โพสต์

เป็นเรื่อง !! รัฐบาลไทยจ่อเอาผิดบริษัท Facebook
1. คือเมื่อเช้านี้ทางรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เขาได้ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพจาก Facebook ภายในหลายๆเพจ ที่ถ่ายทอดสดพิธีจุดเทียนถวายพระพรฯ เมื่อวันก่อน
2. ว่าตัวระบบของ Facebook ได้แสดงข้อความที่ไม่เหมาะสมออกมา โดยเป็นการแปลคำในข้อความต้นฉบับจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทยที่มีความหมายไม่ถูกต้องเท่าที่ควร มีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก
3. ทางกระทรวง DES ของไทยจึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านไปไม่ได้ และจะต้องทำการประสานงานติดต่อไปยังบริษัท Facebook ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อเอาผิดกับบริษัท Facebook
4. โดยในล่าสุดนั้นทางสถานี Thai PBS ก็โดดเข้ามาร่วมวงด้วย แล้วรวบรวมหลักฐานไปแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อพยายามจะฟ้องร้องคดีต่อบริษัท Facebook แล้ว
5. ทางรัฐมนตรีคนในรูปกล่าวเสริมว่า ทางกระทรวง DES ของเขานั้นไม่เคยนิ่งเฉย และไม่มีนโยบายที่จะปล่อยให้พวกเว็ปไซต์ผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คอมฯ ได้กระทำความผิดอย่างสบายใจ
6. ทางกระทรวงมีการจัดการ และดำเนินคดีกับบริษัทหรือเว็ปไซต์ที่ถูกกล่าวหาอยู่ตลอดเวลา ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ ศาลไทยได้ดำเนินการติดต่อไปยัง Facebook และ Youtube ตลอดเวลา
7. อย่างกรณีของ Youtube นี้ทางกระทรวงฯได้ประสานงานกับทางศาลไทยแล้วยื่นเรื่องขอให้ทาง Youtube ลบคลิป หรือเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมายไทยได้ไปเกือบ 90% แล้ว
8. แต่สำหรับกรณีของ Facebook นั้น Facebook แทบไม่ให้ความร่วมมือกับทางการไทยเลย พอไทยติดต่อไป โดยใช้คำสั่งศาลไทยนั้น Facebook ก็ยอมลบข้อมูล ข้อความให้อย่างมากก็แค่ 20% ของทั้งหมด
9. ทางกระทรวง DES จึงรู้สึกไม่สบายใจที่ Facebook ไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทย ทั้งๆที่ Facebook เข้ามาทำมาหากินภายในประเทศไทย คนไทยก็ใช้ Facebook ตั้งเยอะ
10. ทางกระทรวงจึงเห็นว่า Facebook ควรที่จะศึกษาบริบทของสังคมไทยให้เข้าใจ ยอมรับในสิ่งที่คนไทยเชื่อมั่น ยึดถือ และที่สำคัญคือ ต้องรับผิดชอบต่อสังคมไทยด้วย ไม่ใช่ว่าศาลไทยสั่งอะไรไปแล้วก็ทำเป็นนิ่งเฉยตลอด
11. Facebook ดูท่าทางจะไม่เคารพอำนาจของศาลไทยเลย ทีนี้พอ Facebook ไม่ให้ความร่วมมือกับทางกระทรวงของไทย ปัญหาก็วกกลับมาหาทางกระทรวงอีก ประชาชนก็คิดว่าทางกระทรวงไม่ดำเนินการอะไรกับ Facebook
12. แต่ที่จริงแล้ว Facebook ต่างหากที่มักนิ่งเฉย และไม่ดำเนินการอะไรเลย ทางกระทรวงก็เลยทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายประชาชนก็มาด่ากระทรวง และรัฐมนตรีอีกว่าไม่มีผลงาน ทั้งๆที่จริงๆแล้วกระบวนการทำงานของกระทรวงก็ทำเต็มที่แล้ว
13. แต่มันติดที่ขั้นตอนของการประสานงาน และการติดต่อองค์กร และหน่วยงานที่อยู่นอกอำนาจของรัฐบาลไทย อย่างบริษัทข้ามชาติ เช่น Facebook, Twitter, Youtube อะไรพวกนี้ที่ไม่ได้มีสำนักงานหรือออฟฟิศในไทยอย่างเป็นทางการ
14. ทางรัฐมนตรีของกระทรวง DES ยังกล่าวเพิ่มอีกว่าในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2020 นี้ ทางกระทรวงได้มีการร่วมงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงมากมายทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งกลุ่มบริษัทที่ให้บริการการใช้อินเตอร์เน็ต (ISP)
15. ในการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานในคดีที่เกี่ยวข้อง และอ่อนไหวต่อสังคมไทยมาตลอด ไม่เคยหยุดหย่อน แถมยังมีการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอร้องให้ศาลออกคำสั่งปิด/ลบข้อมูลในเว็ปไซต์ผิดกฎหมายไปแล้ว
16. อย่างน้อยๆก็ 7,000 กว่าเคส จากจำนวนเคสที่ทางกระทรวงได้รับแจ้งเข้ามาประมาณเกือบ 9,000 เคส อันนี้คือข้อมูลจากกระทรวง DES ณ วันที่ 23 กรกฎาคมเดือนนี้นะครับ
17. ซึ่งการกระทำผิดส่วนใหญ่ที่ทางกระทรวงได้รับรายงานเข้ามา ก็มักจะเกิดขึ้นบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ และช่องทางอื่นๆ ทางกระทรวงได้รีบดำเนินการส่งข้อมูลให้กับ ปอท. อยู่อย่างเคร่งครัด ทั้งหลักฐาน พยาน และคำสั่งศาล
18. สิ่งที่กระทรวง DES เน้นจัดการมาตลอดคือ ข่าวปลอม หรือพวกข่าวที่สร้างความตื่นตระหนก และความเสียหายให้แก่ประชาชน หรือสาธารณะเป็นวงกว้าง เพื่อดูแลความปลอดภัย และความสงบสุขให้แก่สังคมออนไลน์
19. อย่างไรก็ดี กรณีที่ทางกระทรวง DES ประกาศขู่จะฟ้องบริษัท Facebook นั้นค่อนข้างเป็นพฤติการณ์ที่ออกจะเป็นไปได้ยากสักเล็กน้อย เนื่องจากบริษัท Facebook ไม่ได้มีออฟฟิศอยู่ภายในไทย
20. เอาแค่คำสั่งศาลจะไปบังคับกับ Facebook ก็แกล้งทำเป็นเมินเฉยได้อยู่แล้ว ดังจะเห็นได้จากกรณีที่ไทยเอาคำสั่งศาลไปขอให้ Facebook ลบข้อมูล แค่เขาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เรื่องก็จบแล้ว
21. ดังนั้นการบอกว่าจะเอา พ.ร.บ. คอมไปฟ้องร้องเอาผิดกับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อย่าง Facebook จึงค่อนข้างห่างไกลความเป็นจริง (แค่จะรีดภาษีจากบริษัท Streaming บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาปฏิบัติการในไทย ตอนนี้ยังทำไม่ได้เลยครับ)
References
1. บทความจากข่าวสด ชื่อ "รมต.บี เดือด! หมายหัว "เฟซบุ๊ก" จ่อดำเนินคดี หลังแปลข้อความพลาด"
2. บทความจาก Blognone ชื่อ "พุทธิพงษ์ สงสัยทำไมระบบแปลอัตโนมัติแปลผิด ประกาศเตรียมดำเนินการอย่างเด็ดขาด"
3. บทความจากไทยโพสต์ ชื่อ "'พุทธิพงษ์' ย้ำ 'เฟซบุ๊ก' ให้เคารพความรู้สึกคนไทย ชี้ 7 เดือนแรกปีนี้ลุยปิดเว็บไปแล้ว 7,164 ยูอาร์แอล"
4. บทความจากไทยรัฐ ชื่อ "ลุยปราบเว็บไซต์ไม่เหมาะสม TPBS แจ้งความเอาผิดเฟซบุ๊กกรณีแปลข้อความผิด"
5. บทความจากผู้จัดการออนไลน์ ชื่อ "“พุทธิพงษ์” ติง “เฟซบุ๊ก” ไม่ให้ความร่วมมือปิดเพจผิดกฎหมาย ลั่นถ้าจะทำธุรกิจในไทยต้องเข้าใจคนไทยด้วย"
6. บทความจากไทยโพสต์ ชื่อ "'สรรพากร'คาดรีดภาษี Facebook, YouTube, Google, Line, Netflix ต้นปี64 ดึงรายได้เข้าหลวง3 พันล้านบาท"
7. บทความจาก TCIJ Thai ชื่อ "ตั้งเป้าเก็บภาษี e-Service ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างประเทศในปี 2564 กว่า 3 พันล้าน"
8. บทความจากไทยรัฐ ชื่อ ""พุทธิพงษ์" จี้ เฟซบุ๊ก แสดงความรับผิดชอบข้อผิดพลาดทางเพจ Thai PBS"
9. บทความจากประชาชาติธุรกิจ ชื่อ "แพลตฟอร์มดิจิทัลของคนไทย โอกาสที่จะเป็นไปได้"
10. บทความจากข่าวสด ชื่อ "ครม.เห็นชอบ รีดภาษี "Netflix-Google" ปีละมากกว่า 3 พันล้าน!"
ความคิดเห็น

CY.

เอาให้เหมือนจีนเลยมั๊ยครับ แบนให้หมด แล้วทำ made in thailand ขึ้นมาเองเลย อาจรุ่งก็เป็นได้นะ
31 ก.ค. เวลา 16:39
1

Paniti Naisuwan

กุล่ะขำ
31 ก.ค. เวลา 15:26

Paniti Naisuwan

กุจะดูซิว่าระหว่าง fb กับ เทวดา ประชาชนจะเลือกใคร 5555
31 ก.ค. เวลา 15:24
1