Blockdit Logo (Mobile)
"ถ้าเราจะขายสินค้าให้เชฟ...
สิ่งที่เชฟอยากได้มากที่สุดคืออะไร?"
คุณอ้อ "ถนอมวรรณ สิงห์จุ้ย"
เจ้าของธุรกิจปลูกดอกไม้กินได้
เครดิตภาพจาก เฟสบุ๊คฟาร์มสุข โดยคุณอ้อ ถนอมวรรณ สิงห์จุ้ย
...ถึงคุณผู้อ่านที่รัก...
วันนี้ฉันอยากจะแนะนำ ให้คุณรู้จักกับใครคนหนึ่ง
เธอชื่อว่า คุณอ้อ "ถนอมวรรณ สิงห์จุ้ย"
อยู่จังหวัดสมุทรสาคร เธอเป็นเจ้าของฟาร์มสุข
ซึ่งเป็นสถานที่เพาะปลูก "ดอกไม้กินได้"
ภาพจากเฟสบุ๊ค Farm suk
จุดเริ่มต้นธุรกิจของเธอก็คือ
แรกเริ่มนั้นครอบครัวของเธอมีอาชีพเป็นเกษตรกร ที่เพราะปลูกพืชผักและผลไม้ทั่วไป รวมถึงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดอกมะลิ
ต่อมาราคาผลผลิตตกต่ำ และมีคู่แข่งมากขึ้น
ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรขายไม่ได้ราคา
เธอจึงมีความคิดที่จะหาลูกค้ากลุ่มใหม่
โดยเจาะจงกลุ่มเป้าหมายไปที่โรงแรม
และร้านอาหาร
โดยตั้งคำถามว่า...
"ถ้าเราจะขายสินค้าให้เชฟ...
สิ่งที่เชฟอยากได้มากที่สุดคืออะไร?"
หลังจากที่เธอไปศึกษาหาข้อมูลมาแล้ว
เธอก็ได้คำตอบว่า...
บรรดาเชฟตามร้านอาหารและโรงแรม ต่างมีความต้องการ "ดอกไม้กินได้" สำหรับที่จะนำมาตกแต่งอาหารจานหรู เพื่ิอเพิ่มความสวยงามและความหรูหราน่ารับประทานของอาหาร นอกจากนี้
ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับอาหารที่พวกเขารังสรรค์ขึ้นมาจากดอกไม้นานาชนิดนั้นได้
เครดิตภาพจาก blue lagoon cooking school
สิ่งที่คุณจะต้องคาดไม่ถึงแน่ๆ ว่าดอกไม้ที่เชฟทั้งหลายต้องการมาก...ถึงมากที่สุด
คือ...'ดอกพริก' นั่นเอง
เครดิตภาพ ronnakonku.appspot.com
แต่การที่คุณอ้อจะจัดหาดอกพริก ให้ตามความต้องการของลูกค้านั้นก็ไม่ง่ายเลย เนื่องจากแม่ของเธอปลูกพริกสดไว้ขาย ถ้าตัดดอกพริกไป
ก็หมายถึงต้นพริกไม่สามารถออกผลได้
เธอจึงใช้เวลาอธิบายกับแม่ขอเธออยู่นาน
ดอกพริกหนึ่งดอก
สามารถขายได้ดอกละ 5 บาท
แต่พริกสดสามารถขายได้เพียงขีดละ 10 บาทเท่านั้น การขายดอกไม้กินได้เป็นการสร้างรายได้ให้เธออย่างมาก และถือเป็นเรื่ิองใหม่ทางธุรกิจของอาชีพเกษตรกร
คุณอ้อได้ให้ความรู้ว่า
ดอกไม้ที่จะนำมาตกแต่งอาหารจะมาจาก 4 หมวด
ได้แก่
1.ดอกไม้ที่เป็นดอกของต้นผัก
2.ดอกไม้ที่เป็นดอกของผลไม้
3.ดอกไม้ที่เป็นดอกของสมุนไพร
4.ดอกไม้ที่เป็นดอกของดอกไม้
นอกจากดอกพริกแล้ว ก็ยังมีดอกไม้อีกหลายชนิด ที่เชฟนิยมนำมาตกแต่งอาหารเช่น
ดอกขจร
ดอกโหระพา
ดอกอัญชัน
ดอกกระเพรา
ดอกดาหลา
ดอกกุหลาบมอญ
ดอกคาโมมายล์
ดอกชมนาด
ดอกพวงชมพู
ดอกแนสเตอร์ซัม ฯลฯ
ข้อควรระวัง ในการใช้ดอกไม้ตกแต่งอาหารก็คือ
ดอกไม้ชนิดนั้นจะต้องไม่มียาง และไม่มีสารไซยาไนต์ เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้
คุณอ้อได้เล่าอีกว่่า...
ตอนนี้ลูกค้าของเธอ ไม่ได้มีเพียงเชฟตามโรงแรม
และร้านอาหารเท่านั้น เธอยังมีลูกค้ากลุ่มใหม่อีกด้วย ได้้แก่ ลูกค้ากลุ่มบาร์เทนเดอร์ และลูกค้าที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านกาแฟและเบเกอรี่
ความต้องการดอกไม้ของลูกค้าแต่ละกลุ่มนั้นไม่เหมือนกัน
เชฟ ต้องการดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่น เพื่อที่ดอกไม้นั้นจะไม่ไปกลบกลิ่นของอาหาร
เครดิตภาพ blue lagoon cooking school
บาร์เทนเนอร์ ต้องการดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม
เครดิตภาพจากเฟสบุ๊ค ดอกไม้กินได้เชียงใหม่ edible followers
ร้านกาแฟและเบเกอรี่ ต้องการดอกไม้ขนาดเล็กๆ
กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก
เครดิตภาพจากเฟสบุ๊ค ดอกไม้กินได้เชียงใหม่ edible flowers
สิ่งที่ฉันชอบเป็นพิเศษ ดอกไม้เหล่านี้ยังสามารถเพิ่มราคาให้กับขนมไทยได้อีกด้วย
เครดิตภาพจากเฟสบุ๊ค Facefood accessory
ปัญหาและอุปสรรคของการทำธุรกิจนี้ได้แก่
สภาพภูมิอากาศ
ต้องการเลือกปลูกดอกไม้ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่
ปัญหาการขนส่งดอกไม้ให้กับลูกค้า
จะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก
อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องน้ำที่จะใช้รดต้นไม้
จะต้องเป็นน้ำที่ไม่มีประจุไฟฟ้ามากเกินไป
เธอยังบอกอีกว่า
สิ่งที่ทำให้ธุรกิจของเธอมีความโดดเด่นนั้นคือ
"เธอสามารถที่จะออกแบบและหาลูกเล่นใหม่ๆให้กับเชฟได้ นอกจากนี้เธอยังศึกษาความชอบและความต้องการของลูกค้าแต่ละคนเป็นอย่างดี "
(นั่น!..ไม่ธรรมดา)
คุณอ้อเป็นเกษตรกร ที่เป็นทั้งนักธุรกิจและ
ยังเป็นทั้งนักวิจัยอีกด้วย
คุณอ้อเชื่อว่า
" ถ้าทำอะไรแล้วมีความสุข สิ่งนั้นจะออกมาดี"
หัวใจในการทำงานของเธอน่าสนใจมาก
"อยากผลิตดอกไม้ที่มาจากเกษตรกร แล้วส่งต่อให้เชฟ เมื่อเชฟได้รับวัตถุดิบดีๆก็สามารถดีไซน์อาหารให้สวยงาม เพื่อมอบความสุขให้กับผู้บริโภค" (คุณอ้อได้กล่าวไว้)
ถ้าหากคุณผู้อ่าน สนใจเรื่องราวของเธอ
ก็สามารถกดเข้าไปดูที่ลิงค์ด้านล่างนะคะ
โปรดติดตามตอนต่อไป
"มดดี้"
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
หิวหิวขอกินคำดิ
อยากลองทานคะ
24 ก.ย. เวลา 17:34
ถวิลหา
อาหารสวยหวานมากๆเลยค่ะ
19 ก.ย. เวลา 07:36
1

แม่ครัวไทยในบังคลาเทศ

ขอบพระคุณค่ะพี่น้อย คิดถึงค่ะ:-)❤❤
20 ก.ย. เวลา 08:01
2
พิลา พากินเที่ยว
สวัสดีครับมดดี้ พอหาของอร่อยๆ หน่อยนะครับ
18 ก.ย. เวลา 12:31
1

แม่ครัวไทยในบังคลาเทศ

สวัสดีค่ะคุณพิลา😊😊
20 ก.ย. เวลา 08:02