7 ต.ค. 2020 เวลา 11:40 • ธุรกิจ
อนาคตของ บำรุงราษฎร์ จะเป็นอย่างไร?
1
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลเอกชน ที่มีรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติเกือบ 70%
รู้ไหมว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ราคาหุ้นของบำรุงราษฎร์ ลดลงไปแล้วถึง 35%
ซึ่งมากกว่าการลดลงของดัชนีตลาดหุ้นไทย ที่ลดลงไปประมาณ 22%
ตอนนี้ หลายคนคงกำลังตั้งคำถาม
ว่าอนาคตของ บำรุงราษฎร์ จะเป็นอย่างไร?
ลงทุนแมนจะวิเคราะห์ให้ฟัง
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
จดทะเบียนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532
โดยใช้ชื่อหุ้นว่า “BH”
ถ้าถามว่าบำรุงราษฎร์ใหญ่แค่ไหน
ลองมาดูมูลค่าบริษัทของโรงพยาบาลในตลาดหุ้นไทย
กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) มูลค่าบริษัทประมาณ 308,000 ล้านบาท
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) มูลค่าบริษัทประมาณ 77,000 ล้านบาท
สมิติเวช (SVH) มูลค่าบริษัทประมาณ 40,000 ล้านบาท
ที่ผ่านมา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
เน้นให้บริการทางการแพทย์ ที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับสูงและชาวต่างชาติ
เมื่อบวกกับภาพลักษณ์ของการให้บริการทางการแพทย์ของไทยที่เป็นที่ยอมรับ และมีจุดเด่นเรื่องราคาที่ไม่สูง เมื่อเทียบกับคุณภาพระดับเดียวกันในประเทศอื่นๆ
จึงทำให้ ในปี พ.ศ. 2562 บำรุงราษฎร์ มีผู้ป่วยชาวต่างชาติมาใช้บริการกว่า 180 ประเทศ และทำให้ บำรุงราษฎร์ มีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในสัดส่วนสูง
Cr. Bumrungrad International
ปี พ.ศ. 2562 บำรุงราษฎร์ มีรายได้ 18,718 ล้านบาท กำไร 3,748 ล้านบาท
โดยรายได้ทุก 100 บาท มาจาก
ผู้ป่วยชาวต่างชาติ 66 บาท
ผู้ป่วยชาวไทย 34 บาท
โดยผู้ป่วย 3 ประเทศที่จ่ายเงินให้บำรุงราษฎร์สูงสุด
คือ เมียนมา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต
เมื่อเทียบสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยชาวต่างชาติ ของบำรุงราษฎร์ กับ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ในปี พ.ศ. 2562
บำรุงราษฎร์ (BH) มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ 66%
กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ 30%
พอเห็นแบบนี้ ก็บอกได้ว่า
รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติ มีความสำคัญกับบำรุงราษฎร์อย่างมาก
และก็เดาได้ไม่ยาก ว่าการปิดประเทศไม่ให้ต่างชาติเข้ามา จะต้องส่งผลกระทบกับรายได้ของบำรุงราษฎร์อย่างแน่นอน
ซึ่งนั่นก็คือความท้าทายของบำรุงราษฎร์ในตอนนี้..
จากรายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 หรือช่วงเดือนเมษายน ถึง มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ บำรุงราษฎร์ ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ จากการปิดประเทศ
รายได้ของบำรุงราษฎร์ในไตรมาสที่ 2
ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 43.4%
จาก 4,279 ล้านบาท เหลือ 2,422 ล้านบาท
โดยรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยลดลง 13.0%
และรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติลดลง 58.9%
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะลดลงมาก
แต่บำรุงราษฎร์ ก็ลดต้นทุนลงได้มากเช่นกัน
Cr. BS Platforms
ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลลดลง 34.5%
จากการที่ค่าธรรมเนียมแพทย์, ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 39.3%
จากการที่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 11.6%
จากการลดการจ่ายค่าล่วงเวลาของพนักงานลง
Cr. Bumrungrad International
นอกจากนั้น ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ก็ลดลงอีกเล็กน้อย
ทำให้ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 317 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 1,167 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือบำรุงราษฎร์ยังรักษา EBITDA ให้เป็นบวกได้อยู่
ส่วนกำไรสุทธิ ก็ยังคงเป็นบวก
แต่ลดลงจาก 725 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว เหลือ 44 ล้านบาท
ปัจจุบัน บำรุงราษฎร์ มีสินทรัพย์หมุนเวียน 11,355 ล้านบาท หนี้สินหมุนเวียน 2,100 ล้านบาท
และมีเงินสด 1,800 ล้านบาท โดยเป็นเงินสดที่ได้มาจากการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 676 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากที่เกิดขึ้นกับบำรุงราษฎร์ ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนไม่น้อย
ซึ่งสะท้อนออกมาจากมูลค่าบริษัทที่ลดลงถึง 35%
จากประมาณ 116,000 ล้านบาทในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ประมาณ 77,000 ล้านบาท
ถึงตรงนี้ คำถามที่ว่า อนาคตของบำรุงราษฎร์จะเป็นอย่างไร
คงยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้อย่างชัดเจน
แต่อย่างน้อย สิ่งที่เราต้องถามตัวเองคือ
เรามองวิกฤติโรคระบาดที่เกิดขึ้น และชาวต่างชาติที่หายไปในตอนนี้ เป็นแค่เรื่องชั่วคราวหรือถาวร
ถ้ามองเป็นเรื่องถาวร เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลมากๆ สำหรับบำรุงราษฎร์
แต่ถ้ามองว่าเป็นแค่ชั่วคราว ที่แห่งนี้ก็น่าจะยังคงเป็นหมุดหมายของผู้ป่วยชาวต่างชาติ เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านไป..
Cr. Siamrath
References
-รายงานประจำปี 2562 บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
-คําอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของบริษัท ประจําไตรมาส 2 ปี 2563 และครึ่งปี แรกของปี 2563 บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
-เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โฆษณา