โพสต์

อินโดนีเซียหนักหนามาก เตียงโรงพยาบาลกำลังจะไม่พอรับผู้ป่วยแล้ว ต้องประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง
Anies Baswedan ผู้ว่าการนครจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรกว่า 30 ล้านคนแถลงว่า อินโดนีเซียไม่มีทางเลือกแล้ว ต้องถือว่าสถานการณ์อยู่ในภาวะฉุกเฉิน จึงจำเป็นจะต้องประกาศล็อกดาวน์ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้เป็นต้นไป
โดยคนส่วนใหญ่ จะต้องอยู่ทำงาน เรียนหนังสือ รวมทั้งสวดมนต์จากที่บ้าน ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ บอกได้เลยว่าตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2563 ชาวนครจาการ์ตาที่ป่วยเมื่อไปโรงพยาบาลแล้วจะไม่มีเตียงรับไว้รักษาตัว
ขณะนี้ยอดรวมจากโรงพยาบาล 67 แห่งในนครจาการ์ตาพบว่า ห้องป้องกันโควิด-19 ที่แยกเชื้อด้วยความดันลบถูกใช้ไปแล้วถึงร้อยละ 77 และเตียงไอซียูถูกใช้ไปแล้วถึงร้อยละ 83
เราจึงต้องรีบดึงเบรกฉุกเฉิน ไม่ให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก แม้จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงก็ตาม
ทางการอินโดฯถึงขั้นลงโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรการโควิดโดยให้ลงไปนอนในโลงศพ
ไม่เช่นนั้นเราจะมีคนตายอีกมากมาย โดยที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาเลย เพราะหาเตียงไม่ได้ ในช่วงที่ผ่านมา นครจาการ์ตามีผู้ป่วยสะสมกว่า 50,000 คน แต่เสียชีวิตเพียง 1300 คน เพราะระบบสาธารณสุขพอจะรับมือไหว
แต่นับจากนี้ไป ระบบสาธารณสุขจะรับมือผู้ติดเชื้ออีกไม่ไหวแล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตจึงจะเพิ่มทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่าตัว
E.Borhan แพทย์ทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจของนครจาการ์ตากล่าวว่า เราได้ต่อสู้กับโควิด-19 ต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่มีนาคม 2563 เหมือนเราวิ่งมาราธอน จนขณะนี้บุคลากรของเราอ่อนล้ากันหมดแล้ว(Exhausted) เราไม่ควรประมาท และปล่อยให้เกิดการติดเชื้อมากระดับนี้อีกต่อไป โดยมีการติดเชื้อกว่าวันละ 1000 คน ต่อเนื่องกันมาเป็นเดือน เราคุมสถานการณ์ไม่ได้แล้ว (Not under control)
H.Malik จากแพทยสมาคมของอินโดนีเซียกล่าวว่า แพทย์และพยาบาลได้ทำงานล่วงเวลาต่อเนื่องกันมานานนับเดือน มีความอ่อนล้าอย่างมาก และมีความสามารถในการป้องกันตัวเองต่ำแล้วในขณะนี้
ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกล่าววิจารณ์ว่า อินโดนีเซียเลือกใช้นโยบายให้ความสำคัญเรื่องปากท้องของประชาชน เน้นมิติทางด้านเศรษฐกิจ มากกว่ามิติทางด้านสาธารณสุข ทำให้อินโดนีเซียมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 200,000 คน และเสียชีวิตกว่า 8,000 คน
ขณะนี้กำลังจะมีผู้ป่วยโควิด19 มากเกินกว่าที่ศักยภาพของระบบสาธารณสุขจะรับมือไหว จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตัดสินใจล็อกดาวน์นครจาการ์ตา
ทันทีที่มีประกาศดังกล่าว ตลาดหุ้นของอินโดนีเซียลดลงทันที 5% ต้องปิดทำการซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที
เป็นเรื่องลำบากมากสำหรับรัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศทุกประเทศในโลกนี้ ที่จะต้องบริหารจัดการระหว่างมิติทางด้านเศรษฐกิจและมิติทางด้านสาธารณสุข
ของประเทศไทยเรา ดูแลมิติสาธารณสุขได้ดีโดยมิติทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบมากพอสมควร จึงกำลังจะผ่อนคลายมิติสาธารณสุขลง
ส่วนของอินโดนีเซีย ตรงกันข้าม ผ่อนคลายระบบสาธารณสุขมาตลอด เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ จนขณะนี้มิติสาธารณสุขกำลังจะล้มเหลว ต้องหันกลับมาออกมาตรการเข้ม ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจรุนแรง
การบริหารจัดการให้สมดุล พอเหมาะพอดี ระหว่างมิติทางสาธารณสุข กับมิติทางด้านเศรษฐกิจ ให้ประชาชนทุกคนพอใจ ทำได้ยากมากครับ
Reference
ความคิดเห็น

PRC

ใช่ค่ะ ตอนนี้ที่ JKT หนักหนามากค่ะ ขนาดคุณหมอยังบอกไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวปิดธุรกิจทุกอย่างวันจันทร์ที่จะถึง ภาพคนหิวโหย อดอยาก ก็จะมีให้เห็นอีก มันสลดใจจริงค่ะ ต้องยอมเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แต่ถอนหายใจ ขอให้ผ่านจุดนี้ไปให้ได้
10 ก.ย. เวลา 15:40
1

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ส่งกำลังใจไปให้นะครับ
10 ก.ย. เวลา 15:41
1

เบมา😊

ใกล้ไทยเข้ามาทุกทีน่ากลัวมากๆค่ะ
10 ก.ย. เวลา 14:40
10 ก.ย. เวลา 11:40
2

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ใช่ครับทั้งน่ากลัวและน่ากังวล ฟิลิปปินส์ก็ทำนองเดียวกัน ขณะนี้ไทยก็ต้องระมัดระวังเพราะประเทศเพื่อนบ้านเรากำลังมีอัตราการติดเชื้อสูงเช่นเมียนมาร์และเวียดนามครับ
10 ก.ย. เวลา 11:43
3