โพสต์

เมลเบิร์นประกาศเคอร์ฟิวทั้งเมืองภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน หลังพบผู้ป่วยโควิด-19 ลึกลับนับร้อยที่ตามหาต้นตอไม่พบ
หลังจากที่กรุงเมลเบิร์น รัฐวิคตอเรียของประเทศออสเตรเลีย มีข่าวการติดเชื้อโควิด-19 ระบาดประปรายมาโดยตลอด รวมทั้งพบจุดอ่อนหรือจุดบกพร่องของการกักตัว(Quarantine)ที่โรงแรมชื่อดัง
ตามมาด้วย มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในการควบคุมโรค เพื่อตอบสนองการเรียกร้องของภาคเอกชนด้วยมิติทางเศรษฐกิจ
สุดท้ายทุกอย่างก็ได้พังทลายลงแล้ว มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อใหม่ของรัฐวิคตอเรีย วันเดียวสูงสุด 671 ราย
รวมเป็นผู้ติดเชื้อ 11,557 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 7 รายรวมเป็นเสียชีวิตถึง 123 ราย ทำให้ทั้งประเทศออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อ 18,318 ราย และเสียชีวิตรวม 221 ราย
ในกรุงเมลเบิร์นของรัฐวิคตอเรียนั้น มีเคสลึกลับ(Mystery cases)มากถึง 760 คน แปลว่าตามหาต้นตอของการติดเชื้อไม่พบ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่หลวงคือ ผู้ที่เริ่มแพร่เชื้อให้คนอื่น(โดยเฉพาะในรายที่ไม่มีอาการ)ก็จะสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อย่างกว้างขวางไร้ขอบเขต เพราะตามหาตัวไม่เจอ
D.Andrews ตำแหน่ง Premier ของรัฐวิคตอเรีย จึงไม่มีทางเลือก จำต้องประกาศภาวะภัยพิบัติ (State of Disaster) หรือภาวะฉุกเฉิน(State of Emergency) รวมทั้งประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านช่วงสองทุ่มถึงตีห้า
มาตรการดังกล่าวถูกประกาศให้มีผลทันทีตั้งแต่ 6 โมงเย็นของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
(2สิงหาคม 2563) โดยเป็นมาตรการเข้มข้นระดับ 4 และใช้เป็นเวลานาน 6 สัปดาห์ตั้งแต่ 2 สิงหาคมถึง 13 กันยายน 2563
แลกกับการที่จะใช้มาตรการที่ผ่อนคลายมากกว่าคือระดับสาม แต่จะต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือน
มาตรการระดับ 4 หมายถึง
1)ห้ามทุกคนออกนอกบ้านช่วง 20.00-05.00 น.
2)การออกนอกบ้านในเวลากลางวัน ให้ออกได้เพียงครอบครัวละ 1 คน วันละหนึ่งครั้ง เฉพาะออกไปหาซื้ออาหารหรือสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตเท่านั้น
3)การออกจากบ้านในกรณีจำเป็นดังกล่าว ต้องออกในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร
4)สามารถไปพบแพทย์ได้เท่าที่จำเป็น
5)การทำงาน ให้ทำได้เท่าที่จำเป็น และนายจ้างต้องสนับสนุนให้ทำงานจากที่บ้าน(Work from home)
6)ปิดสถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาลทั้งหมด โรงเรียนให้เรียนทางออนไลน์
7)ปิดผับบาร์ทุกแห่ง
8)ภัตตาคารร้านอาหาร จำหน่ายเฉพาะอาหารซื้อกลับบ้าน ไม่ให้นั่งรับประทาน
9)ออกกำลังกายได้วันละ 1 ชั่วโมง ห้ามเกินรัศมี 5 กิโลเมตรจากบ้าน และไม่เกินสองคน
10)ใส่หน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่นอกบ้าน
ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ใช้อำนาจตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถควบคุมการดำเนินการตามมาตรการต่างๆไว้ให้ได้
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ให้สำเร็จ ไม่สามารถปล่อยให้มีการแพร่เชื้อระลอกสองแบบนี้ต่อไปได้อีก แม้จะเกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจก็ตาม
ไทยเราคงจะได้ใช้กรณีเมลเบิร์นของออสเตรเลียนี้เป็นกรณีศึกษา เพื่อประกอบการตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการต่างๆอย่างพอเหมาะพอดี อันหมายความว่า ไม่ผ่อนคลายมากเกินไปจนเกิดการระบาดใหม่รอบสอง หรือออกมาตรการเข้มข้นเกินไปจนเศรษฐกิจไปไม่ได้
ทำงานยากจริงๆนะครับในช่วงนี้ สำหรับผู้บริหารประเทศทุกประเทศ
Reference
ความคิดเห็น

พลอยพรรณ ป้อมสุวรรณ

น่าเป็นห่วงลูกหลานไปโรงเรียนค่ะ
4 ส.ค. เวลา 10:51

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

เด็กจะติดยากหน่อย และไม่ค่อยมีอาการ ระวังจะนำเชื้อมาติดปู่ย่าตายายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงครับ
4 ส.ค. เวลา 10:52

SaraUpdate

น่าเป็นห่วงค่ะ
4 ส.ค. เวลา 02:01
1

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ใช่ครับ ช่วงนี้หลายประเทศที่มีคุณภาพก็เริ่มทยอยมีการระบาดรอบใหม่กันแล้วครับ
4 ส.ค. เวลา 02:54

CHAOS SiVILAI

ไวรัส สามารถมีชีวิตอยู่บนผิววัสดุ บนเนื้อสัตว์ ตัวปลา หีบห่อบรรจุภัณฑ์
3 ส.ค. เวลา 11:49