"ชานนท์"
ชายหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ไฟแรง
ต้องออกจากงานกระทันหันเพราะ.....
เรื่องราวชีวิตของคนไทยในสิงคโปร์
...ถึงคุณผู้อ่านที่รัก...
หลังจากที่คุณได้ติดตามอ่านบทความ
ของฉันมาได้สักพัก
คุณคงเกิดคำถามขึ้นในใจว่า...
"ที่เมืองไทยหางานทำไม่ได้หรือไงว้าาา?"
ฉันคิดว่า
นอกจากความฝันแล้ว
บางครั้งมันก็เป็นเรื่องของโชคชะตา
การทำงานในต่างแดน
หลายคนประสบความสำเร็จ
แต่ก็มีอีกหลายคนที่ต้องกลับบ้านมือเปล่า
วันนี้ฉันมีเรื่องราวชีวิตของใครคนหนึ่ง
ที่อยากเล่าให้คุณอ่าน
การเดินทางของเขา
นอกจากไม่ได้อะไรกลับมาแล้ว
ชีวิตของเขานั้นก็ต้องจบสิ้นลงไปด้วย
ประเทศสิงคโปร์
เมื่อฉันทำงานในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง
ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของได้สักพักใหญ่ๆ
วันหนึ่งก็มีแมวมองมาให้นามบัตรฉัน
ฉันคิดว่าเขาช่างเป็นคนที่ตาถึงจริงๆ
(ยิ้มกริ่ม)
เขาเป็นเชฟใหญ่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ซึ่งเป็นเครือบริษัทที่มีชื่อเสียง
มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของและผู้บริหาร
เขาคงมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวฉัน
เลยได้ชักชวนให้ฉันมาร่วมงานด้วย
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะฉันนั้นต้องผ่านการทดสอบ
ในด้านการทำอาหารและสอบข้อเขียน
ในที่สุด
ฉันก็ผ่านด่านอรหันต์ทุกอย่างของบริษัท
จนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับเชฟคนนั้น
แต่ก่อนที่จะทำบัตร Work permit
คนที่มีอาชีพในด้านการให้บริการอาหาร
จะต้องไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเสียก่อน
ไม่ใช่เฉพาะอาชีพเชฟ หรือพ่อครัว แม่ครัวเท่านั้น
ยังรวมถึงพนักงานบริการและผู้จัดการร้านด้วย
ที่สิงคโปร์จะค่อนข้างเข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆ
สิ่งสำคัญที่จะต้องตรวจได้แก่
-ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
-เอ็กซเรย์ปอด
-ตรวจเลือด
-หาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
-ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบเอและบี
-HIV
-ตรวจเชื้อซิฟิลิส
-และสำหรับผู้หญิง
จะมีการตรวจการตั้งครรภ์ด้วย
หากตรวจพบการตั้งครรภ์
ในกรณีที่มาทำงาน
ออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมง
(ถ้าจำไม่ผิดหรืออีก 48 ชั่วโมง)
ฉันค่อนข้างเคยชินกับการตรวจสุขภาพเช่นนี้
เพราะเนื่องจากด้วยอาชีพของฉัน
จำเป็นจะต้องตรวจสุขภาพในทุกๆปีอยู่แล้ว
ที่สิงคโปร์
สุขภาพและผลเลือดของฉัน
ค่อนข้างจะใสสะอาด(บอกอย่างมั่นใจเลย)
เพราะฉันนั้นโสดสนิทมากกกกกก....
และดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี
เนื่องจากว่าถ้ามีอะไรผิดพลาดไป
..ก็หมายถึงว่า..
"ฉันจะทำอาชีพนี้ที่สิงคโปร์ไม่ได้อีกต่อไป"
*หมายเหตุ
รับประกันความโสดเฉพาะที่สิงคโปร์
"ชานนท์"
เป็นพนักงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่พร้อมๆกับฉัน
เขาอายุน้อยกว่าฉันไม่กี่ปี
ชานนท์เพิ่งเรียนจบ
มาจากมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐแห่งหนึ่ง
เขาเป็นหนุ่มน้อยที่มีความมุ่งมั่น
ฉันกับเขาค่อนข้างจะสนิทสนมกัน
เพราะอาศัยที่บ้านพักพนักงานเดียวกัน
ชานนท์เล่าให้ฟังว่า...
เขาเหลือแม่อยู่เพียงคนเดียว
การเรียนของเขาก็ลำบากมาก
เพราะที่บ้านฐานะไม่ค่อยดี
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ฝ่าฟันมา
จนกระทั่งเรียนจบระดับปริญญาตรี
เขาพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
เพื่อเป็นใบเบิกทางมาทำงานที่ต่างประเทศ
เขาสามารถผ่านบททดสอบของบริษัท
จนเข้ามาทำงานที่นี่ได้
การได้มาทำงานที่บริษัทนี้ในสิงคโปร์
ดูเหมือนว่าเขาจะมีความภูมิใจเป็นอย่างมาก
ชานนท์พูดให้ฉันฟังอยู่บ่อยๆว่า
เขาจะดูแลแม่ของเขาให้อยู่อย่างสุขสบาย
จะทำงานส่งเงินให้แม่ใช้
เวลาเขาพูดถึงเรื่องนี้ทีไร
ฉันจะเห็นดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมา
ด้วยนิสัยและบุคลิกที่สนุกสนาน
และจริงใจของชานนท์
ทำให้เขากลายเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน
วันหยุดเขาจะไปเที่ยวในทุกๆที่
ที่เขาอยากไปในสิงคโปร์
ชานนท์มีความสุขที่ได้อยู่สิงคโปร์มาก
ฉันเห็นจากภาพถ่ายในเฟสบุ๊คของเขา
เมื่อทดลองทำงานมาได้ประมาณหนึ่งเดือน
ก็ต้องไปตรวจสุขภาพ
เพื่อที่จะทำบัตร Work permit
ฉันกับชานนท์และเชฟผู้ชายอีกหลายคน
ได้ไปตรวจสุขภาพที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่ง
ในระหว่างที่รอผลตรวจ
ฉันก็สังเกตเห็นว่า
พี่ๆเชฟผู้ชายแลดูท่าทางมีความตื่นเต้นผิดปกติ
โดยเฉพาะระหว่างที่รอฟังผลการตรวจเลือด
(555555555)
และแล้วผลก็ปรากฎว่า...
ฉันและพี่ๆเชฟผู้ชายปลอดภัยดี
สามารถไปต่อได้ พวกเราดีใจประหนึ่งว่า
เรียนจบได้รับปริญญาอีกครั้ง
แต่....
คุณหมอผู้ตรวจบอกว่า
"ผลตรวจของชานนท์จะยืนยันอีกครั้ง
และจะหารือกับทางบริษัทเสียก่อน"
ช่วงเย็นของวันนั้น
หลังจากที่ฟังผลตรวจเสร็จ
พวกเราก็กลับมาทำงานที่ร้านอาหารต่อ
ชานนท์ก็ทำหน้าที่เป็นบริกรดูแลลูกค้าอยู่หน้าร้าน
เขาทำงานอย่างมีความสุขเช่นทุกวัน
pixabay
อยู่ๆผู้จัดการร้านก็เรียกชานนท์ไปพบ
พวกเขาหายไปนานพอสมควร
ระหว่างนั้น
ฉันก็กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารให้ลูกค้า
วันนั้นแขกที่มาทานอาหารที่ร้านเยอะมาก
จนทำให้ต่างคนต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเอง
จนกระทั่งลูกค้าเริ่มทยอยกลับกันหมดแล้ว
ผู้จัดการเดินออกมาพร้อมกับชานนท์
เธอบอกกับพนักงานทุกคนว่า
"ชานนท์จะต้องเดินทางกลับเมืองไทย
ให้เร็วที่สุดภายใน 24 ชั่วโมง
หมายความว่า พรุ่งนี้เช้าชานนท์จะต้อง
กลับเมืองไทยทันทีที่มีเที่ยวบิน"
ทุกคนต่างตกใจที่ได้ยินเช่นนั้น
...เกิดอะไรขึ้นกับชานนท์?
ในวันที่ชานนท์มาเก็บของที่ห้อง
เพื่อนๆต่างพากันเสียใจ
ทุกคนรู้จากผู้จัดการว่า
ผลการตรวจสุขภาพของชานนท์
เขามีปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจ
ชานนท์ไม่ผ่านเกณฑ์การทำงานที่สิงคโปร์
ฉันได้คิดแทนชานนท์ว่า...
"ความฝันของเขานั้นคงต้องพังทลายแน่ๆ"
แต่ชานนท์มีความเข้มแข็งมาก
เขายังเป็นชานนท์ที่มีแต่ความสนุกสนาน
ไม่ได้แสดงออกถึงความผิดหวัง
ให้ใครๆได้เห็นเลยสักนิด
...ชานนท์โบกมือลาทุกๆคน...
ฉันคิดว่าคนเก่งๆอย่างชานนท์
คงหางานดีๆที่เมืองไทยได้แน่ๆ
เขาสัญญากับเพื่อนๆว่า
จะคอยอัพเดทชีวิตประจำวัน
ให้เพื่อนๆได้เห็นในทางเฟสบุ๊ค
2 อาทิตย์ผ่านไป
ฉันได้ทักทายเขาและถามไถ่
ชานนท์ตอบกลับมาว่า...
"เขายังหางานทำไม่ได้"
อีก 1 เดือนต่อมา
ชานนท์โพสต์ระบายความในใจว่า
"ต้องมาโรงพยาบาลอีกแล้ว"
ฉันทักทาย...แต่เขาไม่ตอบกลับมา
และอีก 1 เดือนต่อมา
"เพื่อนๆแจ้งข่าวว่าเขาเสียชีวิตแล้ว
ที่โรงพยาบาล"
ชานนท์รู้อาการป่วยของตัวเองมาโดยตลอด
ไม่มีใครได้รู้มาก่อนว่า
ก่อนเดินทางมาทำงานที่สิงคโปร์
เขาป่วยหนักมากขนาดไหน
ฉันเห็นแต่แววตามุ่งมั่นด้วยความฝัน
อันแรงกล้าของเขาอยู่เสมอ
"แต่อย่างน้อยชานนท์ก็ได้จากไปที่บ้านเกิด
เมืองนอน พร้อมกับการดูแลครั้งสุดท้าย
จากแม่ของเขา"
สิ่งที่ชานนท์ได้รับจากสิงคโปร์
คงเป็นมิตรภาพที่ดีงามจากเพื่อนๆ
และประสบการณ์ความทรงจำดีๆ
ที่เงินก็หาซื้อไม่ได้...
โปรดติดตามตอนต่อไป
"มดดี้"

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
เจหนุ่มสกลคนอิสระ
ฝันดีน่ะครับพี่มดดี้ 💝💝💝😴😴😴
21 ส.ค. เวลา 13:33
ล้มลงไม่แปลว่าแพ้
เรื่องนี้เศร้ามากเลยครับ
21 ส.ค. เวลา 01:45
เจหนุ่มสกลคนอิสระ
ฝันดีน่ะครับพี่มดดี้
20 ส.ค. เวลา 15:37
1
เจหนุ่มสกลคนอิสระ
เจไม่พลาดแน่นอนครับ สนับสนุนการท่องเที่ยวในสกลนคร การันตีคุณภาพโดย เจหนุ่มสกลคนอิสระ
20 ส.ค. เวลา 16:09