โพสต์

“ศัตรูของข้าแต่ละคนล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ แต่สาเหตุที่ข้าเอาชนะพวกเขาเหล่านั้นมาได้ เพราะว่าข้าเลือกที่จะสู้เมื่อข้าคิดว่าจะชนะเท่านั้นเอง”
- มูซาชิ
"มิยาโมโตะ มูซาชิ ดาบพเนจรไร้พ่าย"
"มิยาโมโตะ มูซาชิ" (Miyamoto Musashi) เป็นซามูไรที่มีอยู่จริงตามประวัติศาสตร์ ของประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างตำนานด้วยการประลองไม่เคยแพ้พ่ายต่อผู้ใด และการประลองนั้นเป็นการประลองด้วยชีวิตทั้งสิ้น
มูซาชิ มีช่วงชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1584-1645 (61 ปี)
ผู้ที่ทำให้ชื่อเสียงของ มูซาชิ เริ่มกลายเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นยุคสมัยใหม่ นั่นคือ “โยชิคาวะ เอญิ” นักเขียนนวนิยายชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่ได้สร้างชื่อเสียงขึ้นมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
เขาได้ศึกษาข้อมูลและชีวประวัติรวมถึงตำนานของ มูซาชิ อย่างละเอียด
จากนั้นจึงได้นำเรื่องราวของ มูซาชิ มาเรียบเรียงแล้วเขียนเป็นนิยายขึ้นมา
ผลงานของเขากลายเป็นที่โด่งดังมาก
(สำหรับในประเทศไทยนั้น ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกโดย สุวินัย ภรณวลัย ใช้ชื่อว่า “มูซาชิ ฉบับท่าพระจันทร์”)
"ตำนานจอมดาบ"
ปี ค.ศ.1584 กำเนิด "มูซาชิ"
มูซาชิ มีชื่อเดิมว่า "ทาเคโซะ" เป็นบุตรของนักรบที่เกิดในเขต ฮาริมา เกิดในตระกูล ชินเม็ง
เมื่ออายุ 13 ปี
มูซาชิ ได้เริ่มต้นการประลองครั้งแรก ด้วยการได้เข้าฟาดฟันกับ "อาริมะ คิเฮ" ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาดาบสำนักคาชิม่าชินโตริว และผลสรุปของการดวลนี้คือการสูญเสียชีวิตของ อาริมะ คิเฮ
หลังจากนั้น...
มูซาชิ ได้เข้าร่วมเป็นทหารในกองทัพประจิมของ ฮิเดโยชิ สุดท้ายแล้ว กองทัพประจิมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เขาจึงกลายเป็นทหารพ่ายศึกไปโดยปริยาย ต้องหนีตายกลับบ้านเกิด
ในช่วงที่มูซาชิยังเป็นวัยรุ่นนั้น...
เขาเป็นคนหนุ่มที่มีบุคลิกนิสัยใจร้อนวู่วาม ห้าวหาญไม่เกรงกลัวอันตรายใด ๆ
เนื่องจากเขาถือว่าตนเคยฝึกฝนวิชาดาบจากบิดามาตั้งแต่เด็ก
จึงมีความร้อนรนและเชื่อมั่นในวิชาดาบของตนเองอย่างมาก
อยากจะแสดงฝีมือและประกาศศักดาด้วยการประลองดาบเพื่อเอาชนะคนอื่นๆ
โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ประเมินความสามารถที่แท้จริงของตนเองในเวลานั้นเลย
มูซาชิ ในวัยหนุ่ม
จึงโดนพระชื่อดังนามว่า “ทากุอัน” ซึ่งเป็นพระนักรบที่มีวิทยายุทธ์ชั้นเลิศได้เข้ามาสั่งสอนด้วยการกำราบมูซาชิให้หลาบจำ
จากเหตุการณ์ครั้งนี้จึงทำให้มูซาชิเริ่มรู้สึกตัวว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" เขาจึงเริ่มสำรวมจิตใจของตนเองมากขึ้น
หลังจากนั้นมา...
มูซาชิ ก็ได้ตัดสินใจสละชีวิตส่วนตัว ยอมทอดทิ้งหญิงคนรักของตนนามว่า “โอซึอุ”
เขาหันเหเส้นทางที่คิดจะสร้างชื่อเสียงในสงคราม แล้วกลายเป็นมุ่งมั่นสู่เส้นทางของนักดาบแทน
มูซาชิ จึงกลายเป็นนักดาบเร่ร่อนไปในที่สุด การเร่ร่อนของจอมดาบพเนจรนั้นได้ผ่านการต่อสู้ด้วยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันมากกว่า 60 ครั้ง และตลอดทุก ๆ ครั้ง
มูซาชิ "ไม่เคยพ่ายแพ้" จากการประลอง
ช่วงอายุ 15 ปี จนถึง อายุ 29 ปี
มูซาชิ ได้ท้าประลองกับยอดฝีมือมากมาย
มูซาชิ ได้สร้างชื่อเสียงที่ทำให้เป็นที่รู้จักเลื่องลือ คือ การสังหารหมู่ลูกศิษย์ของสำนักดาบโยชิโอกะ 70 คน ในคืนเดียว และเป็นครั้งแรกที่ มูซาชิ ใช้ดาบสองมือ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นวิชาดาบเฉพาะตัวของเขาที่เรียกว่า "นิเทน อิจิริว"
ด้วยชั้นเชิงและกลยุทธ์ที่วางแผนมาเป็นอย่างดี
มูซาชิ ได้มาสำรวจพื้นที่ก่อนการประลอง ทำให้สามารถประเมินสถานการณ์และเลือกความได้เปรียบโดยการวิ่งหาชัยภูมิที่มิให้ศัตรูสามารถโอบกระหนาบหรือซุ่มโจมตีจากด้านอื่นได้เลย
และอีกสนามประลองหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้ มูซาชิ จนถึงทุกวันนี้คือ การประลองกับสุดยอดนักดาบอย่าง “ซาซากิ โคจิโร่” ที่เกาะกังริว
มูซาชิวางแผนที่จะนั่งเรือพายข้ามเกาะไปยังลานประลอง และใช้เวลาระหว่างนั่งเรือเหลาไม้พายเรือเป็นดาบซึ่งมีความยาวกว่าดาบของ โคจิโร่ และตั้งใจไปช้ากว่าเวลานัดหมายเป็นอย่างมาก
และนั้นเองทำให้ โคจิโร่ ที่รออยู่บนเกาะรู้สึกร้อนใจจนผลีผลามบุกเข้าใส่คู่ต่อสู้
มูซาชิ จึงฉวยโอกาสใช้ดาบไม้ที่เหลามาระหว่างเดินทางฟาดเข้าใส่ โคจิโร่ จนเสียชีวิตในดาบเดียว
หลังจากนั้น มูซาชิ ได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะจอมดาบผู้เก่งกล้าที่สุดในแผ่นดิน
ช่วงอายุ 30 ย่างเข้า 40
มูซาชิ พยายามมองหาโอกาสรับราชการ และฝึกฝนตนเองรวมถึงรับศิษย์เพิ่ม
ได้สร้างชื่อเสียงในการช่วยเหลือไดเมียวของฮิเมจิพัฒนาเมือง เขาสั่งสมชื่อเสียงไว้มาก ถึงได้เดินทางไปนครเอโดะ โดยมีความหวังว่าจะได้โอกาสแสดงฝีมือให้กับโชกุนหรือผู้มีอำนาจในเมืองหลวง
เขาได้คบหากับผู้มีตำแหน่งบางคนเช่น ฮายาชิ ระซัน บัณฑิตคนสำคัญของรัฐบาล ซึ่งเห็นถึงความสามารถทางดาบและการทหารของ มูซาชิ จึงช่วยวิ่งเต้นให้ได้เข้าพบโชกุน แต่ก็ล้มเหลว
มูซาชิ ได้สร้างสัมพันธ์กับผู้คนไม่น้อย เขาพยายามเข้าไปขอเป็นครูสอนดาบให้ไดเมียวของโอวาริ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ จึงเดินทางไปพำนักที่อิสึโมะทางตะวันตกอยู่หลายปี แม้ว่าตัวเขาจะไร้วาสนาทางการเมือง แต่บรรดาบุตรบุญธรรมและศิษย์ของเขากลับมีโชคในเรื่องนี้พอสมควร เพราะทุกคนได้รับราชการกับไดเมียวผู้ครองเมืองทั้งนั้น
ช่วงอายุ 40 ปี ถึงปลายทางของชีวิต
ในประวัติศาสตร์นั้น มูซาชิ เป็นมากกว่าแค่ยอดนักดาบ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่บรรลุมรรคาบู๊ สามารถเข้าถึงแก่นแห่งวิชาดาบและหลักกลยุทธ์ แนวคิดเพื่อการพิชิตชัย ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ มูซาชิ ไร้พ่าย
ต่อมาเขายังได้ถ่ายทอดแนวคิดของตน ด้วยการใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต เดินทางไปเก็บตัวที่ถ้ำเรงันโด เพื่อขัดเกลาเอาประสบการณ์ในการสู้รบทั้งชีวิต กลยุทธ์ แนวคิดทั้งหลาย เขียนถ่ายทอดออกมาเป็นสุดยอดคัมภีร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในคัมภีร์กลยุทธ์เพื่อการพิชิตเป้าหมาย ที่ได้ชื่อว่ายอดเยี่ยมที่สุดของญี่ปุ่นและของโลก
"นักรบย่อมเห็นคุณค่าของชีวิต"
วิถีแห่งปัจเจกชนจึงกำเนิดขึ้นในช่วงบั้นปลายการใช้ชีวิต และยังถูกถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือให้ได้ศึกษา อันได้แก่...
- กระจกแห่งวิถีกลยุทธ (Hyodokyo) เป็นวิถีแห่งความสำเร็จในชีวิต
- กลยุทธ 35 ข้อ (Hyoho Sanjugo Kajo)
- กลยุทธ 42 ข้อ (Hyoho Shijuni Kajo)
- วิถีแห่งการก้าวเดินโดยลำพัง (独行道, Dokkōdō) เป็นหนังสือเล่มสุดท้ายที่เขียนขึ้น โดยใช้หลัก 21 ประการในการชีนำคนรุ่นหลัง
- คัมภีร์ห้าห่วง (五輪書,Go Rin No Sho) เทียบเท่ากับตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ
อายุ 61 ปี
ปี ค.ศ.1645 มิยาโมโตะ มูซาชิ เสียชีวิต ที่หมู่บ้านยูเงะ ใกล้เขาอิวาโตะ
จากหนังสือ "คัมภีร์ห้าห่วง" มูซาชิ ได้เขียนถึงตนเองไว้ว่า
“ตัวของข้าพเจ้านับตั้งแต่อายุ 13 จนถึง 29 ปี ได้ประลองฝีมือกับยอดฝีมือไม่ต่ำกว่า 60 ครั้ง ข้าพเจ้าไม่เคยสูญเสียความได้เปรียบในการประลองเลยแม้แต่ครั้งเดียว ครั้นเมื่ออายุเข้าสู่วัย 30 ปีแล้ว จึงได้ย้อนกลับมาวิเคราะห์วิธีการต่อสู้ทั้งหมดที่ผ่านมา ก็ได้ข้อสรุปว่า สาเหตุที่ได้รับชัยชนะและได้เปรียบการในสู้ศึกเรื่อยมานั้น อาจไม่ใช่เพราะตนมีฝีมือเหนือกว่าเสมอไป แต่อาจเพราะตนมีสติปัญญาไหวพริบในการช่วงชิงโอกาสที่ดีกว่า จึงทำให้ได้ชัยชนะเสมอมา เมื่อคิดได้เช่นนั้น ข้าพเจ้าจึงหันมามุ่งศึกษากลยุทธ์และฝึกฝนขัดเกลาตนเองในด้านนี้ จนกระทั่งเมื่ออายุได้ 50 ปี จึงได้บรรลุถึงแก่นแท้แห่งวิชาดาบได้ในที่สุด”
เนื้อหาของ "คัมภีร์ 5 ห่วง วิถีแห่งดาบ มิยาโมโตะ มูซาชิ"
ในหนังสือเล่มนี้ ได้แสดงถึงแนวปรัชญาทางความคิด ประกอบด้วยพื้นฐานของธาตุ เพื่ออธิบายตามมุมองต่าง ๆ ได้แก่...
- ดิน คือ พื้นฐานของวิชาศิลปะการต่อสู้ และ คัมภีร์ (ไว้สำหรับทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน)
- น้ำ คือ ท่วงท่าการร่ายรำดาบ น้ำเสมือนจิต เปลี่ยนรูปร่างตามที่ใส่ (อธิบายเทคนิคและพื้นฐานให้มีความเข้าใจมากขึ้น)
- ไฟ คือ ศัตรู (หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา)
- ลม คือ สิ่งอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากที่กล่าว คือ การรู้เขารู้เรา ทำความเข้าใจตัวแปรทุกสรรพสิ่ง
- ความว่างเปล่า คือ การรวบรวมทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นหนึ่งเดียว
ปรัชญาทางความคิดจาก มิยาโมโตะ มูซาชิ กับตัวอย่างการนำไปปรับใช้
ครั้นเมื่อมีใครมากล่าวถาม มูซาชิ ว่า...
ทำไมเขาถึงกลายมาเป็นจอมดาบไร้พ่ายได้ถึงเพียงนี้?
เขาก็ตอบง่าย ๆ สั้น ๆ เพียงว่า...
“ศัตรูของข้าแต่ละคนล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ แต่สาเหตุที่ข้าเอาชนะพวกเขาเหล่านั้นมาได้ เพราะว่าข้าเลือกที่จะสู้เมื่อข้าคิดว่าจะชนะเท่านั้นเอง”
สำหรับคำตอบเช่นนี้มักทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่า...
มูซาชิ เลือกที่จะท้ารบกับคนที่อ่อนด้อยกว่าตนเองเท่านั้น
แต่หากมองลงไปให้ลึกแล้ว
มูซาชิ นั้นมิใช่นักดาบที่มีแต่กำลังและชั้นเชิงในการต่อสู้เท่านั้น
หากแต่เขายังเป็นนักดาบ “เจ้ายุทธศาสตร์”
ในมุมมองของนักลงทุน บทเรียนของ มูซาชิ น่าจะให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก
ข้อแรก
คือ ต้องรู้จักประเมินสถานการณ์ในการลงทุน คือเมื่อได้เปรียบจึงลงทุน รู้จักประเมิน Risk Reward Ratio และสู้เมื่อคิดว่าจะชนะเท่านั้น
ข้อที่สอง
รู้จักรอโอกาสอย่างใจเย็น เมื่อเจอหุ้นที่ดีแล้ว ต้องรู้จักรอเวลาในการเข้าลงทุนเมื่อราคาเหมาะสม
ข้อที่สาม
รู้เขา รู้เรา รู้จักใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องใช้ท่ายาก แต่หากรู้จักใช้ก็สามารถชนะศัตรูที่แข็งแกร่งได้
มิยาโมโตะ มูซาชิ ถูกหยิบยกลงมาปรากฏอยู่ในการ์ตูน
มิยาโมโตะ มูซาชิ เป็นบุคคลที่ถูกหยิบเอามาใส่ไว้ในการ์ตูนเป็นจำนวนบ่อยครั้ง เรียกได้ว่าสามารถปรากฏลงบนการ์ตูนได้ทุกเรื่อง และ ทุกแนวอีกด้วย
Vagabond บุคคลร่อนเร่
เป็นผลงานจากผู้ที่วาดเรื่อง Slamdunk โดยเป็นการสร้างเรื่องราวโดยอิงจากชีวประวัติจริงของ มิยาโมโตะ มูซาชิ ในการค้นหาคำตอบถึงวิถีแห่งซามูไร ความเป็นหนึ่งในปฐพี โดยที่เป็นการแนะแนวทางในเรื่องการฝึกฝนทางจิตใจ ลงตีพิมพ์ในปี 1998
Musashi the Samurai Lord หุ่นรบซามูไร
เป็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1994 หุ่นยนต์ที่รักความถูกต้อง ออกเดินทางเพื่อฝึกฝนตัวเองให้เป็นนักดาบอันดับ 1
Yaiba เจ้าหนูซามูไร
เป็นการ์ตูนที่เกิดขึ้นจากผู้ที่วาด นักสืบจิ๋วโคนัน แนวทางการต่อสู้ แบบจินตนาการ ซึ่งตัว มูซาชิ ที่ปรากฏอยู่ใน เรื่องเป็น อาจารย์ของพระเอกที่ชื่อไยบะ อดีตนักดาบที่มีชื่อเสียง โดยถูกปลุกด้วยพลังปิศาจ มีอายุมากกว่า 400 ปี
เรียบเรียง : Wasabi ความรู้ขึ้นสมอง!
#Wasabi ขอเพียงมีส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้คุณ!
"เจริญเติบโต ก้าวหน้า สำเร็จ อย่างภาคภูมิใจ"
#สาระจี๊ดจี๊ด #Wasabi #ความรู้ขึ้นสมอง
ความคิดเห็น

Wasabi

วันว่าง ๆ วาซาบิ ชวนอ่าน มูซาซิ ครับ
23 ส.ค. เวลา 05:21

คำหนุนใจ

วาดรูปได้น่ารักมากเลยค่ะ
28 ก.ค. เวลา 03:29

Party Pan Arroonkit

โจดัง ท่วงท่าเตรียมที่สง่างาม
26 ก.ค. เวลา 10:13