โพสต์

ยอดขายของ Huawei ในต่างประเทศดิ่งลงเหววูบ บริษัทจะเจ๊งไหม ?
1. จากกรณีที่มีข่าวการประกาศคว่ำบาตรอุปกรณ์ 5G ของบริษัท Huawei เกิดขึ้นภายในประเทศอังกฤษเมื่อตอนกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จากการผลักดันของนายกรัฐมนตรี Boris Johnson
2. และรัฐสภาของประเทศอังกฤษ ทำให้เกิดการลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าประเทศอังกฤษจะเลิกใช้อุปกรณ์ของ Huawei และจะแยกทาง โดยเลิกใช้บริการของ Huawei อย่างเด็ดขาดภายในไม่เกิน 10 ปีนี้
3. จากข้อกังวลที่ว่า Huawei และอุปกรณ์ที่มาจากบริษัทสัญชาติจีนนั้น อาจแฝงมาด้วยภัยความมั่นคง และโปรแกรมดักฟัง เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของประชาชนอังกฤษส่งกลับไปให้รัฐบาลจีน
4. ตามข้อมูลที่หน่วยงานอย่าง CIA และ FBI ของสหรัฐอเมริกาเคยออกมากล่าวหาบริษัท Huawei ในช่วงก่อนหน้านี้ บวกกับการกดดันจากรัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump ที่พยายามจะดึงอังกฤษเข้ามาอยู่ในเกมการกลั่นแกล้งจีนด้วย
5. โดยกระแสการคว่ำบาตรบริษัท Huawei นั้นไม่ได้มีเกิดขึ้นมาแค่ในประเทศอังกฤษเพียงเท่านั้น แต่ยังมีเกิดขึ้นภายในสหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศในแถบยุโรปหลายๆประเทศอีกด้วย
6. ข้อมูลล่าสุดที่ถูกปล่อยออกมาโดย Canalys เผยว่าทางบริษัท Huawei ได้กลายเป็นบริษัทที่ขายโทรศัพท์มือถือ smartphone ได้เป็นอันดับ 1 ของโลก ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 เป็นครั้งแรก
7. มียอดขายโทรศัพท์ทั้งหมด 55,800,000 กว่าเครื่อง ส่วนอันดับ 2 คือบริษัท Samsung ที่มียอดขายโทรศัพท์ทั้งหมด 53,700,000 กว่าเครื่อง (ยอดขายตกมา 30% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019)
8. อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ข่าวการเจริญเติบโตของยอดขายโทรศัพท์ Huawei นั้นจะปรากฏออกมาว่ามีความเจริญเติบโตดีมากเป็นพิเศษในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยอดขายเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นยอดขายที่ทำได้ภายในประเทศจีน
9. คือ ผลิตจากโรงงานแล้วก็ส่งสินค้ากลับไปขาย ให้ประชาชนชาวจีนได้ใช้บริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ยอดขายจึงดูสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ถ้าพิจารณาจากภาพรวมภายนอกประเทศนั้น
10. จะพบว่ายอดขายของ Huawei นอกประเทศจีนนั้นกำลังดิ่งฮวบลงสู่เหวอย่างจริงจัง เพราะโดนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาสร้างกระแสแบน Huawei ให้กับประเทศพันธมิตรทั่วโลก
11. ยอดขายของ Huawei จำนวนมากกว่า 55,000,000 เครื่องที่เห็นๆกันอยู่นี้กว่า 70% นั้นจึงเป็นยอดขายที่ประชาชนคนจีนช่วยกันดันขึ้นมา แต่ในทางตรงกันข้ามยอดขายในตลาดต่างประเทศนั้นถือว่าดิ่งลงมาเกือบ 30%
12. อย่างในประเทศแถบยุโรป ที่เคยเป็นตลาดหลักของ Huawei เนื่องจากในอดีต Huawei ไปตั้งโรงงานผลิตสินค้าในประเทศแถบยุโรป และตั้งศูนย์วิจัยทางเทคโนโลยีอีกหลายแห่งภายในประเทศอังกฤษ ทำให้ยุโรปกลายเป็นตลาดที่สำคัญของ Huawei อยู่พักใหญ่ๆ
13. ปัจจุบันนี้ยอดขายโทรศัพท์มือถือกลับตกลงมากว่า 16% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 ทั้งๆที่ Huawei นั้นเป็นเจ้าตลาดลำดับที่ 3 ของยุโรปมานาน (ตามหลังแค่ Samsung กับ Apple)
14. ทำให้เกิดข้อกังวล และประเด็นที่น่าเป็นห่วงขึ้นมาว่าในระยะยาวนั้น Huawei จะสามารถทนรับกับกระแสการต่อต้านจากตลาดภายนอกประเทศนี้ไปได้อีกไกล หรือนานแค่ไหน
15. หลายๆประเทศที่เคยเป็นพันธมิตรกับ Huawei ปัจจุบันนี้ก็เริ่มพยายามที่จะตีตัวออกห่างจาก Huawei กันแล้ว เพราะไม่อยากที่จะมีปัญหากับรัฐบาลของ Donald Trump ที่ส่งทีมเจรจาเดินหน้าไปกดดันประเทศพันธมิตรอยู่ตลอดเวลา
16. อย่างล่าสุดเมื่อตอนสัปดาห์ก่อน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา Mike Pompeo ก็เดินทางบินไปเยือนประเทศอังกฤษ เพื่อพูดคุยเรื่องนโยบาย และกรอบความร่วมมือของการต่างประเทศโดยตรงเลย
17. ยอดขายที่ประชาชนจีนภายในประเทศพยายามช่วยกันดัน ช่วยกันซื้อเพียงอย่างเดียวจึงอาจจะไม่ช่วยให้ Huawei สามารถรักษาอัตราการเจริญเติบโตแบบนี้ไปได้ในระยะยาวแน่ๆ
18. ยิ่งโดยเฉพาะกับการที่สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัท Huawei จนทำให้ Huawei ไม่สามารถเข้าถึง หรือใช้งานเทคโนโลยีที่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา อย่างระบบ Google อีกด้วย
19. ทำให้ Huawei จะไม่สามารถใช้ระบบการค้นหาของ Google และ Gmail ได้ ประเด็นนี้อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในประเทศจีน เพราะคนจีนเขาไม่ใช้ Google หรือ Gmail กันอยู่แล้ว เขาใช้ search engine อื่นๆอย่าง Baidu กัน
20. แต่มันจะทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่น และปัญหาด้านตลาดนอกประเทศของ Huawei เพราะฐานลูกค้าส่วนใหญ่เขาใช้ Huawei เพราะราคาถูก คุณภาพกล้องดี และสามารถใช้โปรแกรม หรือแอพอะไรต่างๆได้เหมือนพวก Samsung, และ Apple
21. แต่ทีนี้พอ Huawei ไม่สามารถใช้งาน Google หรือ Gmail และระบบอะไรต่างๆได้ ปัญหาจะตามมาอย่างมาก และประเด็นเรื่องราคา และคุณภาพกล้องอาจจะไม่สามารถนำมาเป็นจุดขายของ Huawei ได้อีกต่อไป เพราะผู้ใช้งานต้องแลกกับการไม่มีระบบ Google
22. ทำให้ช่วงนี้บริษัทผลิตโทรศัพท์ smartphone คู่แข่งของ Huawei ที่ไม่ได้โดนเพ่งเล็งจากสหรัฐอเมริกา ได้มีโอกาสขยับขยายตัวแข่งกับ Huawei ขึ้นมาได้ อย่าง Xiaomi นี้ยอดขายในยุโรปก็พุ่งขึ้นมา 13% เทียบกับ 6% เมื่อปี 2019
23. ระบบปฏิบัติการที่ Huawei พยายามสร้างเลียนแบบออกมาอย่าง HarmonyOS ก็ดูจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในเบื้องต้น (เพราะยังมีหลายแอพที่ไม่สามารถเข้าถึงได้อยู่ดี)
24. ความซวยของ Huawei ยังไม่จบแค่ตรงนี้ เพราะในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานั้น ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้พยายามเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการการกดดันบริษัท Huawei ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
25. ด้วยการสั่งให้กระทรวงพาณิชย์ออกกฎมาบังคับโรงงานของบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจกับบริษัท Huawei ว่า บริษัทใดๆก็ตามที่ใช้อุปกรณ์ผลิตชิปของสหรัฐอเมริกา แล้วอยากจะค้าขายกับ Huawei
26. จะต้องติดต่อมาขอใบอนุญาตในการขายจากหน่วยงานทางด้านการพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะมีการส่งมอบอุปกรณ์หรือสินค้าชนิดดังกล่าวให้กับ Huawei เพื่อป้องกันการเล่นตุกติก หรือเล่นแง่ของกลุ่มบริษัทในเครือ Huawei
27. ดังนั้นยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากการขาย และบริโภคกันเองภายในตลาดประเทศจีนนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีสำหรับ Huawei แต่อย่างใด แต่มันกำลังสะท้อนให้เห็นปัญหาที่กำลังจะกลายเป็นโรคเรื้อรังในระยะยาวให้แก่กลุ่มบริษัทในเครือ Huawei
References
1. บทความจาก CNBC ชื่อ "Huawei overtakes Samsung to be No. 1 smartphone player in the world thanks to China as overseas sales drop"
2. บทความจาก BBC ชื่อ "Huawei takes top spot in global phone shipments for first time"
3. บทความจาก The Hill ชื่อ "China: UK cooperating with US to hurt Huawei"
4. บทความจาก Reuters ชื่อ "Huawei overtakes Samsung as top handset maker thanks to robust China sales"
5. บทความจาก Foreign Affairs ชื่อ "The Right Way to Deal With Huawei"
6. บทความจาก Global Times ชื่อ "Huawei not a 'China First' case to be confused with 'America First'"
7. บทความจาก CGTN ชื่อ "Huawei overtakes Samsung as top handset maker, thanks to robust China sales"
8. บทความจาก The Japan Times ชื่อ "Global prospects dim for China's tech champions as great powers clash"
9. บทความจาก Bangkok Post ชื่อ "Huawei overtakes Samsung as top smartphone seller"
10. บทความจาก The Telegraph ชื่อ "Huawei overtakes Samsung as world's largest smartphone vendor"
ความคิดเห็น

Mr.Saengkaew Kumguan

นี่หละประชาธิปไตยตัวพ่อ!!
31 ก.ค. เวลา 13:37
1

246259

ไม่ว่าจะขายในหรือนอกประเทศ ก็คือ ยอดขาย และแสดงให้เห็นว่า อเมริกาไม่ใช่สิ่งที่จะกระทบกระเทือน ถ้าขายได้ก็แค่ ตัวบวกเพิ่ม เท่านั้น
31 ก.ค. เวลา 13:28
1

tong

อเมริกาจะผูกขาดทุกอย่างใครจะล้ำหน้ากว่าไม่ได้
31 ก.ค. เวลา 12:35