อินเดียเอาจริง!! เตรียมลงดาบ Amazon และ Walmart เรื่องสำแดงแหล่งที่มาของสินค้าต่างๆ ในตลาด online
รัฐบาลอินเดียออกมาเตือน Amazon และ Filpkart (platform ขายสินค้า online ของบริษัท Walmart)ให้บังคับผู้ขายใน platform ของตนต้องแสดงแหล่งที่มาหรือประเทศผู้ผลิตสินค้าตามกฎหมาย โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนในต่อสู้กับจีนเรื่องการค้าและข้อพิพาทดินแดนครับ
ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างประเทศอินเดียกับจีนเรื่องเขตแดนที่ปะทุมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการผู้บริโภคของประเทศอินเดียได้ยื่นจดหมายถึง 2 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการ e-commerce โดยกำหนดระยะเวลา 15 วันเพื่อให้ทั้ง 2 บริษัทอธิบายเหตุผลที่ไม่ได้ทำตามข้อบังคับดังกล่าว และต้องแสดงแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ตัวแทนจากทั้ง Amazon และ Walmart ยังไม่ได้โต้แย้งแต่ประการใดครับ
การบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
นอกจากการผลักดันกฎหมายดังกล่าว รัฐบาลภารตะยังสั่งแบน application มือถือจากประเทศจีนกว่า 177 application ตั้งแต่เดือนมิถุนายนครับ สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ สินค้าที่ถูกส่งมาจากแดนมังกรจะโดนเจ้าหน้าที่การท่าเรือตรวจสอบอย่างเข้มงวดส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งเป็นอย่างมากครับ
บริษัทต่างชาติ เช่น Amazon หรือ Walmart จะต้องเผชิญกับความท้าท้ายทางด้านกฎระเบียบข้อบังคับของทางอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมารัฐบาลอินเดียได้เพิ่มกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Investment) โดยเฉพาะทางด้าน E-commerce ซึ่งทำให้ Amazon ถึงกับต้องปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย ส่งผลให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างพญาอินทรีย์สหรัฐกับสุลต่านอินเดียด่างพร้อยไปพอสมควร
ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของประเทศอินเดียยังสั่งให้มีการตรวจสอบ Amazon และ Walmart เรื่องการละเมิดกฎระเบียบทางด้านการแข่งขันโดยการลดราคาสินค้าอีกด้วยครับ
ทำไมอินเดียถึงเป็นเป้าหมายใหญ่ของบริษัท e-commerce
ย้อนกลับมาดูตลาดของประเทศอินเดีย AT Kearney บริษัทที่ปรึกษาได้ประเมิณว่ามูลค่าตลาดค้าปลีกของอินเดียมีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐครับ ถึงแม้ว่าตลาดจะใหญ่ขนาดนี้แต่สัดส่วนของธุรกิจค้าปลีก online กลับมีส่วนแบ่งเพียง 5% เท่านั้น นั่นหมายความว่าตลาดค้าปลีก online ของอินเดียจึงเป็นเหมือนชินปลามันที่เหล่าบริษัททั่วโลกอยากจะครอง
Amazon และ Walmart พยายามที่จะครองตลาด e-commerce ในประเทศอินเดีย โดยทั้ง 2 บริษัทก็งัดกลยุทธต่างๆ มาเพื่อใช้พิชิตตลาดดังกล่าวครับ ฝาก Amazon พยายามจะเจาะตลาดชาวภารตะโดยอาศัยความร่วมมือกับ Future Retail ที่เป็นบริษัทขายปลีกท้องถิ่นที่มีสาขาจำนวนมากในอินเดียกว่า 400 หัวเมือง 1500 สาขา ในขณะที่ Walmart ที่ใช้ Flipkart ที่สู้ยิบตาเพื่อครองส่วนบางทางการตลาดให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามการเข้ามาของทั้ง 2 บริษัทก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดครับ เมื่อบรรดาเจ้าของร้านชำในอินเดียออกมาประท้วงและเรียกร้องให้ Amazon และ Walmart ถอนตัวออกไปจากอินเดียครับ โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาปู้ประท้วงชาวภารตะกว่า 700 คนได้ประท้วงบริษัท e-commerce ได้แย่งตลาดของชาวร้านชำไปครับ โดยผู้ประท้วงกล่าวว่าการเข้ามาของทั้ง 2 บริษัท ไม่ได้เข้ามาแข่งขัน แต่เป็นการเข้ามายึดตลาดชัดๆ ครับ
คงต้องติดตามกันต่อไปว่าถ้าเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำเนื่องจาก COVID-19 รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ จะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับเม็ดเงินที่จะกระจายไปยังผู้ขายในประเทศครับ
ความคิดเห็น
เยอรมนีและจิปาถะ by แม่ป๋อม
ถอยไม่ได้ก็ต้องสู้นะคะโลกยุคนี้... แต่เชียร์อินเดียอ้ะ ชอบอาหาร.. อร่อย เอ๊ะ เกี่ยวมั้ย 😅
20 ต.ค. เวลา 16:53
1
เยอรมนีและจิปาถะ by แม่ป๋อม
เม้นต์กลับได้ใจ และน่าร้ากกกก 😆😆
21 ต.ค. เวลา 06:12
Me & My Sis
สงครามออนไลน์ชัดๆแบบนี้
19 ต.ค. เวลา 17:46
1
Unbox your thinking
จริงครับ รบกันไปมาเพื่อรักษาประโยขน์ของประเทศตนให้มากที่สุดครับ
21 ต.ค. เวลา 06:10
1
🐣ลูกสาวหล่า🐥
เอาจริงแล้วนะ อินเดียบอก
19 ต.ค. เวลา 07:53
1
Unbox your thinking
น่าจะเป็นรูปแบบในการรักษาตลาดให้คนอินเดียเองครับ
20 ต.ค. เวลา 14:01