Blockdit Logo (Mobile)
พลทหารผู้เกรียงไกร! เกร็ดสาระน่ารู้ของนักรบแห่งอาณาจักรแอซเท็กแห่งเม็กซิโก มาดูวิถีนักรบกัน
WIKIPEDIA CC ZUCHINNI ONE
ร่วมเป็นผู้สนับสนุนให้เรามีกำลังผลิตงานต่อไปได้ทาง บัญชีกสิกรไทย
0698966939
บริษัท สโป๊คดาร์ค จำกัด
อาณาจักรแอซเท็กก่อตั้งในช่วงปี ค.ศ. 1350 ในบริเวณที่เป็นประเทศเม็กซิโกในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย 3 รัฐรวมกัน ในช่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นมีประชากรราว 5 ล้านคน นี่คือเรื่องน่ารู้ของนักรบแอซเท็ก นักรบแห่งอาณาจักรที่รักการบูชายัญ และสร้างพีระมิดเป็นชีวิตจิตใจ
1. นักรบแอซเท็กจะต่างจากนักโบราณของพื้นที่อื่นๆ เพราะไม่ต้องการจะฆ่าศัตรูในสนามรบ พวกเขาชอบที่จะจับมาเป็นเชลยมากกว่า การฆ่าศัตรูนั้นถูกมองว่าอ่อนด้อยกว่าการที่สามารถจับเป็นได้ การเลื่อนขั้นของทหารก็ขึ้นอยู่กับการจับเป็นศัตรูด้วย ยิ่งจับเป็นศัตรูได้มากก็จะยิ่งได้เลื่อนขั้นสูงยิ่งขึ้นไป เมื่อพวกเขาจับเป็นศัตรูได้แล้วก็จะนำกลับมายังเมืองหลวง
ทหารฝ่ายศัตรูที่ถูกจับตัวมาได้มิใช่เพื่อการเรียกค่าไถ่ ถ้าโชคดีที่สุดอย่างน้อยพวกเขาก็ได้ไปเป็นทาส แต่ถ้าโชคร้ายก็จะถูกจับไปเป็นเครื่องบูชายัญให้กับทวยเทพที่ชาวแอซเท็กนับถือ ซึ่งมีมากนับร้อยองค์ ยิ่งมีเทพเจ้ามากเท่าไหร่จำนวนเครื่องบูชายัญก็ต้องมีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นทหารฝ่ายศัตรูที่ถูกจับได้ส่วนใหญ่จึงลงเอยด้วยการเป็นเหยื่อบูชายัญ
วิธีการบูชายัญก็แสนจะป่าเถื่อน เหยื่อจะถูกนำไปด้านบนของพีระมิดแล้วนอนลงยังแท่นบูชา นักบวชจะกรีดตรงใต้ซี่โครงแล้วล้วงมือเข้าไปควานหาหัวใจ จากนั้นก็จะดึงมันออกมาในขณะที่ยังเต้นอยู่แล้วโยนมันลงไปในกองไฟ ศพของเหยื่อที่ถูกบูชายัญจะถูกโยนลงจากพีระมิด แต่ถ้าหากผู้ถูกบูชายัญเป็นชนชั้นสูงจะถูกแบกลงมาแทน
WIKIPEDIA CC ZUCHINNI ONE
2. นักรบแอซเท็กใช้อาวุธที่มีชื่อว่า Macuahuitl ที่หมายความว่าไม้ที่หิวกระหาย อาวุธชนิดนี้มีลักษณะคล้ายไม้พายที่มีหินออบซิเดียนที่แหลมคมติดไว้ด้านข้างเพื่อฟาดฟันศัตรู ในปัจจุบันมีการลองทดสอบอาวุธของนักรบแอซเท็กในอดีตว่าจะมีความคมและมีประสิทธิภาพเพียงใดปรากฎว่า แม้อาวุธจะดูหน้าตาแปลกประหลาดและไม่อันตราย แต่มันสามารถเฉือนเจลาตินกันกระสุนที่นำมาทดสอบได้สบายๆ แสดงให้เห็นว่ามันก็ทรงพลังเลยทีเดียว
3. นักรบจะมีชีวิตหลังความตายที่แตกต่างจากพลเมืองทั่วไป ถ้าหากเขาเสียชีวิตในสนามรบหรือถูกบูชายัญ วิญญาณจะไปในสนามรบอีกครั้ง วิญญาณจะต้องไปช่วยเทพ Huitzilopochtli ต่อสู้กับความมืดมิดทางด้านตะวันออกเป็นเวลา 4 ปีเพื่อให้พระอาทิตย์ยังขึ้นในตอนเช้าเป็นปกติ จากนั้นวิญญาณจะกลับสู่โลกไปเป็นนกฮัมมิงเบิร์ดหรือนกที่มีลักษณะสวยงามอื่นๆ
WIKIPEDIA PD
4. อาณาจักรแอซเท็กไม่มีกองทัพอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ชายทุกคนในอาณาจักรจะถูกฝึกให้ต่อสู้ การฝึกนักรบแอซเท็กนั้นอาจจะช้ากว่าอาณาจักรโบราณอื่นๆ เด็กชายจะอยู่กับครอบครัวจนกว่าจะโตเป็นหนุ่มเพื่อให้ได้เป็นแรงงานช่วยเหลือที่บ้านและได้เรียนรู้วิชาเพื่อเป็นนักรบไปในตัวอย่างเช่นการล่าสัตว์ สำหรับเหล่าชนชั้นสูงอาจจะได้เรียนเรื่องการต่อสู้หรือถูกฝึกตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ
เมื่อเด็กชายอายุได้ 13 ปี จะถูกส่งไปยัง Calmecac สถานที่ฝึกที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวง พวกเขาจะถูกสอนให้อ่านและเขียน สอนให้รู้จักการอ่านปฏิทิน สอนเรื่องดาราศาสตร์ และเมื่ออายุ 15 ก็จะต้องเรียนศิลปะการต่อสู้ต่างๆ
WIKIPEDIA PD
5. นักรบแอซเท็กมีหลายขั้น โดยระดับเริ่มต้นจะอยู่ที่เสือจากัวร์และนกอินทรีซึ่งสองระดับนี้ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ถ้าหากนักรบแอซเท็กต้องการที่จะเลื่อนขั้นเป็นโอโตมี่ส์ (Otomies) พวกเขาจะต้องจับศัตรูเป็นๆ ให้ได้อย่างน้อย 6 คน เมื่อมาถึงขั้นนี้ได้พวกเขาจะได้รับโล่เป็นของตนเองและ Macuahuitl ที่เป็นอาวุธประจำเผ่า
นักรบแต่ละขั้นก็จะมีเครื่องแต่งกายที่แตกต่างกันไป อย่างนักรบที่ระดับเสือจากัวร์และนกอินทรีก็จะแต่งกายในชุดที่มองดูก็รู้เลยว่าเป็นนักรบในระดับนี้
ร่วมเป็นผู้สนับสนุนให้เรามีกำลังผลิตงานต่อไปได้ทาง บัญชีกสิกรไทย
0698966939
บริษัท สโป๊คดาร์ค จำกัด
WIKIPEDIA PD
ความคิดเห็น
คลังความรู้ by SpokeDark
ร่วมเป็นผู้สนับสนุนให้เรามีกำลังผลิตงานต่อไปได้ทาง บัญชีกสิกรไทย 0698966939 บริษัท สโป๊คดาร์ค จำกัด นะครับ ขอบพระคุณมากครับ
17 ต.ค. เวลา 11:03