113284378_tv062301574.jpg
ปรากฏการณ์นี้ที่เกิดขึ้นจากสาหร่ายชนิดหนึ่ง ซึ่งพบในเกาะกรีนแลนด์ รวมทั้งทุ่งหิมะในเทือกเขาแอลป์ และแถบขั้วโลก เม็ดสีที่ออกมาเป็นสีแดงของสาหร่ายชนิดนี้ทำให้หิมะมีสีที่ออกมาเป็นชมพูไปจนถึงสีแดง จึงทำให้ปรากฏการณ์นี้มีชื่อให้เรียกต่าง ๆมากมายเลย เช่น หิมะแตงโม หิมะสีชมพู หิมะสีแดง หรือแม้แต่ หิมะเลือด
ถึงแม้จะเป็นปรากฏการณ์ที่สวยงามและแปลกตา แต่ในบรรดานักวิทยาศาสตร์เขาเชื่อว่า การที่มีหิมะและน้ำแข็งสีชมพูนี้เกิดไม่ใช่เรื่องดีสำหรับปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศ
https://ichef.bbci.co.uk/news/800/cpsprodpb/209C/production/_113284380_tv062301518.jpg
สาหร่ายที่มันยิ่งเพิ่ม ภายในโลกมันยิ่งทำให้ร้อนขึ้นมาก
ตามปกติแล้ว หิมะและน้ำแข็งที่มันจะสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์กลับขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า 80% แต่การที่หิมะและน้ำแข็งมีสีเข้มขึ้นจากสาหร่ายชนิดนี้ ทำให้สูญเสียความสามารถในการสะท้อนความร้อนออกไป และในขณะเดียวกันก็ดูดซับความร้อนเอาไว้มากขึ้นจนทำให้ธารน้ำแข็งเริ่มละลายเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งน้ำแข็งที่มันละลายมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของสาหร่ายมากขึ้นเท่านั้น จนกลายเป็นวัฏจักรที่เป็นอันตรายต่อสภาพภูมิอากาศโลกของเรามากขึ้น
ดร.บิอาโจ ดิ เมาโร จากสภาวิจัยแห่งชาติของอิตาลี ผู้ที่ศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้กล่าวว่า ทุกอย่างที่ทำให้หิมะสีเข้มขึ้นจะทำให้หิมะละลาย เพราะมันจะไปเร่งการดูดซับรังสีดวงอาทิตย์นั้นเอง
https://3.bp.blogspot.com/-ynP7QZbkzSI/V2rmlpUR2jI/AAAAAAAAI6c/gzxtTNTKxx4N-beJPLqN7Yl4J6_pr_3WwCLcB/s1600/3_%
ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ทำขึ้นมาเมื่อในปีที่แล้วเตือนว่า ราวครึ่งหนึ่งของธารน้ำแข็ง 4,000 แห่งในแถบเทือกเขาแอลป์จะละลายหายไปภายในระยะเวลา 30 ปีข้างหน้า เพราะเป็นผลเกิดมาจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก และราว 2 ใน 3 ของธารน้ำแข็งในแถบนี้จะหายไปภายในปี 2100
https://ichef.bbci.co.uk/news/800/cpsprodpb/10AFC/production/_113284386_tv062301434.jpg
รายงานเมื่อในปี 2018 ขององค์การสหประชาติ ที่ระบุไว้ว่า ในโลกของเรากำลังมุ่งสู่ภาวะที่อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี 2030 - 2052 หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นในอัตราที่เป็นอยู่ในปัจจุบันต่อไป และอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น 3 องศาเซลเซียส ภายในช่วงสิ้นสุดศตวรรษนี้
เมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส มันก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือละลายหายไปในฤดูร้อน อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 10 ปี ซึ่งนี่จะทำให้สัตว์และพืชจำนวนมากต้องสูญพันธุ์เพราะถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันเล็กลงไปทุกขณะ
https://www.dmc.tv/images/00-iimage/global-warming-2014-2.jpg
ขอขบอคุณข้อมูลดีจาก https://www.bbc.com/thai/features-53332996
ถ้าหากชอบบทความนี้ก็ไลค์+แชร์+ติดตามให้กับ อยู่ให้รู้ มองให้ลึก ด้วยนะครับ ขอบคุณนะครับ🥰🥰🥰
ความคิดเห็น

คำหนุนใจ

หายไปที่ละนิดๆ
29 ก.ค. เวลา 12:22
1

ตามพลอยมา (Ariya ploy_)

สงสารพวกสัตว์เลยค่ะ ไหนจะพืชอีก 😔
10 ก.ค. เวลา 18:05
1

อยู่ให้รู้ มองให้ลึก

การที่โลกหรือสิ่งที่มีชีวิตเปลี่ยนเเปลงไปในด้านลบนั้นเเหละมันกำลังบอกว่ามนุษย์เราทำร้ายพวกมันอยู่นะ มนุษย์ควรรักษาให้มันฟื้นฟูให้สภาพของโลกดีขึ้น หรือจะทำร้ายต่อในอนาคตในวันข้างหน้าลูกหลานของเราก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นเเค่นั้นเองครับ😊
11 ก.ค. เวลา 09:50
1

หมีขาว | Me and My Sis.|

ปัญหานี้ไม่ไกลตัวเลย
10 ก.ค. เวลา 13:11
1

Me & My Sis

จริงที่สุดเลยค่ะ
10 ก.ค. เวลา 13:16
1