โพสต์

เมืองไทย.....ที่ใครๆก็อยากมา (ตอนนี้)
ขอบคุณภาพจากการบินไทย
แม้ว่าทั่วโลกจะยังคงอ่วมกับการระบาดของโรคCovid-19ที่ไม่มีแนวโน้มจะมีท่าทีลดลง มีผู้ติดเชื้อเกิน 18 ล้านคนแล้ว หลังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 200,000 คน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก พุ่งขึ้นจนถึงเกือบ 700,000 คน
โดยสหรัฐ มีผู้ติดเชื้อมากสุดเกือบ 5 ล้านคน รองลงไปคือบราซิล อินเดีย และรัสเซีย ส่วนผู้เสียชีวิต สหรัฐมากที่สุดเช่นกัน คือเกือบ 160,000 คน รองลงมาคือบราซิล และเม็กซิโก ทั้งนี้ มีรายงานการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลายประเทศ ที่เคยควบคุมการระบาดได้แล้ว จนรัฐบาลหลายประเทศต้องประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่แม้จะกังวลเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น ที่รัฐวิกตอเรีย ของออสเตรเลีย นอกจากมาตรการคุมเข้มทั่วทั้งรัฐแล้ว ยังประกาศใช้มาตรการเข้มงวดในนครเมลเบิร์น เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากขึ้น
กลับมามองที่ประเทศไทย ......เห็นได้ชัดว่าการรับมือกับการระบาดของ Covid-19 ของประเทศไทย ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าจะมีตัวเลขขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เพิ่มเพียงหลักหน่วย และทั้งหมดล้วนแต่อยู่สถานกักกันของรัฐหรือ state quarantine
ทั้งนี้จากรายงานของ GCI (The Global COVID-19 Index) แจ้งว่าไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่"ดีที่สุดในโลก" สำหรับการรับมือและจัดให้มีการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19
โดยไทยได้รับคะแนนสูงถึง 82.06 จาก 100 คะแนน เป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย เกาหลีใต้ 81.15 ลัตเวีย 80.81 มาเลเซีย 79.37 และไต้หวัน 78.94 โดยมีนิวซีแลนด์ตามมาเป็นอันดับหก และออสเตรเลียอันดับแปด จากการประเมินทั้งสิ้น 184 ประเทศทั่วโลก
ขอบคุณภาพจากเดลินิวส์
สำหรับ Global Recovery Index เป็นดัชนีที่แสดงถึงการฟื้นตัวของแต่ละประเทศจากสถานการณ์ของโรค COVID-19 ซึ่งคะแนน 70% มาจากตัวชี้วัด 4 ด้าน โดยประเมินผล (คะแนนสูง หมายถึงฟื้นตัวได้ดี )ได้แก่
1. จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังดูแลอยู่ (active case) ต่อประชากร
2. ผู้ที่รักษาหายแล้วต่อผู้ติดเชื้อ
3. จำนวนการตรวจต่อจำนวนผู้ติดเชื้อ
4. จำนวนการตรวจต่อประชากร
ส่วนอีก 30% เป็นคะแนนคงที่ที่ได้มาจากดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพโลก (The Global Health Security Index: GHS) ที่ประเมินโดยมหาวิทยาลัย Johns Hopkins University ประเทศสหรัฐอเมริกา ใน 3 หมวดหมู่ คือ
1. ความสามารถในการตรวจพบและรายงานการติดเชื้อ
2. ความสามารถในการตอบสนองอย่างรวดเร็วในการควบคุมโรค
3. ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขในการรักษาผู้ติดเชื้อและดูแลบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
เมื่อรายงานฉบับนี้ได้เผยแพร่ออกมา ประเทศไทยมีสถานะ"เนื้อหอม"ขึ้นมาทันที ได้รับการตอบรับที่ดีจากบรรดานักธุรกิจ ผู้มั่งคั่งทั้งหลายในต่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวเฉพาะบางกลุ่มอย่างนักท่องเที่ยวที่ถือบัตรไทยแลนด์อีลิทการ์ด ซึ่งมีกำลังซื้อสูงทำเรื่องเสนอขอเข้ามาพักร้อนเพื่อหลบภัยโควิดที่ระบาดในประเทศตนเอง ทั้งจากสหรัฐอเมริกา เยอรมัน เกาหลีใต้และจีน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ที่เป็นคนไข้ระดับบนและกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Medical Tourism แสดงความจำนงค์ชัดเจนในการขอมารักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชน และสถาบันเสริมความงามหลายแห่งในไทย
นี่ยังไม่รวมถึงกิจกรรมทางการทหาร ที่ต้องการมาร่วมฝึกในไทย เพราะเปรียบได้ดั่งหลุมหลบภัย หนีเชื้อโควิด-19 ในเวลานี้
การกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำโดยด่วน ควบคู่ไปมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องอาศัยความรอบคอบในการตั้งกฎเกณฑ์ และมาตรฐานต่างๆ รวมถึงการกำหนดพื้นที่ที่ชัดเจน เพื่อให้ทีมผู้เกี่ยวข้องสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยหวังว่ามาตรการต่างๆเหล่านี้อาจจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มากก็น้อย....
ตอนนี้ขออย่างเดียว คือรัฐอย่าการ์ดตก !!!!!!
ความคิดเห็น

Visait Hansaward

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ 👍🏻
8 ส.ค. เวลา 05:11