โพสต์

• เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์
บิดาแห่งระเบิดปรมาณู
เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ (Julius Robert Oppenheimer) เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1904 ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยครอบครัวของเขาเป็นชาวยิวเชื้อสายเยอรมันที่ได้อพยพมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์
ออพเพนไฮเมอร์จบการศึกษาทางด้านเคมีและฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Harvard University) จบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University) ในประเทศอังกฤษ และจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยกอทิงเกน (Göttingen University) ในเยอรมนี
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1930 นักฟิสิกส์ชื่อดังอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ได้ร่วมกันเขียนจดหมาย เพื่อเรียกร้องให้ แฟลงคลิน ดี. รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น จัดตั้งหน่วยงานเพื่อทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
จดหมายที่ไอน์สไตน์ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ เขียนถึงประธานาธิบดีรูสเวลต์ นำไปสู่การก่อตั้งโครงการแมนฮัตตัน
โดยสาเหตุที่ทำให้ไอน์สไตน์และกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ เรียกร้องให้ทางการสหรัฐอเมริกาพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์นั้น ก็เพราะว่า พวกเขาได้สืบทราบและหวาดระแวงว่า นาซีเยอรมันภายใต้การนำของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) กำลังซุ่มพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อยู่
ซึ่งหากปล่อยให้นาซีเยอรมันสามารถพัฒนา และสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ นั้นอาจจะนำไปสู่ภัยอันตรายร้ายแรงต่อโลกได้
ด้วยเหตุนี้ ในปี 1942 รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาก็ได้ประกาศก่อตั้งโครงการแมนฮัตตัน อันเป็นโครงการพัฒนาวิจัยอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาขึ้น โดยมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่เมืองลอส อลามอส (Los Alamos) ในรัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico)
เป้าหมายสำคัญของโครงการแมนฮัตตัน คือการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ให้สำเร็จก่อนนาซีเยอรมัน และใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อยุติสงคราม โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ลงทุนในโครงการแมนฮัตตันเป็นเงินราว 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ตราประจำโครงการแมนฮัตตัน โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา ในสงครามโลกครั้งที่ 2
โดย เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ รับหน้าที่เป็นผู้นำของเหล่านักวิทยาศาสตร์ ในการคิดค้นวิจัยอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ในโครงการแมนฮัตตัน จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้อพยพหลบหนีออกจากยุโรป หรือเคยทำงานวิจัยกับนาซีเยอรมันมาก่อน
นอกจากนี้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับออพเพนไฮเมอร์ และเหล่านักวิทยาศาสตร์ในโครงการแมนฮัตตันอีกด้วย
ไอน์สไตน์และออพเพนไฮเมอร์
ในที่สุดปี 1945 โครงการแมนฮัตตันภายใต้การนำของออพเพนไฮเมอร์ ก็สามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ โดยพวกเขาสามารถสร้างระเบิดปรมาณูได้เป็นจำนวน 3 ลูก โดยระเบิดปรมาณูลูกแรก ถูกนำไปทดลองใน
ปฏิบัติการทรินนิตี้ (Trinity) ในวันที่ 16 กรกฎาคม 1945
การทดลองระเบิดปรมาณู ในปฏิบัติการทรินนิตี้ บริเวณทะเลทรายแห่งหนึ่ง ในรัฐนิวเม็กซิโก
ส่วนระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ก็คือ ลิตเติ้ลบอย (Little Boy) ที่ถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมา (Hiroshima) เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1945
และระเบิดปรมาณูลูกที่ 3 ก็คือ แฟตแมน (Fat Man) ที่ถูกทิ้งลงที่เมืองนางาซากิ (Nagasaki) เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1945
ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่า (ซ้าย) และนางาซากิ (ขวา)
การทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ได้ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง แต่มันกลับต้องแลกมาด้วยชีวิตของพลเรือน ที่ล้มตายรวมกันมากกว่า 2 แสนคน
หลังสิ้นสุดสงคราม ออพเพนไฮเมอร์ก็ได้ลาออกจากโครงการแมนฮัตตัน โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขารู้สึกเศร้าเสียใจ ที่ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ของเขานั้น กลับถูกนำไปใช้เพื่อเข่นฆ่าผู้คนแทน ซึ่งต่อมาโครงการแมนฮัตตัน ก็ได้ปิดตัวลงในปี 1947
หลังจากนั้น ออพเพนไฮเมอร์ก็ได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานของคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณูของสหรัฐอเมริกา (United States Atomic Energy Commission : AEC)
ปรากฏว่าในเดือนตุลาคม 1949 ออพเพนไฮเมอร์ได้คัดค้านการพัฒนาระเบิดไฮโดรเจนของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เขาถูกใส่ร้ายว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และถูกขับออกจากตำแหน่งไป
หลังจากนั้น ออพเพนไฮเมอร์ก็ยังคงมีบทบาทในการวิจัยทางด้านนิวเคลียร์อยู่ โดยในเดือนธันวาคม 1963 ออพเพนไฮเมอร์ก็ได้รับรางวัลเอนรีโก เฟอร์มี (Enrico Fermi Award) ซึ่งเป็นรางวัลที่จะมอบให้กับบุคคลสำคัญในวงการนิวเคลียร์
เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1967 ด้วยวัย 63 ปี
ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ออพเพนไฮเมอร์เคยได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขารู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ของเขานั้น กลับถูกนำไปใช้เพื่อเข่นฆ่าผู้คนแทน
หลังจากการเสียชีวิต ออพเพนไฮเมอร์ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็น "บิดาแห่งระเบิดปรมาณู" (Father of the Atomic Bomb)
*** Reference
#HistofunDeluxe
ความคิดเห็น

คิดให้ถึง

เยี่ยมเลย
6 ส.ค. เวลา 16:08
1

เที่ยวไปให้รู้

ขอบพระคุณมุมมองที่ปรับใช้ได้เป็นประโยชน์มากๆนะคะ
6 ส.ค. เวลา 11:15
1

คนไทยตัวเล็กเล็ก

คุณอนันต์ โทษมหันต์ อยู่ที่การใช้ ขอบคุณนะคะ
6 ส.ค. เวลา 09:14
2