โพสต์

" เวทีของหมายเลข 9 "
ฟุตบอลยุคนี้ นิยมระบบการเล่นที่ใช้กองหน้าตัวเดียว แถมหลายทีมยังไม่ใช้กองหน้าธรรมชาติอีกต่างหาก
สายพันธุ์กองหน้าเบอร์ 9 เริ่มหายาก นักเตะประเภทปีกกึ่งกองหน้า หรือตัวรุกสารพัดประโยชน์กลับมีเกลื่อนกลาด
ย้อนไปในยุค90s เป็นช่วงรุ่งเรืองของหัวหอกหมายเลข 9 นักเตะประเภทกองหน้าแท้ๆ สัญชาติการทำประตูสุดยอด เกิดมาเพื่อล่าตาข่าย
ในยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1994/95 มันมีอยู่หนึ่งเกมที่เป็นเวทีการแสดงของนักเตะหมายเลข 9 และมันยังเป็นเกมที่ประกาศการมาถึงยุโรปของยอดนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลคนหนึ่งด้วย
วันที่ 13 กันยายน 1994 หรือเมื่อ 26 ปีที่แล้วพอดี ยูฟ่า คัพ รอบแรก เลกแรกที่เลเวอร์คูเซ่น เจ้าถิ่นไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เจอกับ พีเอสวี ไอน์ดโฮเฟ่น
กัปตันทีมของเจ้าถิ่นคือศิลปินขบถ แบร์นด์ ชูสเตอร์ ที่กลับมาจากการเล่นในสเปน ส่วนของฝั่งทีมเยือนเป็น ยาน วูเทอร์ส เซนเตอร์ร่างใหญ่ ทั้งคู่อายุไล่เลี่ยกัน เป็นจอมเก๋าที่นำเด็กๆ ลงสนาม
ไฮไลท์หมายเลข 9
ฝั่งเลเวอร์คูเซ่น คือจอมลุยวัย 28 ปี อูลฟ์ เคียร์สเท่น เขาเป็นกองหน้าที่เล่นให้เยอรมันทั้งฝั่งตะวันออก และเยอรมันหลังรวมประเทศแล้ว เคียร์สเท่น รูปร่างไม่สูง ตัวตันแข็งแกร่ง แต่ทำประตูได้ทุกรูปแบบ โหม่งเก่ง ยิงได้ทั้งซ้ายและขวา ไม่ได้มีลีลาสวยงาม ทำยังไงก็ได้ให้บอลข้ามเส้นไปเป็นพอ
ขณะที่ พีเอสวี พวกเขามีกองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิล ที่พวกเขาเพิ่งคว้าตัวมาจากครูไซโร่ เมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านั้นหลังจบฟุตบอลโลก 1994 หมาดๆ ชื่อ โรนัลโด้
โรนัลโด้ ดังมากในบ้านเกิด ติดทีมชาติบราซิลไปได้แชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกาด้วย แม้ไม่ได้ลงเล่นสักนาทีเดียว และเป็น โรมาริโอ้ รุ่นพี่ในทีมชาติผู้ซึ่งเคยค้าแข้งกับพีเอสวี มาก่อนนี่เองที่แนะนำให้เด็กน้อยวัย 17 ปี ย้ายมาเล่นกับทีมดังแห่งไอน์ดโฮเฟ่น
เกมเริ่มได้แค่ 6 นาที เบอร์9 รุ่นพี่อย่าง เคียร์สเท่น ก็โหม่งให้เลเวอร์คูเซ่น ออกนำ 1-0 ทว่าอีกเพียง 5 นาทีต่อมา หนุ่มน้อยโรนัลโด้ ก็เรียกจุดโทษก่อนลุกมาสังหารเองชนิดที่เยือกเย็นเกินวัยตีเสมอ 1-1
ทอม ดูลี่ย์ เซนเตอร์อเมริกันผู้เกิดในเยอรมัน เติมขึ้นมาพังประตูให้นายห้างออกนำอีกครั้งหลังโดนตีเสมอแค่ 2 นาที
สกอร์ดูเหมือนจะไหลสำหรับเจ้าถิ่นเพราะนาทีที่ 16 อูลฟ์ เคียร์สเท่น ก็ทำประตูที่ 2 ของตัวเองให้สกอร์เป็น 3-1 และแล้วก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่นาที เคียร์สเท่น ก็แสดงให้เห็นความเป็นยอดดาวยิงเบอร์ 9 เมื่อเขากระทุ้งประตูที่ 3 เป็นแฮททริกของตัวเอง 4-1
ก่อนที่ครึ่งแรกจะจบลง สกอร์ของพีเอสวี ขยับมาเป็น 4-2 หนนี้โรนัลโด้ แสดงให้เห็นความเฉียบขาดเมื่อรับบอลหน้าเขตโทษแล้วสับด้วยขวาทันทีบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเหมาะเหม็ง
ลงมาเล่นกันต่อ เกมยังผลัดกันรุกรับแต่เป็น พีเอสวี ที่ได้ประตูก่อน โรนัลโด้ โฉบเข้ามาตวัดยิงด้วยซ้ายเข้าไปเป็น 3-4 และเป็นแฮททริกเช่นกันสำหรับดาวรุ่งที่อีก 5 วัน จะฉลองวันเกิดครบ 18 ปี
แบร์นด์ ชูสเตอร์ ปั่นฟรีคิกให้ เลเวอร์คูเซ่นหนีไป 5-3 จากนั้นท้ายเกม ลุค นิลิส ยิงให้ พีเอสวี อีกลูกแต่ก็ไม่ทัน จบเกม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เอาชนะไปได้ 5-4
สกอร์ที่ยิงกันถึง 9 ประตูสุดคุ้มค่าสำหรับแฟนบอลนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องก็คือ มันเป็นเกมที่แสดงให้เห็นถึงจุดสูงสุดของกองหน้าหมายเลข 9
อูล์ฟ เคียร์สเท่น ทำแฮททริก เช่นเดียวกับ โรนัลโด้ หนุ่มน้อยจากบราซิล
หลังจบเกม รูดี้ โฟลเลอร์ ที่แม้ไม่ได้ลงเล่นเกมนี้ให้กับเลเวอร์คูเซ่น แต่ได้เห็นฟอร์มของหนุ่มน้อยโรนัลโด้ ถึงกับให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่เคยเห็นเด็ก 18 คนไหนเล่นได้แบบนี้เลย
ไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่าโรนัลโด้ทำแฮททริก แต่เป็นเกมโดยรวมของเขา ที่ทั้งลากเลื้อยขึ้นไปจากกลางสนาม ทั้งจังหวะจบสกอร์ ความเยือกเย็นในกรอบเขตโทษ นี่เป็นกองหน้าที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ทั้งที่ยังไม่ครบ 18 ปีเต็มดีด้วยซ้ำในเกมวันนั้น
เกมเลกสองจบที่ 0-0 ในไอน์ดโฮเฟ่น แต่เพียงเกมเลกแรกก็เพียงพอแล้วที่จะบ่งบอกถึงความสำคัญของนักเตะหมายเลข 9 ในเวลานั้น ทั้ง อูลฟ์ เคียร์สเท่น และโรนัลโด้
ทุกอย่างถูกปูทางไว้เรียบร้อย และมันก็เป็นแบบนั้นจริงเมื่ออีก 2 ปีต่อมาโรนัลโด้ ก็ย้ายมายัง บาร์เซโลน่า กลายเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุด และยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่โลกลูกหนังเคยมีมา
********************************
อ่านบทความย้อนหลัง
" รวมเชื้อชาติแคนาดา ": อัลฟอนโซ่ เดวีส เป็นนักเตะทีมชาติแคนาดาคนแรกที่คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปได้สำเร็จ แต่บรรดาแข้งแคนาเดี้ยนที่มาสร้างชื่อในยุโรปส่วนใหญ่ พวกเขามีแบ็คกราวน์ด ที่หลากหลายแตกต่างกันเหลือเกิน
" ความฉาวเป็นเหตุ " : เมสัน กรีนวูด และ ฟิล โฟเด้น ตกเป็นข่าวฉาว แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ ย้อนไปในปี 1996 มีเหตุการณ์ที่ไม่มีใครลืมลง
" ปัจจัยที่ 3 ของการย้ายทีม " : การเปลี่ยนแปลงทีมในแต่ละครั้ง มีหลายปัจจัยที่จะส่งให้นักเตะเหล่านั้นตัดสินใจเลือกย้ายไปฝากอนาคตกับสโมสรใหม่ ปัจจัยเหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง?
" เป็นเพราะบุฟฟ่อน " : การโดนใบแดงของ ซีเนดีน ซีดาน ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก มาจากการพูดไม่เข้าหูของ มาร์โก มาเตราซซี่ แต่จะว่ายังไงถ้ามีคนวิเคราะห์ว่าต้นตอที่แท้จริงมาจาก จานลุยจิ บุฟฟ่อน ต่างหาก
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
Youtube : www.youtube.com
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้