ขณะที่ประเทศทางยุโรปอย่างเยอรมันและฝรั่งเศสประกาศ Lock Down
แต่ไม่ใช่สำหรับประเทศไต้หวัน ที่ไม่มียอดผู้ติดเชื้อมาได้ 200 วันแล้ว !!!
หลังจากที่เพื่อนๆได้เห็นข่าวเกี่ยวกับการปิดประเทศสำหรับการระบาดระลอกที่ 2 อย่างจริงจังสำหรับเยอรมันและฝรั่งเศส ที่ไม่สามารถควบคุมรอบที่ 2 ได้อย่างจริงจัง (ไม่เหมือนที่พูดไว้ช่วง เดือนสิงหาคม สักเท่าไร)
แต่สำหรับไต้หวันแล้ว รัฐบาลเค้ายังได้ออกมาเปิดเผยถึงตัวเลขที่น่าสนใจว่า นี้นับเป็นวันที่ 200 แล้ว ที่ใต้หวันไม่เจอผู้ติดเชื้อในประเทศเลย
มีเพียงแค่ผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ ที่มีการนำเข้าเชื้อโควิดมาด้วยเพียงแค่ 20 ราย ในเดือนตุลาคมเท่านั้นเอง (แต่ถูกกักตัวไว้จนพบว่าไม่มีเชื้อแล้ว บางส่วนยังคงกักตัวอยู่)
จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อ
เป็นกราฟตัวเลขที่แสนน่าจะพอใจ
ตัวเลขผู้เสียชีวิต
ยอดผู้เสียชีวิตของไต้หวันเองน่าจะต่ำที่สุดแล้วด้วย
ประเทศไต้หวันทำได้อย่างไร ?
1. ไต้หวันประกาศปิดประเทศก่อนใครเพื่อน
- หลังจากที่พบการระบาดเพียงแค่ 550 เคส และผู้เสียชีวิตแค่ 7 ราย ได้วันที่ 12 เมษายน
- ในขณะที่ประเทศอื่นๆในเอเชีย อย่าง ฟิลิปปิน อินโดนีเซีย หรือ สิงค์โปร ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เยอะกว่า ก็ยังไม่ตัดสินใจปิดประเทศ
- โดยรัฐบาลเข้าใจในความเสี่ยงทางเรื่องเศรษฐกิจ แต่พวกเค้าต้องติดสินใจระงับทุกกิจกรรมภายในประเทศ
2. ไต้หวันมีการผลักดันเศรษฐกิจคนในชาติช่วยกันทำมาหากิน
- จึงทำให้ไต้หวันเป็นประเทศแรกที่มียอด GDP โตขึ้นมา 1.56%
- โดยนโยบายการสนับสนุนธุรกิจภายในประเทศโดยเฉพาะ อาหารและการขนส่ง โดย
3. การตั้งกฏ ข้อบังคับที่ชัดเจนและเอาจริง กับผู้ฝ่าฝืน
- มีการตั้งการปรับเป็นมูลค่า $35,000 ดอลล่าร์ หากมีประชาชนออกจากบ้านในช่วง Lock Down หรือแม้กระทั่งผู้ที่ต้องโดนกักตัวก็จะโดนเช่นกัน
- รัฐบาลยังมีการสนับสนุนการสั่งอาหาร และขนส่งโดยปราศจากมนุษยสัมพันธ์ โดยสนับสนุนเรื่องของ Line Bot, หรือระบบอัติโนมัติต่างๆ
4. ไม่มีสิทธิ์สำหรับแขก VIP VVIP
- ไต้หวันไม่อนุญาตให้คนต่างชาติ ออกจากประเทศ รวมถึงเข้าประเทศ ไม่ว่าเค้าจะเป็นนักธุรกิจใหญ่ขนาดไหนก็ตาม (ที่มี record ว่าเข้ามาในประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงวันที่ปิดประเทศในเดือน เมษายน)
5. รัฐบาลควบคุมและเร่งการผลิตหน้ากาก
- นี่คือสิ่งแรกที่รัฐบาลไต้หวันหันมาใส่ใจ
- จากปกติกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยมีเพียงแค่ 2 ล้านชิ้นต่อวัน กลายเป็น 20 ล้านชิ้นต่อวัน (10 เท่าเลย)
- และเริ่มแจกจำหน่ายให้กับประชาชรชาวไต้หวันก่อน
6. ไต้หวันมีการแทรคข้อมูลผู้ติดเชื้อ และประชาชนที่เข้ากลุ่มเสี่ยงทั้งหมด
- จาก 340,000 เคสผู้ต้องสงสัย มีเพียงแค่ 1,000 รายที่ฝ่าฝืนกฏข้อบังคับเรื่องของ quarantine
- หรือเอาง่ายๆคือ ประเทศไต้หวันสามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยการติดเชื้อให้มีวินัยได่้มากถึง 99.7%
7. ขอบคุณโรค SARS ที่มาเป็นบทเรียนที่ดี
- จากเคสโรค SARS ในปี 2003 ที่คร่าชีวิตชาวไต้หวันเกือบ 73 ชีวิต
- ตามต่อมาด้วย bird flu และ influenza H1N1
- เพราะฉะนั้น ความได้เปรียบของเรื่องการตั้งรับเกี่ยวกับโรคระบาด รวมถึงการผลิตอุปกรณ์กันภัย (เจลแอลกอฮอล์, หน้ากาก, ระบบขนส่งสาธารนูปโภคต่างๆ) ก็จะทำได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ
สิ่งที่ไต้หวันทำนั้น เป็นวิธีที่ไม่ยากสักเท่าไร
แต่เราว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การไม่ประมาท และไหวตัวได้ทันก่อน
เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆที่อ่านบทความนี้ ที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบยุโรปนะจ้า !
อดทนอยู่บ้านกันต่ออีกสักช่วงนึงนะ ^^
ความคิดเห็น
Porntipa Um
น่าเอาอย่างนะ
30 ต.ค. เวลา 00:45
พงศ์เล่าเรื่อง
การไม่ประมาททำให้รอด ไต้หวันทำได้ดีในเรื่องเศรษฐกิจด้วย ไทยยังคงรั้งท้ายเพราะปรับตัวช้า💕🙏
29 ต.ค. เวลา 10:08
1
Simple Journey
ถูกต้องที่สุดดด
29 ต.ค. เวลา 10:48
1