สรุป 4 วิธี ช่วยลดเวลาในการทำงาน จากแนวคิด Agile
1
การทำงานที่มีกระบวนการยืดยาว หรือมีขั้นตอนซับซ้อน กำลังเป็นปัญหา ที่หลายคน หรือหลายองค์กรในทุกวันนี้กำลังเผชิญ
และการทำงานในลักษณะนี้ มักจะทำให้เราต้องเสียต้นทุนอย่างหนึ่งมากขึ้น
ต้นทุนที่ว่า นั่นก็คือ “เวลา”
รู้ไหมว่า เราสามารถปรับวิธีการทำงานให้กระชับ และลดความซับซ้อนลงได้ ด้วยการอาศัยวิธีการ จากแนวคิด Agile
ซึ่ง Agile อธิบายง่ายๆ ก็คือ แนวคิด และวิธีปฏิบัติ
ที่จะทำให้การทำงานเกิดความคล่องแคล่วรวดเร็ว
แล้ววิธีไหนบ้าง? จากแนวคิด Agile ที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วมากขึ้น
1.วางเป้าหมายทีละเล็กๆ
เวลาเราจะทำงานอะไร สิ่งแรกๆ ที่ต้องทำคือ การตั้งเป้าหมาย
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เป้าหมายของเราอาจจะใหญ่เกินไป
ทำให้เราต้องใช้เวลานาน ในการบรรลุเป้าหมายนั้น
1
ถ้าเราลองวางเป้าหมายทีละเล็กๆ ค่อยๆ บรรลุเป้าหมายไปทีละขั้น แล้วตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ลูปการทำงานของงานนั้นจะเล็กลง ซึ่งถ้าเราเจอปัญหา จะสามารถแก้ไขได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
ซึ่งจะแตกต่างกับการทำงานแบบเป้าหมายใหญ่เป้าหมายเดียว ที่ลูปการทำงานจะยาวกว่า เมื่อเกิดปัญหา ก็อาจทำให้เราต้องปรับกระบวนการทำงานใหม่ทั้งหมด
 
2.การทำงานแต่ละโปรเจ็กต์ควรมีคนจากหลากหลายแผนก
ปกติแล้ว การทำงานในแต่ละงานหรือแต่ละโปรเจ็กต์มักจะมีการแบ่งแผนก บทบาท ที่ชัดเจน
ซึ่งการแบ่งกันทำงานเป็นแผนกแบบนี้ อาจทำให้แต่ละคนในโปรเจ็กต์ไม่เข้าใจภาพรวมของงาน และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำไปเพื่ออะไร ทำให้การทำงานร่วมกันยากขึ้น
1
การดึงคนจากหลายแผนกมาทำงานร่วมกัน จะทำให้มีมุมมองที่กว้างขึ้น การประสานงานมีความคล่องตัวมากขึ้น ทุกคนได้เห็นภาพรวมของงานได้ตรงกัน ซึ่งจะมีส่วนทำให้ทำงานง่าย และรวดเร็วมากขึ้น
3.ทีมงานทุกคนต้องหมั่นสื่อสาร และกระตือรือร้นในการเรียนรู้ปัญหา
หมั่นสื่อสารกันเมื่อพบปัญหา และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาที่เจอให้เร็ว จะช่วยส่งเสริมให้การทำงานบรรลุเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น
4.ทีมงานมีอำนาจในการตัดสินใจตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินใจจากหัวหน้าเพียงคนเดียว
คนในทีมที่มีความเข้าใจในสิ่งที่กำลังทำ ควรจะได้รับอำนาจในการตัดสินใจทำอะไร หรือเปลี่ยนแปลงอะไร
เพราะเป็นคนที่เข้าใจและใกล้ชิดกับปัญหามากกว่าหัวหน้าหรือผู้บริหาร
การให้อำนาจการตัดสินใจอย่างเหมาะสมกับคนในทีม
ยังช่วยลดระยะเวลาในการรอการอนุมัติจากหัวหน้าได้อีกด้วย
จากทั้งหมดที่ว่ามาจะสังเกตได้ว่า
ทั้ง 4 วิธี ล้วนส่งเสริมให้เกิดการทำงาน เรียนรู้ และแก้ไขปัญหาร่วมกันของทีมหรือองค์กร เพื่อยกระดับเป้าหมายให้สำเร็จไปทีละขั้นจนถึงเป้าหมายสูงสุดได้
ซึ่ง 4 วิธีนี้เอง ที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานแบบ Agile
ที่จะทำให้ “ต้นทุนเวลา” ในการทำงานของเราลดลงได้นั่นเอง
#SEAC #lifelonglearning #YourNextU #essentialskills #upskill #reskill #OutwardMindset #AgileMindset #agility #InwardMindset #ทักษะแห่งอนาคต
ความคิดเห็น
Somchai Kronthong
ลูกทีมต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆและต้องมีที่ปรึกษาทีมด้วยเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดในกรณีที่มีผลแตกต่างจากความชำนาญของลูกทีมหัวหน้าทีมต้องเป็นคนมีวิสัยทัศน์ที่มากกว่าความเป็มทีมความขยันอย่างเดียวไม่สามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้เสมอไปเพราะว่าร้อยละ 90% ล้มเหลวจากความขยัน...ขาดความเชี่ยวชาญและความรอบรู้ในทีมจะต้องหาคนที่มีประสบการณ์อย่างน้อยต้อง 50%ของทีมและที่สำคัญมากที่สุดของการประสบผลสำเร็จอย่าเลือกลูกทีมเพียงเพราะมองว่าเขามีใบเกรดการศึกษาดีกว่าคนอื่นๆเพราะจากผลของการประสบความ.ดูเพิ่มเติม
15 ต.ค. 2020 เวลา 03:04
Nutkritta (เรื่องเล่าของ ปัน ปัน)
ระดับการตัดสินใจ ขึ้นกับความสำคัญและความเสี่ยงของงานนั้นๆ ที่สำคัญหัวหน้าต้องมีความเชื่อมั่นในทีมด้วยเช่นกัน จะเชื่อมั่นได้ก็ต้องประเมินศักยภาพของทีมให้ออกค่ะ
14 ต.ค. 2020 เวลา 15:43
Positive Thoughts/เขียนร้องเล่าแชร์
หลายคนทำน่าจะยากนะคะ การสื่อสารสำคัญ ประสานงานดีช่วยได้ค่ะ ยังไงต้องมีคนตัดสินใจได้ มากกว่า1 ค่ะ ขอบคุณค่ะ
14 ต.ค. 2020 เวลา 06:45
พงศ์เล่าเรื่อง
เห็นด้วยครับ ถึงยังไงนายก็ต้องตัดสินใจอยู่ดีรึเปล่าครับ ขั้นตอนนี้มันจะเอาออกได้เหรอ
14 ต.ค. 2020 เวลา 13:39