โพสต์

ด่วน !! อิสราเอลประกาศเตรียมล็อกดาวน์ทั้งประเทศ เหตุโควิด19ระบาดรอบสอง คุมไม่อยู่ มีอัตราการติดเชื้อต่อประชากรสูงที่สุดในโลก
นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู
(Benjamin Netanyahu) แถลงที่กรุงเยรูซาเลม(Jerusalem) ว่า อิสราเอลจะล็อกดาวน์ทั้งประเทศครั้งใหญ่ (Nationwide lockdown) ในวันที่ 18 กันยายน 2563
นายกรัฐมนตรีอิสรา
ซึ่งช่วงเวลาที่จะล็อกดาวน์ดังกล่าว เป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองของศาสนายิวและเป็นวันปีใหม่ของยิวด้วย(Jewish New Year) โดยจะต้องปิดยาวต่อเนื่องกันไป 3 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2563 และถ้ามีความจำเป็นก็จะขยายระยะเวลาออกไปอีก
อิสราเอลกลายเป็นประเทศแรกของโลก ที่ต้องประกาศล็อกดาวน์ทั้งประเทศซ้ำเป็นครั้งที่สอง(Reintroduce nationwide lockdown) เพื่อที่จะชะลอความรุนแรงของการระบาดโรครอบสอง(Second Wave)
เนื่องจากอิสราเอลประสบปัญหาการระบาดรอบสองที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ จนขณะนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่าวันละ 4000 คน ซึ่งถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา
จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันนั้น เมื่อคิดต่อจำนวนประชากรแล้ว อิสราเอลถือว่าติดเชื้อสูงที่สุดในโลกแล้วในขณะนี้
(15กย2563) มียอดผู้ติดเชื้อ 162,273 คน
เสียชีวิต 1141 คน คิดเป็นร้อยละ 0.70
โดยประเทศที่มีการติดเชื้อรายใหม่ต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลก เรียงลำดับถัดมา ได้แก่บราซิล สเปน สหรัฐ และฝรั่งเศส
มาตรการล็อกดาวน์ของอิสราเอลจะประกอบด้วย
1) ทุกคนจะออกจากบ้านได้ไม่เกินระยะ 500 เมตรยกเว้นไปทำงาน
2)ปิดโรงเรียนและห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง คงเปิดเฉพาะซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยาที่จำเป็น
3)บริการสาธารณะต่างๆจะต้องลดจำนวนผู้ปฏิบัติงานลง ยกเว้นกิจการใดที่ไม่ต้องติดต่อกับลูกค้าให้สามารถคงจำนวนคนทำงานได้
4)การรวมกลุ่มกันภายในอาคารจะต้องไม่เกิน 10 คน และนอกอาคารไม่เกิน 20 คน
มาตรการดังกล่าวนี้ จะทำให้มีปัญหาอย่างยิ่ง กับการทำพิธีทางศาสนาหรือการสวดมนต์ ซึ่งคาดว่าจะมีการประท้วงจากกลุ่มศาสนาแน่นอน
มาตรการล็อกดาวน์ จะมีผลกระทบต่อการชุมนุมประท้วงทางการเมืองที่ต่อต้านนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องกันมาเป็นสัปดาห์ที่ 13 แล้วด้วย
รัฐมนตรีว่าการการเคหะ ได้ประท้วงการประกาศล็อกดาวน์ครั้งนี้ โดยการลาออกแล้ว อ้างว่ามีผลกระทบต่อกลุ่มศาสนาที่จะทำพิธีสวดมนต์และการร่วมเฉลิมฉลองของคนในครอบครัวช่วงเทศกาลของศาสนายิว
กระทรวงการคลังอิสราเอลแจ้งด้วยว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงมูลค่านับพันล้านเหรียญสหรัฐ
อิสราเอลเคยมีการล็อกดาวน์ครั้งแรก เมื่อมีนาคม 2563 และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี จนได้รับคำชมจากทั่วโลกว่า เป็นประเทศที่จัดการไวรัสได้ดี แต่ตอนนี้กลายเป็นประเทศที่มีการติดเชื้อมากที่สุดในโลกเมื่อคิดต่อจำนวนหัวของประชากร
N.Davidovitch ผู้อำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุข มหาวิทยาลัย Ben Gurion ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้อิสราเอลประสบสถานการณ์ที่อันตรายมากๆน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เขามีความเห็นว่า เป็นความบกพร่องของรัฐบาล เนื่องจากมีมาตรการที่ดีจากการล็อกดาวน์รอบแรกที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ครั้งนี้
ตลอดจนรัฐบาลล้มเหลวในการติดตามสอบสวนหาผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ และยังขาดความสามารถในการทำความเข้าใจกับกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มนับถือศาสนาเคร่งครัด และกลุ่มปาเลสไตน์
โชคยังดีที่อิสราเอลเป็นประเทศที่มีประชากรอายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อย และมีมาตรฐานการแพทย์สูง จึงทำให้อัตราการเสียชีวิตน้อยคือต่ำกว่า 1%
เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ของประเทศที่มีคุณภาพสูงมากในทุกด้าน โดยเฉพาะ เรื่องความมีวินัยและความเฉลียวฉลาดซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก เคยคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดีมาก
หลังจากนั้นประชาชนในชาติก็คลายความวิตกกังวลลง จึงมีพฤติกรรมที่เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการละเลยการเว้นระยะห่างทางสังคม มีการชุมนุมประท้วงทางการเมือง มีการรวมคนจำนวนมากเพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนา ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นทำนองเดียวกันนี้ ก็คือของเกาหลีใต้ครับ
Reference
ความคิดเห็น

ความจริงเพื่อใคร

เป็นห่วงแรงงานไทยเราอยู่เยอะนะคะที่นั้น สถานทูตคงดูแลเป็นอย่างดีนะคะ เห็นน้องแรงงานยังออกคลิปได้คงดีอยู่
16 ก.ย. เวลา 06:46
1

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ต้องดูแลเต็มที่ครับ
16 ก.ย. เวลา 06:49
1

Jan Kamolwan

ของบ้านเราจะเป็นไงบ้างคะ
16 ก.ย. เวลา 05:55
16 ก.ย. เวลา 06:52
1

ลูกจ้างรายวัน

ติดตามครับ
16 ก.ย. เวลา 03:53
16 ก.ย. เวลา 04:24