โพสต์

สถานการณ์ของโลกหนักหนามาก ผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มใหม่วันละหลายแสนราย
จากรายงานสถิติทั่วโลกของผู้ติดเชื้อโควิด-19 พบว่ามีสถานการณ์ที่กว้างขวางรุนแรงต่อเนื่อง ไม่ได้ลดลงเลย โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
1) มีประเทศและเขตปกครองตนเองมากถึง 215 ประเทศ ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด19 คือ
เกือบครบทุกประเทศแล้ว
2) 10 อันดับแรกของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด กระจายตัวอยู่ในหลากหลายทวีป ได้แก่
ทวีปอเมริกาใต้ 4ประเทศ ได้แก่ บราซิล โคลัมเบีย เปรู อาร์เจนตินา
ทวีปอเมริกาเหนือ 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก
ทวีปยุโรป 2 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย สเปน
ทวีปเอเชีย 1 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย
ทวีปแอฟริกา 1 ประเทศ ได้แก่ อาฟริกาใต้
3)ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด พบว่าแต่ละประเทศมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 500,000 คน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่าประเทศละ 10,000 คน
4)การระบาดของโรคโควิด-19 มีความกว้างขวางและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ โดยไม่ได้ลดราวาศอกลงเลย นับจาก
เดือนมีนาคม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเฉลี่ยวันละ 50,000คน ขยับมาเป็น
เมษายน 80,000 คน
พฤษภาคม 100,000 คน
มิถุนายน 130,000 คน
กรกฎาคม 200,000 คน และ
สิงหาคมถึงกันยายนเพิ่มขึ้นวันละเกือบ 300,000 คน
5) ประเทศที่กำลังมีสถานการณ์หนักหนารุนแรงมาก ได้แก่ ฝรั่งเศส มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากกว่าวันละ 10,000 คน ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและบราซิลยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มวันละหลายหมื่นคน และที่เพิ่มมากที่สุดในขณะนี้คืออินเดียเพิ่มวันละเกือบ 100,000 คน
6) ความหวังเรื่องวัคซีน แม้นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่ในการเร่งพัฒนาวัคซีน แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการ ทั้งเรื่องไวรัสซึ่งเก่งมาก และการต้องคงมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับวัคซีนที่จะนำออกมาใช้กับประชาชนทั่วไป จะต้องไม่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ทำให้การพัฒนาวัคซีนไม่อาจจะทำได้รวดเร็วดังใจ เป็นที่คาดการณ์ว่า ถ้าใช้มาตรฐานอย่างดีเพื่อความมั่นใจสำหรับผู้รับวัคซีน เราจะมีวัคซีนฉีดอย่างเร็วสุดคือกลางปี 2564
และกว่าเราจะมีวัคซีนฉีดให้ครบทุกคนบนโลก คงใช้เวลาประมาณสองปี ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น วัคซีนยังจะเป็นภาระทางด้านการเงิน เพราะจะต้องฉีดเริ่มต้นสองเข็มห่างกันหนึ่งเดือน และงานวิจัยเริ่มชี้ว่าอาจจำเป็นจะต้องฉีดกระตุ้นเข็มที่สาม หรือเข็มที่สี่ในอีก6-12 เดือนต่อมาด้วย เพราะระดับภูมิต้านทานมีทีท่าว่าจะไม่คงตัว คือจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
7) เรื่องยารักษา มีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าการพัฒนาวัคซีนมาก เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่ามีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องความหวังของวัคซีนออกมาเป็นระยะๆ แต่ข่าวเกี่ยวกับเรื่องยานั้นค่อนข้างเงียบเชียบ มีแต่การใช้ยาเดิมที่ฆ่าไวรัสซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับไวรัสโคโรนา ยังไม่มีอยากที่จะฆ่าไวรัสโคโรนาลำดับที่7 หรือโควิด19โดยตรงครับ
8)ไวรัสที่แฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ ทำให้เกิดการติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการนั้น ประชาชนจะไม่รู้ตัวจึงออกไปดำเนินชีวิตตามปกติ ทำให้แพร่เชื้อกันได้ง่าย การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จึงมีอย่างมากมายตลอดเวลา
สรุป
1)โควิด-19 คงจะอยู่กับมนุษย์เราไปอีกนานนับปี
2)คงจะมีอัตราการเพิ่มของผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเสียชีวิตนั้นคงที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3-4
3)วัคซีนคงจะต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร และอาจจะเป็นภาระต้องฉีดหลายเข็ม
4)ยารักษายังมีความคืบหน้าค่อนข้างน้อย
5)เราจึงต้องใช้มาตรการพื้นฐานที่ได้ผลมาแล้ว คือ
เว้นระยะห่างทางสังคม
การใส่หน้ากากอนามัย
การล้างมือ
และการพยายามหลีกเลี่ยงในที่แออัด
5)มนุษย์เราคงจะต้องเรียนรู้การที่จะดำเนินชีวิตอยู่กับไวรัสโคโรนาต่อไป ให้มีความสมดุลระหว่างมิติทางด้านสาธารณสุขคือไม่ให้ติดโรค และด้านเศรษฐกิจคือยังคงสามารถทำมาหากินและมีรายได้เลี้ยงตนเองได้
ต้องนับว่าสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ ดีกว่าสถานการณ์ของโลกเรามากทีเดียว นับเป็นโชคดีที่เกิดเป็นคนไทยครับ
Reference
ความคิดเห็น

Dusit Insakorn

คนที่เคยป่วยโควิด ปอดจะทำงานไม่เต็มร้อยเหมือนเดิมจริงมั้ยครับ
15 ก.ย. เวลา 12:12
2

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

โควิดบางรายไม่มีอาการเกี่ยวกับปอด ปอดจึงโอเค ส่วนรายที่มีปอดอักเสบขึ้นอยู่กับว่าอักเสบรุนแรงมากน้อยเพียงใด ถ้าอักเสบรุนแรงมาก ปอดก็จะกลับมาทำงานไม่เต็มที่...ดูเพิ่มเติม
15 ก.ย. เวลา 12:15
2

Korn

วันล้างโลก
15 ก.ย. เวลา 10:35
1

サハバサゴンです。

ต้องเป็น วิกฤตน้ำท่วมครับ ถึงจะเรียกวันล้างโลก , เพราะโคลน ขยะ มันจะมาเต็มหมู่บ้านเลย.....😂😂😂
15 ก.ย. เวลา 15:36
1

Tapanat Ch Page

น่ากังวลครับ 😔
15 ก.ย. เวลา 10:29
1

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ใช่ครับ สมควรที่จะกังวล แต่ไม่ถึงขั้นต้องหวาดกลัวหรือซึมเศร้านะครับ
15 ก.ย. เวลา 10:31
1