Blockdit Logo (Mobile)
• คอมมิวนิสต์แบบโจเซฟ สตาลิน
ักับคอมมิวนิสต์แบบเหมาเจ๋อตง คืออะไร ?
What Is Stalinism and Maoism ?
หลังจากที่ในครั้งที่แล้ว ผมเคยได้นำเสนอเรื่องราวของความแตกต่าง ระหว่างแนวคิดคอมมิวนิสต์ของ คาร์ล มาร์กซ์ (Marxism) กับแนวคิดคอมมิวนิสต์ของ วลาดิเมียร์ เลนิน (Leninism) กันไปแล้ว
คาร์ล มาร์กซ์ (ซ้าย) และวลาดิเมียร์ เลนิน (ขวา)
สำหรับในบทความนี้ ผมก็จะขอนำเสนอเรื่องราวของแนวคิดคอมมิวนิสต์ ของผู้นำคนสำคัญในประวัติศาสตร์อย่าง โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) แห่งสหภาพโซเวียต และเหมาเจ๋อตง (Mao Zedong) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าแนวคิดคอมมิวนิสต์ของทั้ง 2 คนนี้ มีความแตกต่างหรือมีลักษณะโดยทั่วไปอย่างไรบ้าง
โดยเรามาเริ่มต้น ที่แนวคิดคอมมิวนิสต์ของโจเซฟ สตาลิน กันก่อน ซึ่งแนวคิดนี้ถูกเรียกว่า "ลัทธิสตาลิน" (Stalinism) โจเซฟ สตาลิน ได้ใช้แนวคิดนี้ ในช่วงที่เขาปกครองสหภาพโซเวียต ในช่วงปี 1922 จนถึง 1953
โจเซฟ สตาลิน ผู้นำคนที่ 2 แห่งสหภาพโซเวียต
โจเซฟ สตาลิน ได้อ้างว่าลัทธิคอมมิวนิสต์ของเขานั้น ได้รับต้นแบบมาจากลัทธิคอมมิวนิสต์ของเลนิน (Leninism) ซึ่งได้รับต้นแบบมาจากลัทธิมาร์กซ์ (Marxism) อีกทอดนึง
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ลัทธิสตาลินแทบจะไม่มีส่วนที่เหมือนกับแนวคิดคอมมิวนิสต์ที่แท้จริงอยู่เลย
ลัทธิสตาลิน เป็นแนวคิดที่แทบจะไม่หลงเหลือความเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ได้กลายเป็นแนวคิดแบบเผด็จการแทน
นั้นก็เพราะ โจเซฟ สตาลิน ได้ปกครองสหภาพโซเวียตโดยการเป็นเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ (Totalitarianism) มีความเป็นจักรวรรดินิยม (Imperialism) มีการเสริมสร้างอำนาจของตนเองให้ยิ่งใหญ่ เชิดชูบูชาผู้นำ กำจัดศัตรูทางการเมืองและผู้ที่เห็นต่างเป็นจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกได้ว่าลัทธิสตาลินแทบจะไม่หลงเหลือแนวคิดของความเป็นคอมมิวนิสต์อีกต่อไป และได้กลายสภาพเป็นเผด็จการแบบฟาสซิสต์ (Fascism) ที่อ้างตัวว่าเป็นคอมมิวนิสต์แทน
ส่วนแนวคิดคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตง ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือที่เรียกว่า "ลัทธิเหมา" (Maoism) นั้น ก็มีความแตกต่างจากลัทธิคอมมิวนิสต์แบบดั้งเดิมเช่นกัน
เหมาเจ๋อตง ผู้นำคนแรกแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ครองอำนาจ 1949-1976)
นั้นก็เพราะ เหมาเจ๋อตงได้นำเอาแนวคิดคอมมิวนิสต์ของเขา มาปรับใช้กับประเทศจีน ซึ่งในช่วงเวลานั้น สังคมของจีนยังอยู่ในสภาวะของความเป็นกสิกรรม และพึ่งพาการเกษตรอยู่
ซึ่งนี้ก็ถือว่า มีความแตกต่างจากลัทธิคอมมิวนิสต์แบบดั้งเดิมของ คาร์ล มาร์กซ์ ซึ่งเขาได้เคยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์ไว้ว่า วิวัฒนาการของมนุษย์ ประกอบไปด้วย 5 ขั้นหลัก คือ สังคมแบบหาของป่าล่าสัตว์, สังคมแบบกสิกรรม, สังคมแบบทุนนิยม, สังคมแบบสังคมนิยม และขั้นสุดท้ายก็คือ สังคมที่เป็นคอมมิวนิสต์
มาร์กซ์ได้อธิบายว่า การที่สังคมจะเข้าสู่ความเป็นคอมมิวนิสต์ได้นั้น มนุษย์จะต้องอยู่ในสภาวะที่สังคมกลายเป็นทุนนิยมอย่างเต็มขั้นเสียก่อน
ดังนั้น การที่เหมาเจ๋อตงนำเอาคอมมิวนิสต์มาปรับใช้กับจีนที่ยังคงเป็นสังคมแบบกสิกรรมนี้ จึงเป็นเป็นการลัดขั้นตอนตามแนวคิดของมาร์กซ์
ในสมัยที่เหมาเจ๋อตงครองอำนาจ มีหลาย ๆ นโยบายที่มาจากลัทธิของเขา ที่ประสบความสำเร็จอยู่บ้าง แต่ก็มีอีกหลายนโยบายที่ประสบความล้มเหลวไม่เป็นท่า บางนโยบายนำไปสู่ความรุนแรงและกลียุคภายในประเทศ ตัวอย่างสำคัญ คือ การปฏิวัติวัฒนธรรม (Culture Revolution) ในช่วงปี 1966 จนถึง 1976
ลัทธิเหมา ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับการปิดประเทศ ไม่รับความช่วยเหลือจากต่างชาติ เน้นการพัฒนาด้านเกษตรกรรม และต่อต้านทุนนิยมอย่างเต็มขั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศจีนในยุคของเหมาเจ๋อตง ก็ตกอยู่ในสภาวะของประเทศด้อยพัฒนาเท่านั้น
หลังจากที่เหมาเจ๋อตงเสียชีวิตลงในปี 1976 หลังจากนั้นมา ผู้นำของจีนรุ่นต่อมา รวมไปถึงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งจีน ก็เริ่มที่จะถอยห่างจากแนวคิดของลัทธิเหมา และเริ่มทำการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประเทศ ติดต่อกับต่างชาติ และที่สำคัญก็คือ การนำเอาทุนนิยม (Capitalism) ที่ถือว่าเป็นคู่ตรงข้ามของคอมมิวนิสต์ มาปรับใช้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ
และด้วยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ได้ทำให้ในปัจจุบัน ประเทศจีนก็ได้กลายเป็น 1 ในชาติมหาอำนาจของโลก เรียกได้ว่าจีนเป็นคอมมิวนิสต์เพียงแค่ในนามหรือในการปกครองเพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนเศรษฐกิจของจีน ก็ได้กลายเป็นทุนนิยมอย่างเต็มรูปแบบแล้ว
*** Reference
#HistofunDeluxe
ความคิดเห็น
F R E E T I M E S
ใช่ ศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เเต่ไม่เอาไปปฏิบัติเเน่นอน...
23 ก.ย. เวลา 08:34
อินทร์จักร สภาไซย
กำจัดพวกมันออกจากแผมที่โลก
23 ก.ย. เวลา 08:25
อินทร์จักร สภาไซย
เกลียดพวกคอมมิวนิสต์
21 ก.ย. เวลา 16:16