โพสต์

• ประวัติศาสตร์อิสราเอล ฉบับเข้าใจง่าย
ตอนที่ 1 : จุดกำเนิดของชาวฮีบรู
... นานมาแล้ว ณ ทะเลทรายอันแห้งแล้ง แห่งดินแดนเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia : บริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน) ได้มีกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนกลุ่มหนึ่ง ที่พวกเขามักจะคอยต้อนฝูงแกะ และออกเดินทางไปทั่วทั้งทะเลทราย
กลุ่มชนเหล่านี้ รู้จักกันในนาม "ชาวฮีบรู" (Hebrew)
ชาวฮีบรูเดินทางเร่ร่อนอยู่ในทะเลทราย
ชาวฮีบรูเหล่านี้ ไม่มีถิ่นที่อยู่อาศัยที่เป็นหลักแหล่ง พวกเขาจึงต้องออกเดินทางร่อนเร่ ไปทั่วทั้งทะเลทราย เพื่อแสวงหาถิ่นที่อยู่ถาวร
ชาวฮีบรูมีความเชื่อทางศาสนา ที่แตกต่างจากกลุ่มชนอื่น ๆ ในดินแดนเมโสโปเตเมีย พวกเขาเลือกที่จะนับถือพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น แตกต่างจากกลุ่มชนอื่น ๆ ที่นับถือเทพเจ้าเป็นร้อย ๆ พัน ๆ องค์
ชาวฮีบรูมีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างจากกลุ่มชนอื่น ๆ ตรงที่พวกเขาบูชาพระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น
ความเชื่อของชาวฮีบรู ก็คือต้นกำเนิดของศาสนายูดาย (Judah) หรือศาสนายิว นั่นเอง
ดาวแห่งเดวิด (Star of David) สัญลักษณ์ของศาสนายูดาย
เหตุนี้ทำให้ชาวฮีบรู มักจะถูกดูถูก รังเกียจ และมีความขัดแย้งกับกลุ่มชนเผ่าอื่น ๆ มาเป็นเวลาช้านาน
จนกระทั่งในราว 1,700 ปีก่อนคริสตกาล ณ เมืองอูร์ (Ur) ได้มีชายชราชาวฮีบรูคนหนึ่ง ผู้มีนามว่า "อับราฮัม" (Abraham)
อับราฮัม
มีอยู่วันหนึ่ง อับราฮัมได้กล่าวอ้างว่า เขาได้พบเจอกับพระผู้เป็นเจ้า โดยพระองค์ได้ตรัสกับอับราฮัมว่า พระองค์จะทรงประทานดินแดนให้ ซึ่งดินแดนแห่งนี้ จะเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวฮีบรูทั้งปวง
พระผู้เป็นเจ้าพบกับอับราฮัม
ภายหลังจากที่อับราฮัมได้พบกับพระผู้เป็นเจ้า อับราฮัมก็ได้ตัดสินใจ นำพาชาวฮีบรูอพยพมายังดินแดนที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานมอบให้ ดินแดนที่ว่านี่ รู้จักกันในนาม "ดินแดนคานาอัน" (Canaan)
อับราฮัมอพยพชาวฮีบรูไปยังดินแดนพันธสัญญา
แผนที่ของดินแดนคานาอัน หรือดินแดนพันธสัญญาของชาวฮีบรู ปัจจุบันคือบริเวณของอิสราเอลและปาเลสไตน์
ณ ดินแดนคานาอันแห่งนี้ อับราฮัมพร้อมด้วยชาวฮีบรูทั้งปวง ก็ได้ตั้งรกรากและอยู่อาศัยกันเป็นหลักแหล่ง นับแต่นั้นมา ชาวฮีบรูก็ไม่ได้เดินทางเร่ร่อนอยู่ในทะเลทรายต่อไป
ชาวฮีบรูต่างเรียกขานดินแดนคานาอันแห่งนี้ว่า "ดินแดนแห่งพันธสัญญา" (Promised Land) ดินแดนที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานมอบให้กับเชื้อชาติฮีบรู
ชาวฮีบรูอาศัยอยู่ในดินแดนคานาอัน ด้วยความสงบสุขเป็นเวลาช้านาน ภายหลังการเสียชีวิตของอับราฮัม เหล่าทายาทของอับราฮัมต่างก็สืบทอดตำแหน่งผู้นำของชาวฮีบรูสืบต่อมา
โดยอับราฮัมมีบุตรชายทั้งสิ้น 2 คนด้วยกัน คือ ไอแซค (Isaac) กับอิสมาเอล (Ismael)
ทว่าในเวลาต่อมา มารดาของอิสมาเอลคือ นางฮาการ์ (Hagar) ได้มีความขัดแย้งกับนางซาราห์ (Sarah) ซึ่งเป็นมารดาของไอแซค
ส่งผลให้อับราฮัมได้ขับไล่ นางฮาการ์และอิสมาเอลให้ออกไปจากชาวฮีบรู
อับราฮัมขับไล่นางฮาการ์และอิสมาเอล
โดยไอแซคบุตรชายของอับราฮัมกับนางซาราห์ จะกลายเป็นผู้สืบทอดผู้นำของชาวฮีบรูต่อไป ในขณะที่อิสมาเอล ผู้ถูกขับไล่พร้อมกับนางฮาการ์ผู้เป็นมารดา เชื่อว่าเขาจะกลายเป็นบรรพบุรุษของชาวอาหรับ (Arab) และต้นตอของศาสนาอิสลาม (Islam) ต่อไป
กาลเวลาผ่านไป ก็มาถึงยุคของจาคอบ (Jacob) ผู้เป็นบุตรชายของไอแซค โดยจาคอบมีบุตรทั้งหมด 12 คน ซึ่งในเวลาต่อมา จะกลายมาเป็น 12 ตระกูลสำคัญของชาวฮีบรู
ตราประจำ 12 ตระกูลของชาวฮีบรู
สำหรับคำว่า "อิสราเอล" (Israel) ซึ่งเป็นชื่อประเทศของชาวฮีบรูนั้น ก็มีที่มาจากจาคอบผู้นี้ โดยมีที่มาจากการที่ครั้งหนึ่ง พระผู้เป็นเจ้าเคยทำการทดสอบกับตัวของจาคอบ โดยการปล้ำต่อสู้กับเขา ซึ่งคำว่า อิสราเอล ก็มีความหมายว่า "ผู้ที่ปล้ำสู้กับพระเจ้า" นั่นเอง
จาคอบปล้ำต่อสู้กับพระเจ้า ที่มาของคำว่า "อิสราเอล"
ต่อมาในราว 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนคานาอัน ก็ประสบพบกับภัยพิบัติและความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชาวฮีบรูต้องอพยพโยกย้าย ไปหาแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่อีกครั้ง
โดยเป้าหมายสำคัญที่ชาวฮีบรู จะอพยพไปอยู่อาศัย ก็คือ ดินแดนอียิปต์นั่นเอง
ทว่าที่ดินแดนอียิปต์นี่เอง ที่ชาวฮีบรูจำนวนมาก ต่างก็ถูกชาวอียิปต์จับไปเป็นแรงงานทาส ชาวฮีบรูถูกบังคับให้ใช้แรงงาน และถูกกดขี่ทรมานร่างกายอย่างแสนสาหัส พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อียิปต์ ยาวนานนับร้อย ๆ ปี
ชาวฮีบรูต่างถูกทรมานและกดขี่ในอียิปต์เป็นเวลานับร้อยปี
จนกระทั่งในราว 1,300 ปีก่อนคริสตกาล ก็ได้มีผู้นำของชาวฮีบรูนามว่า "โมเสส" (Moses) ได้ทำการช่วยเหลือ และอพยพชาวฮีบรู ให้ออกไปจากดินแดนอียิปต์
โมเสส
การอพยพของชาวฮีบรูออกจากอียิปต์ในครั้งนี้ รู้จักกันในนาม "เหตุการณ์เอ็กโซดัส" (Exodus) เหตุการณ์ที่พระผู้เป็นเจ้า ทรงช่วยเหลือชาวฮีบรู ด้วยการแหวกทะเลแดง (Red Sea) เพื่อให้ชาวฮีบรูหลบหนีออกจากอียิปต์ได้
โมเสสแหวกทะเลแดง เพื่อพาชาวฮีบรูหลบหนีจากอียิปต์
ชาวฮีบรูที่อพยพหลบหนีมาได้ ก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไปที่ดินแดนคานาอัน หรือดินแดนพันธสัญญาที่พวกเขาได้จากมา
โดยระหว่างทางนั้น พระผู้เป็นเจ้าก็ได้ทรงประทานพระบัญญัติ 10 ประการ (Ten Commandments) ให้กับโมเสส เพื่อใช้เป็นข้อปฏิบัติให้กับชาวฮีบรูทั้งปวงตลอดไป
โมเสสและพระบัญญัติ 10 ประการ
--- พระบัญญัติ 10 ประการ ---
1) จงนมัสการ องค์พระผู้เป็นเจ้า แต่เพียงพระเจ้าองค์เดียว
2) อย่าทำรูปเคารพ
3) อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
4) อย่าลืมฉลองวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ (วันซะบาโต)
5) จงนับถือบิดามารดา
6) อย่าฆ่าคน
7) อย่าผิดประเวณี
8) อย่าลักขโมย
9) อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
10) อย่ามักได้ทรัพย์สินของผู้อื่น
พระบัญญัติ 10 ประการนี้ ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อ ศาสนายูดายหรือยิว รวมไปถึงศาสนาคริสต์ (Christian) อีกด้วย ...
สำหรับประวัติศาสตร์อิสราเอล ฉบับเข้าใจง่าย ในตอนที่ 1 ก็ขอจบลงไปเท่านี้ก่อนนะครับ โดยในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อว่า หลังจากที่ชาวฮีบรูเดินทางกลับมาที่ดินแดนพันธสัญญาอีกครั้งหนึ่งแล้ว พวกเขาจะประสบพบเจอกับเหตุการณ์อะไรอีกบ้าง โปรดติดตามในตอนต่อไปครับ
*** Reference
#HistofunDeluxe
ความคิดเห็น

kampon lhawpongsawad

เข้าใจว่า อับราฮัม มีบุตร 7 คนมาตลอดเสียอีก คงจะคนละอับราฮัมกัน
3 ส.ค. เวลา 00:34
1

Atikom Poolsame

ฟาโรห์ที่ไล่ตามโมเสสมาจนถึงทะเลแดงและตายในทะเลแดงก็คือฟาโรห์รามเสสที่2นั่นเอง
2 ส.ค. เวลา 19:03

vasikan

รอเลยค่ะ ขอบคุณมาก
31 ก.ค. เวลา 17:02
1