Blockdit Logo (Mobile)
• คุณรู้หรือไม่
แท้จริงแล้วการปฏิวัติรัสเซียเกิดขึ้น 2 ครั้งด้วยกัน
หากพูดถึงเรื่องราวของการปฏิวัติรัสเซีย (Russian Revolution) ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1917 แล้ว เชื่อเหลือเกินว่า ผู้คนโดยส่วนใหญ่อาจจะยังมีความเข้าใจที่ว่า การปฏิวัติในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ วลาดิเมียร์ เลนิน (Vladimir Lenin) และพรรคคอมมิวนิสต์บอลเชวิก (Bolshevik) ได้ก่อการปฏิวัติ เพื่อล้มล้างพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และระบอบกษัตริย์ของรัสเซีย จนนำไปสู่การสถาปนาสหภาพโซเวียต (Soviet Union) ซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์แห่งแรกของโลก กันอย่างแน่นอน
แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เหตุการณ์ที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงสละราชบัลลังก์ จนนำไปสู่จุดสิ้นสุดของระบอบกษัตริย์ของรัสเซีย กับเหตุการณ์ที่เลนินและบอลเชวิกได้ก่อการปฏิวัตินั้น เป็นคนละเหตุการณ์กัน นั่นก็เพราะว่า การปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 นั้น เกิดขึ้นทั้งสิ้น 2 ครั้งด้วยกัน
โดยการปฏิวัติในครั้งแรก ถูกเรียกว่า "การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์" (February Revolution) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 8 จนถึง 16 มีนาคม 1917 โดยเป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนรัสเซียนับแสนคน ได้ออกมาชุมนุมประท้วงที่นครเปโตรกราด (Petrograd : อีกชื่อหนึ่งของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองหลวงของรัสเซียในตอนนั้น)
กลุ่มฝูงชนชาวรัสเซีย รวมตัวกันประท้วงในกรุงเปโตรกราด ในการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์
** สาเหตุที่เรียกว่า การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ เพราะตามปฏิทินของรัสเซีย เหตุการณ์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม จนถึง 3 มีนาคม 1917
การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ มีที่มาจากการที่ประชาชนรัสเซียเกิดความไม่พอใจต่อพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทั้งในด้านการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงไม่พอใจ ที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงนำรัสเซียเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนทำให้มีชาวรัสเซียล้มตายนับสิบล้านคน
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 กษัตริย์รัสเซียแห่งราชวงศ์โรมานอฟ ทรงสละราชสมบัติภายหลังการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์
การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์สิ้นสุดลง เมื่อพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงตัดสินพระทัยสละราชบัลลังก์ ทำให้ระบอบกษัตริย์ของรัสเซียถึงจุดสิ้นสุดลง
หลังการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ และการสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ของรัสเซีย รัสเซียก็ได้อยู่ในสภาวะของขั้วอำนาจคู่ (Dual Powers) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีกลุ่มการเมือง 2 กลุ่ม ที่ได้ต่อสู้และแย่งชิงอำนาจในการปกครองรัสเซีย
ซึ่งกลุ่มการเมืองทั้ง 2 กลุ่มนี้ ประกอบไปด้วย ฝ่ายรัฐบาลเฉพาะกาล (Provisional Government) ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่มีแนวคิดแบบฝ่ายขวา และเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 มาก่อน โดยรัฐบาลเฉพาะกาล ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลปกครองรัสเซียอยู่ในตอนนั้น
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง ก็คือ สภาโซเวียตเปโตรกราด (Petrograd Soviet) ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองของบรรดาทหาร แรงงาน และกลุ่มกรรมกร ที่อาศัยอยู่ในเมืองเปโตรกราด โดยสมาชิกส่วนใหญ่ของสภาโซเวียตเปโตรกราด จะมีแนวคิดทางการเมืองแบบฝ่ายซ้าย
รัฐบาลเฉพาะกาล (ซ้าย) กับสภาโซเวียตเปโตรกราด (ขวา) 2 กลุ่มการเมืองที่แย่งชิงอำนาจกันในรัสเซีย
ซึ่งภายในสภาโซเวียตเปโตรกราด ก็ได้มีกลุ่มนักปฏิวัติคอมมิวนิสต์หัวรุนแรง ที่รู้จักกันในนาม "บอลเชวิก" ซึ่งมีผู้นำก็คือ วลาดิเมียร์ เลนิน นั้นเอง
ในที่สุด วันที่ 7 พฤศจิกายน 1917 วลาดิเมียร์ เลนิน พร้อมด้วยสมาชิกของบอลเชวิก ก็ได้ก่อการปฏิวัติเพื่อล้มล้างอำนาจของฝ่ายรัฐบาลเฉพาะกาล ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ รู้จักกันในชื่อ "การปฏิวัติเดือนตุลาคม" (October Revolution) หรือ "การปฏิวัติบอลเชวิก" (Bolshevik Revolution)
วลาดิเมียร์ เลนิน ผู้นำการปฏิวัติเดือนตุลาคม กล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุน
*** สาเหตุที่เรียกว่า การปฏิวัติเดือนตุลาคม เพราะตามปฏิทินของรัสเซีย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 1917
การปฏิวัติเดือนตุลาคมสิ้นสุดลง ด้วยชัยชนะของเลนินและบอลเชวิก นำไปสู่การสถาปนาประเทศคอมมิวนิสต์แห่งแรกของโลก อย่างสหภาพโซเวียตในปี 1922
**** ในช่วงปี 1917 จนถึง 1922 ได้เกิดสงครามกลางเมืองรัสเซีย (Russian Civil War) ขึ้น ระหว่างฝ่ายกองทัพแดง (Red Army) ซึ่งเป็นกลุ่มของเลนินกับบอลเชวิก กับฝ่ายกองทัพขาว (White Army) ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้ที่จงรักภักดีต่อระบอบกษัตริย์และรัฐบาลเฉพาะกาล สงครามสิ้นสุดลง ด้วยชัยชนะของฝ่ายกองทัพแดง จนนำไปสู่การสถาปนาสหภาพโซเวียตนั่นเอง
ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่า การปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 เกิดขึ้น 2 ครั้งด้วยกัน คือ การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ที่จบลงที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 สละราชบัลลังก์ และรัสเซียก็ถูกปกครองด้วยรัฐบาลเฉพาะกาล
กับการปฏิวัติเดือนตุลาคม ซึ่งจบลงที่ วลาดิเมียร์ เลนิน และคอมมิวนิสต์บอลเชวิก ล้มล้างรัฐบาลเฉพาะกาล และจัดตั้งประเทศคอมมิวนิสต์ อย่างสหภาพโซเวียตขึ้นมา
• Reference
#HistofunDeluxe
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้