โพสต์

ซับน้ำตาหาร่างเหยื่อในทะเล ระเบิดเบรุต โศกนาฏกรรมสุดสะเทือนขวัญเลบานอน
ชาวเลบานอนนับ 4 ล้านคนในกรุงเบรุต ต้องอกสั่นขวัญแขวนตื่นตระหนกตกใจกันสุดขีด หลังได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท ก่อนกระจกหน้าต่างจะแตกกระจายเกลื่อน อาคารบ้านเรือนพังถล่มได้รับความเสียหายนับไม่ถ้วน..
วินาทีนั้นไม่มีใครคาดคิดจะเผชิญกับโศกนาฏกรรมร้ายแรง เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ ที่ต้องถูกจดบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศเลบานอนอีกครั้ง
เบื้องต้นคิดว่าแผ่นดินไหว
นักข่าว CNN ประจำกรุงเบรุต กล่าวด้วยความตื่นตระหนกหลังจากรอดชีวิตจากเหตุระเบิดร้ายแรงในกรุงเบรุต เมื่อช่วงเย็นหลังเวลา 18.00 น. วันที่ 4 ส.ค.2563 ตามเวลาท้องถิ่น ขณะกำลังทำงานอยู่ในสำนักงานของ CNN ในเมืองหลวงเลบานอนว่า ตอนแรกเขาคิดว่าแรงสั่นสะเทือนนั้นเกิดจากแผ่นดินไหว ก่อนไม่นานต่อมา จึงทราบว่ามีสาเหตุมาจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่โกดังแห่งหนึ่งบริเวณท่าเรือ
ตามรายงานของสำนักงานสำรวจทางภูมิศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุตรวจวัดพบว่าแรงระเบิดในกรุงเบรุต มีแรงสั่นสะเทือนรุนแรงเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 3.3 แมกนิจูด อย่างไรก็ตาม ‘ดอน เบล็คแมน’ นักภูมิศาสตร์ประจำศูนย์ข้อมูลแผ่นดินไหวแห่งชาติสหรัฐฯ อธิบายว่า เราไม่สามารถจะนำความรุนแรงจากเหตุระเบิดในกรุงเบรุตมาเปรียบเทียบกับการเกิดแผ่นดินไหวในขนาดใกล้เคียงกันได้โดยตรง
เนื่องจากเหตุระเบิดที่เกิดบนพื้นผิวดิน เช่น เหตุระเบิดในเบรุตนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่เหมือนกับแผ่นดินไหวที่ปลดปล่อยพลังออกมาในระดับใกล้เคียงกัน เนื่องจากพลังงานจากแรงระเบิดส่วนใหญ่พุ่งไปในอากาศและกระแทกตัวอาคาร ซึ่งพลังงานนั้นไม่เพียงพอที่จะส่งผ่านไปถึงชั้นหินในผืนดิน และนั่นหมายถึง หากการระเบิดในกรุงเบรุตครั้งนี้เกิดขึ้นต่ำกว่าชั้นผิวดินของโลก จะก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมากกว่าที่มีการตรวจวัดได้ในระดับเท่ากับการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.3 แมกนิจูด
เปลวไฟลุกโชนหลังเกิดเหตุระเบิดที่โกดังเก็บสารแอมโมเนียมไนเตรท ที่ท่าเรือในกรุงเบรุต
หนึ่งในเหตุระเบิดครั้งใหญ่สุดของโลก
ท่ามกลางเสียงหวีดร้อง รอยเลือด น้ำตา และเศษซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนนับไม่ถ้วนที่พังวินาศทั่วกรุงเบรุต มีรายงานเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดครั้งนี้ที่ได้ปลิดชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 100 ศพ บาดเจ็บกว่า 4,000 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน จนถึงช่วงค่ำวันที่ 5 สิงหาคม ตามเวลาในไทย
นอกจากนั้นแล้ว กลุ่มควันรูปเห็ดที่พวยพุ่งเหนือบริเวณจุดเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณท่าเรือในกรุงเบรุต ยังสร้างความสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น เพราะละม้ายคล้ายคลึงกับกลุ่มเมฆดอกเห็ดจากระเบิดนิวเคลียร์ ที่เราเคยเห็นกันมาแล้วจากเหตุการณ์สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คลิปวิดีโอที่แชร์กันในโลกโซเชียล เผยให้เห็นวินาทีระเบิดสุดสะพรึงที่เบรุต ราวกับวันสิ้นโลก!!
ขณะที่แรงระเบิดเบรุตครั้งนี้ มีระดับความรุนแรงเทียบเท่ากับ 1 ใน 5 ของระเบิดปรมาณูที่ถล่มเมืองฮิโรชิมา และถือเป็นหนึ่งในเหตุระเบิดครั้งร้ายแรงที่สุดในโลก!!
หลังพอตั้งสติได้แล้วทางการเลบานอนรีบให้ข้อมูลกับประชาชนว่าเกิดอะไรขึ้น โดย นายฮัสซัน ดีอับ นายกรัฐมนตรีเลบานอน ได้เปิดเผยรายละเอียดเบื้องต้นของสาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดครั้งใหญ่ว่า เกิดจากวัตถุอันตราย ‘สารแอมโมเนียมไนเตรท’ ปริมาณมหาศาลราว 2,750 ตัน ที่เก็บไว้ในโกดังแห่งหนึ่งที่บริเวณท่าเรือมานานถึง 6 ปีแล้ว
ต่อมา แหล่งข่าววงในรัฐบาลเลบานอนได้เปิดเผยต้นเหตุที่ทำให้สารแอมโมเนียมไนเตรทปริมาณมหาศาลระเบิดครั้งใหญ่ว่าเป็นเพราะ ‘ช่างเชื่อม’คนหนึ่งประมาทเลินเล่อขณะซ่อมหลังคา ‘โกดัง 9’ ที่เกิดรูโหว่ โดยประกายไฟจากการเชื่อมโลหะได้ก่อให้เกิดไฟไหม้ จากนั้นเปลวไฟได้ลุกลามไปยัง ‘โกดัง 12’ ซึ่งเป็นที่เก็บสารแอมโมเนียมไนเตรทราว 2,750 ตัน จนส่งผลให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ได้ยินไปไกลถึงเกาะไซปรัส ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่อยู่ห่างจากกรุงเบรุตไปทางตะวันออกถึง 240 กิโลเมตร
สภาพความเสียหายหลังเกิดเหตุระเบิดร้ายแรงที่กรุงเบรุต จนถือเป็นเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
เร่งค้นหาเหยื่อกระเด็นตกทะเล-ใต้ซากปรักหักพัง
ส่วนโกดังที่เก็บสารแอมโมเนียมไนเตรทมหาศาลที่เกิดการระเบิดนั้น ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของหอสูงที่เรียกว่า ‘Beirut Port Silos’ ซึ่งแรงระเบิดทำให้หอสูงพังถล่มลงมาใส่อาคารหลายหลังในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนั้น ความรุนแรงของระเบิดได้ทำให้ร่างผู้เคราะห์ร้ายกระเด็นไปตกในทะเลอย่างสุดสลด และทีมกู้ภัยได้พยายามค้นหาร่างผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้งผู้คนที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มลงมาจากแรงระเบิด รวมทั้งยังมีโรงพยาบาลหลายแห่ง และโรงแรมถึงประมาณ 90% ในกรุงเบรุตได้รับความเสียหาย
ส่วนผู้ประสบเหตุร้ายจากระเบิดครั้งใหญ่นั้นพบว่ามีผู้เสียชีวิต จำนวนมากที่ท่าเรือและพนักงานด้านศุลกากร ตลอดจนผู้คนที่ทำงานอยู่ในบริเวณนั้น รวมทั้งบรรดาคนขับรถยนต์ที่มาประสบเหตุร้ายพอดีในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเย็นหลังเลิกงาน
ไร้ที่อยู่ 3 แสน เสียหายนับแสนล้านในพริบตา
หลังเกิดโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในเลบานอน มีรัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย และอิสราเอล ได้ร่วมแสดงความเสียใจ และพร้อมจะส่งความช่วยเหลือในทุกๆ อย่างมาให้เลบานอน
ขณะที่เหตุระเบิดครั้งนี้ที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก ได้ทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยในทันทีถึง 300,000 คน และมีการประเมินในเบื้องต้นว่าสร้างความเสียหายมหาศาลถึงประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 150,000 ล้านบาท
ประธานาธิบดีมิเชล อาอูน(กลาง)สวมหน้ากากอนามัยมาลงพื้นที่ดูความเสียหายจากเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในกรุงเบรุต
โศกนาฏกรรมสุดสะเทือนขวัญของเลบานอน
นายกรัฐมนตรีเลบานอน ได้กล่าวถึงเหตุระเบิดที่กรุงเบรุตครั้งนี้ว่า เป็นหายนะครั้งใหญ่ของประเทศเลบานอนและบรรดาคนกระทำผิดจะต้องรับผิดชอบถูกนำตัวมาลงโทษ
ที่น่าเสียใจคือ เหตุระเบิดครั้งประวัติศาสตร์ของเลบานอนยังเกิดขึ้น ท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อในประเทศแล้ว 5,062 ราย และเสียชีวิตอยู่ที่ 65 ศพ
นอกจากนั้น ชาวเลบานอนยังต้องเผชิญกับความยากลำบากปัญหาหลายอย่างในการดำรงชีวิต จนก่อให้เกิดเหตุประท้วงรุนแรงที่มาจากประชาชนที่ลำบากยากจนและหิวโหย ที่พุ่งขึ้นไปกว่า 50 % เลยทีเดียว
ทีมกู้ภัยเลบานอนเร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้ายและนำศพออกจากที่เกิดเหตุ หลังอาคารบ้านเรือนพังเสียหายยับจากเหตุระเบิดในกรุงเบรุต
ปัญหาไฟฟ้าดับในกรุงเบรุต กลายเป็นเรื่องปกติ ขณะที่รัฐต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการเรียกร้องการบริการขั้นพื้นฐานที่ควรจะมีควรจะเป็นให้แก่ประชาชน
ในวันนี้ เลบานอนกำลังเผชิญปัญหามากมายจากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ จนประชาชนออกมาประท้วงการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ทำให้ต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมืองในประเทศระหว่างปีค.ศ. 1975-1990
ท่ามกลางปัญหามากมายเหล่านี้ในเลบานอน ยังมาเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนในกรุงเบรุตอย่างเหลือคณานับ ซ้ำเติมปัญหามากมายในชีวิตอย่างสุดแสนสะเทือนใจ.
ผู้เขียน : วีนัส
ที่มา : CNN, BBC, The Sun
👇 อ่านบทความต้นฉบับ 👇
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้