“เมซุต โอซิล” กับชีวิตที่พลิกผันในรั้วปืนใหญ่
วันที่ 7 เดือนมีนาคม เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เกมระหว่าง “อาร์เซน่อล” กับ “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด” คือนัดล่าสุดที่ “เมซุต โอซิล” เพลย์เมคเกอร์สัญชาติเยอรมัน-ตุรกี ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับอาร์เซน่อล ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะต้องหยุดเตะไปนานถึง 3 เดือนเพราะพิษโควิด-19 แต่หลังจากที่พรีเมียร์ลีกรีเทิร์นกลับมาแข่งกันอีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน อาร์เซน่อลกลับลงแข่งในพรีเมียร์ 3 นัดที่เหลือจนจบ ลงเตะบอลถ้วยเอฟเอคัฟจนได้แชมป์รวมไปอีก 3 นัด อุ่นเครื่องก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ 1 นัด ได้แชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ 1 นัด ลงเตะพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ไปแล้ว 2 นัด และสุดท้ายเกมลีกคัพหรือคาราบาวคัพเมื่อคืนวันพุธที่มาอีก 1 นัด นับนิ้วรวมทั้งสิ้นคือจำนวน 11 นัด ที่โอซิลไม่ได้รับเลือกจาก “มิเกล อาร์เตต้า” ผู้จัดการทีมให้โอกาสลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียว
ถ้านับรวมเวลากันแล้วนั้นถือว่าเกินกว่า 6 เดือนหรือครึ่งปีเข้าไปแล้วที่มิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกปี 2014 ในวัย 31 ปีไม่ได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัด เรื่องนี้ไม่ได้ถูกหมางเมินจากแฟนอาร์เซน่อลหรือบรรดานักข่าวสำนักต่างๆ เลยแม้แต่น้อย เพราะหลังจบเกมบดชนะ “เลสเตอร์ ซิตี้” ในเกมคาราบาวคัพเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา 2 – 0 นักข่าวได้ยิงคำถามถึงอาร์เตต้าเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของโอซิล โดยอาร์เตต้าได้พยายามตอบอย่างบ่ายเบี่ยงว่า
“ทีมของเรากำลังมีพัฒนาการที่ดี คุณก็เห็นได้ถึงระดับการเล่นที่ดีขึ้น จากจุดนี้เราต้องพัฒนาขึ้นอีก เล่นให้ดีขึ้น ลงแข่งให้ดีขึ้น และมีความคงเส้นคงวา ผมพอใจกับฟอร์มการเล่นของพวกเราในตอนนี้ ซึ่งมันทำโค้ชมีงานที่ยากขึ้นในการเลือกตัวผู้เล่น มันเป็นเรื่องยากที่เกิดขึ้นในทุกสัปดาห์ ไม่ใช่เฉพาะในรายของเมซุต (โอซิล) แต่นั่นหมายรวมไปถึงผู้เล่นคนอื่นด้วย ทุกสัปดาห์เราพยายามเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุด ในความเห็นของผม ผมได้พยายามเลือกผู้เล่นที่คืออยู่ในสภาพความพร้อมที่ดีที่สุดแล้ว”
หากเรามองย้อนอดีตกลับไปเมื่อสามปีก่อน ในฤดูกาล 2017/2018 “เมซุต โอซิล” เริ่มต้นฤดูกาลนั้นกับทีมปืนใหญ่ด้วยระยะเวลาของสัญญาที่เหลืออีกเพียงหนึ่งปี แฟนบอลต่างเรียกร้องให้สโมสรต่อสัญญากับนักเตะให้ได้ ทางสโมสรเองก็พยายามเกลี้ยกล่อม แต่ตัวโอซิลเองที่ถือไพ่เหนือกว่าก็ประวิงเวลา เพื่อให้ได้สัญญาที่ดีที่สุด จนกระทั่งเดือนมกราคม ปี 2018 โอซิลตกลงปลงใจที่จะต่อสัญญาออกไปจนถึงเดือนมิถุนายนปี 2021หรือต่อไปอีก 3 ปีนั่นเอง ด้วยค่าเหนื่อยที่ประมาณการกันคือ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทำให้เขาเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในสโมสร
หลังจากที่เซ็นต์สัญญาฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อย โอซิลได้ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ว่า “ภูมิใจที่จะประกาศว่า ผมเซ็นต์สัญญาต่อไปอีกสามปีกับอาร์เซน่อลแล้ว นี่คือการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตการเล่นฟุตบอลของผม และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมต้องใช้เวลาในการคิด พูดคุยกับผู้คนที่สำคัญในชีวิตของผม สิ่งดีๆ มักจะใช้เวลาเสมอล่ะ ท้ายที่สุดแล้วผมใช้หัวใจในการตัดสิน เหมือนที่ผมเคยพูดอยู่เสมอว่า ที่สโมสรแห่งนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน ผมมีแรงจูงใจสูงที่จะประสบความสำเร็จกับสโมสรแห่งนี้” ก่อนที่จะทิ้งท้ายด้วยวลีเด็ดว่า “Once a Gunner, always a Gunner”
.
นั่นทำให้แฟนบอลต่างรู้สึกชื่นมื่นชุ่มฉ่ำหัวใจกันไปเลยทีเดียว ช่วยลบรอยร้าวที่สโมสรจำต้องปล่อย “อเล็กซิส ซานเชส” ไปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนเดียวกันไปได้ในขณะหนึ่ง ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน คำถามที่มีในสมองของแฟนปืนใหญ่คือ โอซิลไม่ดีพอในทีมของอาร์เตต้าหรือมีปัญหากันส่วนตัว ถึงไม่ได้รับโอกาสจากเจ้านาย แต่หากพิจารณาจากระบบการเล่นของทีมปืนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในช่วงท้ายของฤดูกาลก่อน และต่อยอดมาใช้ต่อในฤดูกาลนี้แล้วนั้น เราจะเห็นว่าไม่มีตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกหรือนักเตะหมายเลข 10 อยู่ในระบบการเล่น 3-4-3 ของอาร์เตต้าเลย
ไล่ให้ดูกันตั้งแต่แผงหลัง 3 ตัวที่หลักๆ จะเป็นนักเตะในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แต่ตัวเซ็นเตอร์ทางด้านซ้ายจะถอย “คีแรน เทียร์นี่” หรือ “เซอัด โคลาซิแนค” หุบเข้ามาเล่นจากตำแหน่งแบ็คซ้าย ขยับมาที่แผงกลาง อาร์เตต้าเลือกที่จะใช้วิงแบ็คทั้งสองกราบ ตัวเลือกแรกในตอนนี้คือ “เฮคเตอร์ เบลเยริน” ทางด้านขวา และ “เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส” ทางกราบซ้าย ส่วนคู่กลางอาร์เตต้าต้องการมิดฟิลด์ที่สามารถเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก จึงเป็นเหตุให้เขาเลือกที่จะเก็บ “โมฮาเหม็ด เอลเนนี่” มิดฟิลด์ในสไตล์บ็อคทูบ็อคไว้ใช้งาน หลังปล่อยยืมตัวไปในฤดูกาลก่อน โดยเอลเนนี่จะได้เล่นสลับกันกับ “ดานี่ เซบายอส” กองกลางชาวสเปนิชที่ทีมตัดสินใจยืมตัวกลับมาใช้งานอีกครั้งจากรีล มาดริด
ส่วนมิดฟิลด์ตัวกลางอีกคนที่คงจะเป็นตัวหลักไปทั้งฤดูกาลคือกัปตันทีมอย่าง “กรานิต ซาก้า” เมื่อเทียบกันตามตำแหน่งในแผงกองกลางแล้วจะเห็นได้ว่าไม่มีตำแหน่งที่เหมาะสมให้มิดฟิลด์พรสวรรค์สูงอย่างโอซิลได้สอดแทรกเลย เพราะอาร์เตต้าต้องการแผงกลางที่เป็นผึ้งงาน คอยไล่ทำลายเกมคู่ต่อสู้ เมื่อมองขึ้นไปที่แผงกองหน้า แน่นอนว่าตำแหน่งทางด้านกราบซ้ายมีชื่อของ “ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง” ที่ฟอร์มกระฉูดยึดครองตำแหน่งอยู่อย่างเหนียวแน่น ส่วนกราบขวาที่แม้จะยังไม่มีใครยึดตำแหน่งได้ถาวร แต่ฟอร์มของดาวรุ่งอย่าง “บูกาโย ซาก้า” และ ปีกราคาแพง “นิโคลัส เปเป้” ก็เพียงพอที่อจะทำให้อาร์เตต้าเลือกนักเตะที่ถนัดในตำแหน่งนี้ลงเล่นก่อนหน้าโอซิล และแทบที่จะไม่ต้องชายตาไปดูในตำแหน่งศูนย์หน้าที่มี “อเล็กซองด์ ลากาแซตต์” เป็นตัวหลัก และเจ้าหนู “เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์” เป็นตัวแสตนด์บาย
หากอาร์เตต้าเลือกที่จะยึดระบบการเล่น 3-4-3 แบบนี้เป็นหลัก อนาคตของโอซิลกับอาร์เซน่อลก็คงพบกับทางตัน แต่การมีโอซิลไว้ในทีมก็ถือว่าเอื้อให้อาร์เตต้าสามารถพลิกแพลงมาเล่นในระบบ 3-5-2 ที่มีตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกเสริมเข้ามาได้เช่นกัน อย่างไรก็ดีอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือสัญญาที่ต่อไว้ของโอซิลกำลังจะหมดในปีหน้า นั่นหมายถึงว่าโอซิลคงไม่คิดที่จะต่อสัญญาออกไปอีกแน่นอน ถ้าตัวเขาไม่ได้เล่นเป็นตัวหลัก และก็คงพร้อมที่นั่งแคสต์เกมออนไลน์ นั่งกินเงินค่าเหนื่อยไปเรื่อยๆ ส่วนฟากของอาร์เซน่อลเองก็คงไม่คิดที่จะเสียมิดฟิลด์คนนี้ไปแบบฟรีๆ หลังหมดและต้องคอยจ่ายค่าเหนื่อยจำนวน 350,000 ปอนด์ไปตลอดทั้งฤดูกาล ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงเหลือเกินที่ปืนใหญ่ต้องรีบหาทีมมาเซ้งต่อ แต่ปัญหาก็คือทีมจะมาเซ้งต่อต้องสู้ค่าเหนื่อยโอซิลไหว ซึ่งชั่วโมงนี้คงหายากเหลือเกิน ติดตามข่าวคราวกันต่อครับว่าบทสรุปของ “เมซุต โอซิล” จะจบลงแบบไหน ท้ายที่สุดแล้วในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของตลาดนักเตะในอังกฤษเราคงได้ทราบกัน
Writer : MenthoL
🔥ติดตาม UP! ของเราได้ที่ 🔥
Website : up-th.com
Facebook : @UPTHsport
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้