โพสต์

• ประวัติศาสตร์อิสราเอล ฉบับเข้าใจง่าย
ตอนที่ 2 : กำเนิดอาณาจักรอิสราเอล
หลังจากที่ในตอนที่แล้ว ชาวฮีบรูสามารถหลบหนีออกมาจากอียิปต์ได้ พวกเขาก็ได้เดินทางกลับมายังดินแดนคานาอัน หรือดินแดนแห่งพันธสัญญาอีกครั้งหนึ่ง
แต่ทว่า ดินแดนคานาอันในช่วงเวลานั้น ได้ถูกปกครองภายใต้กลุ่มชนที่มีชื่อว่า "ชาวฟิลิสไตน์" (Philistine)
ภาพแกะสลักของชาวฟิลิสไตน์ และรูปจำลองลักษณะของนักรบชาวฟิลิสไตน์
ซึ่งชื่อของชาวฟิลิสไตน์นี้เอง ที่กลายเป็นที่มาของคำว่า "ปาเลสไตน์" (Palestine) ที่ใช้เรียกดินแดนคานาอัน ในเวลาต่อมานั้นเอง
ด้วยเหตุนี้ เมื่อชาวฮีบรูเดินทางมาถึงดินแดนคานาอันแล้ว พวกเขาจึงต้องต่อสู้กับชาวฟิลิสไตน์ เพื่อแย่งชิงดินแดนคานาอัน การต่อสู้ของทั้งสองเกิดขึ้นยาวนานนับร้อย ๆ ปี
โดยในราว 1,020 ปีก่อนคริสตกาล ผู้นำของชาวฮีบรูผู้มีนามว่า "ซาอูล" (Saul) ได้รับการคัดเลือกจากชาวฮีบรูทั้งปวง ให้เป็นกษัตริย์องค์แรกของพวกเขา
ซาอูล กษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล
ในสมัยของซาอูล ยังได้ปรากฏวีรบุรุษคนสำคัญของชาวฮีบรูอย่าง "เดวิด" (David) อีกด้วย โดยเดวิดมีส่วนสำคัญ ในการนำชาวฮีบรูเข้าต่อสู้กับชาวฟิลิสไตน์
ภาพเหตุการณ์ที่ เดวิดใช้เครื่องเหวี่ยงหิน สังหารโกไลแอธ (Goliath) แม่ทัพของฟิลิสไตน์
ต่อมาในราว 1,010 ปีก่อนคริสตกาล กษัตริย์ซาอูลได้สิ้นพระชนม์ลง เดวิดได้รับการคัดเลือกจากชาวฮีบรู ให้เป็นกษัตริย์องค์ใหม่
เดวิด กษัตริย์องค์ที่ 2 ของอิสราเอล
ในสมัยของเดวิด ชาวฮีบรูก็สามารถเอาชนะชาวฟิลิสไตน์ได้อย่างเด็ดขาด ทำให้ชาวฮีบรูได้เข้าครอบครองดินแดนคานาอัน หรือดินแดนพันธสัญญาอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากได้รับชัยชนะเหนือชาวฟิลิสไตน์แล้ว กษัตริย์เดวิดก็ได้สถาปนา "อาณาจักรอิสราเอล" (Kingdom of Israel) อาณาจักรแห่งแรกของชาวฮีบรู โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม (Jerusalem)
ต่อมาเมื่อกษัตริย์เดวิดสิ้นพระชนม์ลง กษัตริย์องค์ต่อมาของอิสราเอลก็คือ "โซโลมอน" (Solomon) โดยในสมัยของโซโลมอน นับได้ว่าเป็นยุคทองที่รุ่งเรืองของอาณาจักรอิสราเอล ชาวฮีบรูต่างมั่งคั่งจากการค้าขายกับอาณาจักรรอบ ๆ ด้าน พวกเขาต่างเลื่อมใสและศรัทธา ต่อกษัตริย์โซโลมอนเป็นอย่างมาก
กษัตริย์โซโลมอน
ในสมัยของโซโลมอน ยังได้มีการก่อสร้างมหาวิหารโซโลมอน (Solomon's Temple) อันเป็นเทวสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกของอิสราเอล อีกด้วย
ภาพจำลองของมหาวิหารโซโลมอน เทวสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกของอิสราเอล
ทว่าหลังจากที่กษัตริย์โซโลมอน สิ้นพระชนม์เมื่อราว 928 ปีก่อนคริสตกาล อาณาจักรอิสราเอลที่เคยเป็นปึกแผ่นก็ถึงคราวแตกแยก
การแย่งชิงอำนาจ และความแตกแยกภายใน ส่งผลให้ในท้ายที่สุด อาณาจักรอิสราเอลก็ได้แบ่งแยกออกเป็น 2 อาณาจักร คือ อาณาจักรอิสราเอล ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือ มีกรุงซามาเลีย (Samalia) เป็นเมืองหลวง
และอาณาจักรยูดาห์ (Judah) ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ มีกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง
แผนที่ของอาณาจักรอิสราเอล (บน) และอาณาจักรยูดาห์ (ล่าง)
การแบ่งแยกอาณาจักรอิสราเอลเป็น 2 ส่วนนี้ ส่งผลให้ชาวฮีบรูเกิดความระส่ำระส่าย และอ่อนแอลงอย่างมาก อาณาจักรอิสราเอลและยูดาห์ ต่างก็ถูกอาณาจักรรอบ ๆ ข้าง รุกรานอยู่เสมอ
ในที่สุดราว 722 ปีก่อนคริสตกาล อาณาจักรอิสราเอล ก็ถูกยึดครองภายใต้จักรวรรดิอัสซีเรีย (Assyrian Empire) ส่วนอาณาจักรยูดาห์ยังคงดำรงอยู่ แต่ตกอยู่ในสถานะรัฐบรรณาการของอัสซีเรีย
กองทัพของอัสซีเรีย บุกโจมตีกรุงซามาเลีย เมืองหลวงอาณาจักรอิสราเอล
ก่อนที่ในอีก 200 ปีต่อมา อาณาจักรยูดาห์จะถึงกาลล่มสลาย จากการรุกรานของจักรวรรดิบาบิโลนใหม่ (Neo Babylonian Empire) กรุงเยรูซาเล็ม และมหาวิหารโซโลมอนถูกเผาทำลายจนราบคาบ ชาวฮีบรูจำนวนมาก ต่างถูกกวาดต้อนกลับไปยังกรุงบาบิโลน
กรุงเยรูซาเล็มถูกเผาทำลาย จากการรุกรานของบาบิโลน
ในเวลาต่อมา จักรวรรดิบาบิโลนใหม่ได้ล่มสลายลง และถูกแทนที่ด้วยมหาอำนาจแห่งใหม่ ซึ่งก็คือ จักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire) ส่งผลในดินแดนที่เคยถูกบาบิโลนครอบครองนั้น ได้ตกมาเป็นของเปอร์เซียด้วย ซึ่งก็รวมไปถึงดินแดนคานาอันด้วย
โดยไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเปอร์เซีย ได้ทรงปลดปล่อยชาวฮีบรู ที่ได้ถูกกวาดต้อนมายังบาบิโลน ให้เดินทางกลับไปยังดินแดนคานาอันได้อีกครั้ง
ไซรัสมหาราช ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิเปอร์เซีย
เมื่อชาวฮีบรู เดินทางกลับมาที่ดินแดนคานาอันอีกครั้ง พวกเขาก็ได้ทำการบูรณะกรุงเยรูซาเล็ม และก่อสร้างมหาวิหารเฮรอด (Herod's Temple) อันเป็นเทวสถานแห่งที่ 2 ของอิสราเอล เพื่อใช้แทนที่มหาวิหารโซโลมอน ที่ถูกเผาทำลายมาก่อนหน้านั้น
ภาพจำลองของมหาวิหารเฮรอด
อีกราว 200 ปีต่อมา จักรวรรดิเปอร์เซียก็ล่มสลายลง โดยการพิชิตของ อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) ส่งผลให้ดินแดนคานาอันของชาวฮีบรู ได้ตกอยู่ภายใต้จักรวรรดิมาชิโดเนีย (Macedonian Empire) ของอเล็กซานเดอร์มหาราช
อเล็กซานเดอร์มหาราช
และเมื่อจักรวรรดิมาชิโดเนียล่มสลายลง มหาอำนาจแห่งใหม่นามว่า "โรมัน" ก็ได้เข้าครอบครองดินแดนคานาอันแห่งนี้ สืบต่อมา ....
สำหรับในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อว่า เมื่อดินแดนคาราอันได้ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของโรมันแล้ว จะเกิดเหตุการณ์สำคัญใด ๆ เกิดขึ้นบ้าง ติดตามได้ในตอนต่อไปครับ
*** Reference
#HistofunDeluxe
ความคิดเห็น

Topshiba500

รอตอนสามอยู่นะครับ
29 ส.ค. เวลา 00:13
1

บันทึกสีเทา

เป็นประวัติศาสตร์ที่อ่านแล้วไม่เบื่อเลยค่ะ
2 ส.ค. เวลา 15:26
1

IOU

น่าสนใจมากติดตามครับ
2 ส.ค. เวลา 09:54
1