โพสต์

• ภาพของเด็ก ๆ ชาวเยอรมัน ที่ได้นำธนบัตรเงินมาร์คของเยอรมันมาเรียงเล่น ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำในเยอรมนี ช่วงทศวรรษที่ 1920
ย้อนกลับไปในปี 1918 ถือได้ว่าเป็นปีที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร และความพ่ายแพ้ของฝ่ายมหาอำนาจกลาง
โดยเยอรมนีหรือในช่วงเวลานั้นคือ จักรวรรดิเยอรมัน (German Empire) ในฐานะที่เป็นผู้นำของฝ่ายมหาอำนาจกลาง และเป็นชาติที่ได้ก่อสงครามขึ้น ความพ่ายแพ้ในสงคราม ทำให้เยอรมนีได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงเป็นอย่างมาก
เยอรมนีต้องเสียทั้งค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล รวมไปถึงสูญเสียดินแดนให้กับประเทศผู้ชนะสงคราม ตามสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Treaty of Versailles) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ประเทศผู้ชนะสงคราม กระทำต่อประเทศผู้แพ้สงคราม
ด้วยความพ่ายแพ้ และความอัปยศที่เยอรมนีได้รับ ส่งผลให้ระบอบจักรพรรดิและรัฐบาลของจักรวรรดิเยอรมันถึงจุดสิ้นสุดลง และถูกแทนที่ด้วยรัฐบาลของสาธารณรัฐไวมาร์ (Weimar Republic)
ธงชาติของสาธารณรัฐไวมาร์ ที่ปกครองเยอรมันในช่วงปี 1919 จนถึง 1933
รัฐบาลสาธารณรัฐไวมาร์มีภารกิจสำคัญ คือการฟื้นฟูเยอรมนีให้หลุดพ้นจากสภาวะพ่ายแพ้สงคราม รวมไปถึงแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และภาวะปากท้องของคนในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบ
แต่ปรากฏว่า รัฐบาลสาธารณรัฐไวมาร์ กลับแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเรื่องปากท้องของชาวเยอรมันอย่างผิดวิธี เพราะรัฐบาลกลับแก้ไขปัญหา ด้วยการจัดพิมพ์ธนบัตรสกุลเงินมาร์ค (Marks) เป็นจำนวนนับสิบ ๆ ล้านฉบับ
แน่นอนว่าการกระทำดังกล่าว ทำให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อครั้งรุนแรงในเยอรมนี (Hyper Inflation) ที่ส่งผลให้มูลค่าของในเงินสกุลมาร์ค มีค่าลดน้อยลง และการที่มีเงินเป็นจำนวนมาก ก็กลับไม่สามารถนำไปใช้จ่าย หรือซื้อบริการใด ๆ ได้เลย
โดยมีการระบุว่า ในปี 1923 ซึ่งเป็นปีที่สภาวะเงินเฟ้อรุนแรงมากที่สุด ได้เกิดสภาวะเงินเฟ้อสูงถึง 3,250,000 % เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
เด็กในภาพ นำธนบัตรมาร์คจำนวน 1 แสนมาร์ค มาจัดเรียงเพื่อเปรียบเทียบว่า เงินจำนวนมหาศาลนี้ กลับมีค่าเพียงแค่ 1 ดอลล่าร์สหรัฐฯ เท่านั้น
สำหรับคนที่อาจจะไม่เข้าใจว่า สภาวะเงินเฟ้อดังกล่าว ส่งผลกระทบรุนแรงอย่างไรต่อสังคมเยอรมันบ้าง ก็ขอยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าในสภาวะปกติ ขนมปังหนึ่งก้อน อาจจะมีราคาอยู่ที่ราว 100 มาร์ค
แต่ในทางกลับกัน ในช่วงสภาวะเงินเฟ้อครั้งรุนแรงนี้ ขนมปังเพียงหนึ่งก้อน กลับมีมูลค่ามหาศาลถึง 3 พันล้านมาร์คเลยทีเดียว
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่จะเกิดภาพของผู้คนและเด็ก ๆ ชาวเยอรมัน ที่ได้นำธนบัตรเงินมาร์ค มาใช้เล่นเป็นของเล่น หรือนำไปดัดแปลงเป็นสิ่งของต่าง ๆ เพราะเงินจำนวนมหาศาลเหล่านั้น กลับไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้เลย
แม่บ้านในภาพ นำธนบัตรมาเป็นเชื้อเพลิงในการทำอาหาร
เด็ก ๆ นำธนบัตรมาประดิษฐ์เป็นว่าว
ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อครั้งรุนแรงในเยอรมนีนี้ ส่งผลให้ประชาชนต่างเสื่อมความนิยมต่อรัฐบาลของสาธารณรัฐไวมาร์ ทำให้พวกเขาต้องการที่จะหากลุ่มการเมืองหรือใครสักคน ที่จะมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี้แทนรัฐบาล
โดยกลุ่มการเมืองที่ชาวเยอรมันต่างพากันเข้าร่วมและสนับสนุนในช่วงเวลานั้น อาทิ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเยอรมนี (KPD) รวมไปถึงพรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน (NSDAP) หรือที่รู้จักกันในนาม พรรคนาซี (Nazi)
ความล้มเหลวและความเสื่อมนิยมของสาธารณรัฐไวมาร์ ส่งผลให้ชาวเยอรมันให้การสนับสนุนพรรคนาซี ก่อนที่จะขึ้นสู่อำนาจในท้ายที่สุด
ท้ายที่สุดในช่วงต้นทศวรรษที่ 1930 รัฐบาลของสาธารณรัฐไวมาร์ก็ถึงกาลล่มสลาย และถูกแทนที่ด้วยรัฐบาลพรรคนาซี ของชายผู้มีนามว่า อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) นั้นเอง
*** Reference
#HistofunDeluxe
ความคิดเห็น

คิดถึงเธอ ทุกลมหายใจ

ขอโทษด้วยนะครับ อันนี้เป็นภาพเด็กชาวปาเลสไตน์เดี๋ยวนี้เองที่แพ้ภัยจักรวรรดิยิวอยู่ตอนนี้ :'( https://www.blockdit.com/articles/5f3144440db52f1c8e69df1c/#
10 ส.ค. เวลา 16:08

Le Siam

มันขนาดนั้นเลยฤาเจ้าค่ะ
10 ส.ค. เวลา 14:04

Daniel

ใช่ครับ ผมเคยอ่านหนังสือทางการเงิน จำได้ว่าในนั้นบอกว่ามีผู้หญิงแก่นคนหนึ่งต้องใส่เงินเข้าไปในเกวียนจนเต็มเพื่อไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันเล็กๆน้อยๆ พอกลับจากการซื้อของก็พบว่าเกวียนหายไปแล้ว แต่แบงค์เงินของเธอหล่นกองอยู่เต็มพื้นเลย ตอนนั้นเศรษฐกิจของเยรมันนั้นแย่จริงๆครับ
12 ส.ค. เวลา 10:54

songvith.

ขอบคุณมากครับ.
10 ส.ค. เวลา 13:05