พันธุ์องุ่นที่นิยมทำไวน์
เป็นที่ทราบกันดีว่า ไวน์ที่เราดื่มกันเป็นประจำที่บ้าน ตามภัตตาคารสุดหรู หรืองานเลี้ยงต่างๆนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากการนำองุ่นมาหมักกับยีสต์ หลายคนจึงเกิดคำถามต่อว่า แล้วองุ่นพันธุ์ไหนบ้าง ที่สามารถนำมาทำไวน์ได้ คำตอบคือ มีมากกว่าร้อยสายพันธุ์ แต่มีเพียงไม่กี่สายพันธุ์เท่านั้น ที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย และสามารถนำมาทำไวน์ได้ดี
ซึ่งองุ่นพันธุ์หลักๆที่นิยมปลูกเพื่อทำไวน์ชนิดต่างๆ มีดังต่อไปนี้
ไวน์แดง : Cabernet Sauvignon, Pinot Noir, Merlot และ Shiraz
ไวน์ขาว : Chardonnay, Pinot Grigio,Riesling และ Sauvignon Blanc
เริ่มกันที่พันธุ์ขององุ่นที่นำมาทำไวน์แดง
1.Cabernet Sauvignon(การ์แบเน โซวีญง)
เป็นพันธุ์องุ่นที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เมื่อนำมาทำไวน์แดงจะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวมาก(high acidity) ฝาดมาก(high tannin) และมีเนื้อสัมผัสที่หนักแน่น(full body) มีกลิ่นของผลไม้สีดำ เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ และกลิ่นสมุนไพรจำพวก พริกหยวกสีเขียว(green bell pepper) นิยมบ่มในถังไม้โอ๊คเพื่อลดระดับความฝาด(tannin) จึงได้กลิ่นวนิลลาและไม้ซีด้าจากไม้โอ๊คเพิ่มเข้ามา เมื่อนำมาทำไวน์แดง นิยมนำมาผสมกับองุ่นพันธุ์อื่นๆ เช่น Merlot และ Shiraz
2.Pinot Noir(พิโน นัวร์)
เป็นพันธุ์องุ่นที่นิยมปลูกในแคว้นเบอร์กันดี(Burgundy) ของประเทศฝรั่งเศส และประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อนำมาทำไวน์แดงจะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวมาก(high acidity) ไม่ฝาด(low tannin) และมีเนื้อสัมผัสที่เบา(light body) มีกลิ่นของผลไม้สีแดง เช่น สตรอว์เบอร์รี่ เชอรี่ ราสเบอร์รี่ นิยมบ่มในถังไม้โอ๊ค จึงได้กลิ่นวนิลลาและกานพลู(clove) จากไม้โอ๊คเพิ่มเข้ามา เมื่อนำมาทำไวน์แดง ไม่นิยมนำไปผสมกับองุ่นพันธุ์อื่น แต่หากนำไปทำแชมเปญมักจะนำไปผสมกับองุ่นขาวพันธุ์ Chardonnay
3.Merlot(เมอร์โล)
เป็นพันธุ์องุ่นแดงที่นิยมปลูกในประเทศชิลีและแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อนำมาทำไวน์แดงจะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวปานกลาง(medium acidity) ฝาดปานกลาง(medium tannin) และมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างหนักแน่น(medium to full body) มีกลิ่นตั้งแต่ผลไม้สีแดง เช่น สตรอว์เบอร์รี่ พลัม ไปจนถึงผลไม้สีดำ เช่น แบล็คเบอร์รี่ เชอรี่ดำ นิยมบ่มในถังไม้โอ๊ค จึงได้กลิ่นวนิลลาจากไม้โอ๊คเพิ่มเข้ามา เมื่อนำมาทำไวน์แดง นิยมนำมาผสมกับ Cabetnet Sauvignon โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแคว้นบอร์กโด(Bordeaux) จะได้ไวน์ที่ชื่อ Merlot-Cabernet Sauvignon blends
4.Syrah/Shiraz(ซีร่า/ชีราส)
เป็นพันธุ์องุ่นแดงที่ปลูกกันในประเทศฝรั่งเศสและประเทศออสเตรเลีย เมื่อนำมาทำไวน์แดงจะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวปานกลาง(medium acidity) ฝาดมาก(high tannin) และมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนไปทางหนักแน่น(medium to full body) มีกลิ่นของผลไม้สีดำ เช่น แบล็คเบอร์รี่ เชอรี่ดำ และกลิ่นเผ็ดๆของพริกไทยดำ นิยมบ่มในถังไม้โอ๊คเพื่อลดระดับความฝาด(tannin) จึงได้กลิ่นวนิลลาและมะพร้าวจากไม้โอ๊คเพิ่มเข้ามา
มาต่อกันที่พันธุ์ขององุ่นที่นำมาทำไวน์ขาว
1.Chardonnay(ชาดอนเน่)
เป็นพันธุ์องุ่นที่นิยมนำมาทำไวน์ขาวมากที่สุด โดยเฉพาะในแคว้น Burgundy ประเทศฝรั่งเศส เมื่อนำมาทำไวน์ขาว ลักษณะและรสชาติจะแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศที่ปลูก ดังนี้
สภาพอากาศเย็น(cool climate) จะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวมาก(high acidity) และมีเนื้อสัมผัสปานกลาง(medium body) มีกลิ่นของผลไม้สีเขียว เช่น แอปเปิล และกลิ่นของซีตรัส เช่น เลมอน ไม่นิยมบ่มในถังไม้โอ๊ค
สภาพอากาศอบอุ่น(warm climate) จะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวปานกลาง(medium acidity) และมีเนื้อสัมผัสค่อนไปทางหนัก(medium to full body) มีกลิ่นของผลไม้จำพวกพีช และผลไม้เขตร้อน เช่น สัปปะรด นิยมบ่มในถังไม้โอ๊ค จึงได้กลิ่นวานิลาจากไม้โอ๊คเพิ่มเข้ามา
2.Pinot Grigio(พิโน กริจิโอ้)
เป็นพันธุ์องุ่นที่นิยมปลูกในประเทศอิตาลี เมื่อนำมาทำไวน์ขาวจะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวมาก(high acidity) และมีเนื้อสัมผัสที่เบา(light body) มีกลิ่นของผลไม้ เช่น พีช และเลมอน ไม่นิยมบ่มในถังไม้โอ๊ค
3.Riesling(รีสลิ่ง)
เป็นพันธุ์องุ่นที่นิยมปลูกในประเทศเยอรมัน เมื่อนำมาทำไวน์ขาวจะมีรสชาติตั้งแต่ไม่หวาน(dry) ไปจนถึงหวาน(sweet) เปรี้ยวมาก(high acidity) และมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนไปทางเบา(light to medium body) มีกลิ่นของดอกไม้ และผลไม้จำพวก แอปเปิล เลมอน และพีช ไม่นิยมบ่มในถังไม้โอ๊ค
4.Sauvignon Blanc(โซวีญง บล็อง)
เป็นพันธุ์องุ่นที่นิยมนำมาทำไวน์ขาว เช่น Sancerre ในประเทศฝรั่งเศส, New Zealand Sauvignon Blanc เมื่อนำมาทำไวน์ขาวจะมีรสชาติไม่หวาน(dry) เปรี้ยวมาก(high acidity) และมีเนื้อสัมผัสปานกลาง(medium body) มีกลิ่นของผลไม้จำพวกแอปเปิล เลมอน กลิ่นสมุนไพร เช่น พริกไทยดำ ไม่นิยมบ่มในถังไม้โอ๊คเพื่อที่จะคงกลิ่น และความสดชื่นเอาไว้
และนี่คือ พันธุ์องุ่นยอดนิยมที่ใช้ทำไวน์ ทั้ง 8 สายพันธุ์ ไม่ว่าคุณจะชอบรสชาติแบบไหน ไวน์แดงหรือไวน์ขาว ไม่มีผิดไม่มีถูก ลองเลือกกันได้ตามใจชอบ ขอแค่ได้ดื่มด่ำกับอรรถรสของไวน์ไปกับอาหารที่คุณชื่นชอบ แค่นี้ก็สนุกแล้ว แต่หากคุณรู้สึกว่ารายละเอียดเหล่านี้เยอะเกินไป ขอแนะนำให้คุณค่อยๆดื่มและเรียนรู้ไปทีละชนิดแล้วค่อยๆจดจำลักษณะและรสชาติไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ ไม่นานคุณจะจดจำได้ทั้งหมด และรู้รสชาติตั้งแต่ยังไม่เปิดขวดเลยด้วยซ้ำ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เรื่องของไวน์ยังมีอะไรที่สนุกอีกมากครับ หวังว่าคุณจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ไม่มากก็น้อย
โปรดติดตาม เกร็ดความรู้เรื่องไวน์ ไปกับ Wine story ในบทความหน้า
แล้วพบกันครับ
Wine story by Dr.Art
Reference
Ian Harris. ‪An introduction to wine‬. Wine & Spirit Education Trust. London; 2017.
ความคิดเห็น
คำหนุนใจ
ความรู้ดีๆค่ะ
21 ก.ย. เวลา 16:32
1
Wine story
ขอบคุณที่ติดตามครับ 😊
21 ก.ย. เวลา 16:41
1
🐣ลูกสาวหล่า🐥
ไวน์แดง เลยค่ะ🍷🍾
18 ก.ย. เวลา 13:53
1
Wine story
จัดไปเลยครับ 😊
18 ก.ย. เวลา 14:02
บัญชีหนีไปเที่ยวแล้ว
ขอบคุณความรู้ค๊า
17 ก.ย. เวลา 10:50
1
Wine story
ยินดีครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับไวน์มาแบ่งปันเรื่อยๆครับ 😊
17 ก.ย. เวลา 13:37