“หยวนจะกลายเป็นสกุลสำรองเร็วกว่าที่คาดกันไว้” เรย์ ดาลิโอ
เป็นประโยคที่ชวนเรียกแขกอยู่ไม่น้อย เมื่อเรย์ ดาลิโอผู้จัดการกองทุน
Hedge Fund ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Bloomberg ว่า
“Yuan Will Be A Reserve Currency Faster Than Expected” หรือ
“หยวนจะกลายเป็นสกุลสำรองเร็วกว่าที่คาดกันไว้”
1
เพราะมันมี 2 ประเด็นที่ฟังดูขัดหูสำหรับคนส่วนใหญ่คือ
1. หยวนจะเป็นสกุลสำรองของโลกได้จริง ๆ หรือ?
2. ถ้าข้อ 1 เกิดขี้น ยังจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดอีกเหรอ?
2
แม้ว่าเรย์จะพูดมาตลอดถึงการเติบโตอย่างน่าสนใจของประเทศจีนที่ขึ้นมาท้าทาย
อำนาจสหรัฐ แต่ในด้านการลงทุนนั้น ถ้าเข้าไปดูพอร์ตของกองทุน Bridgewater
แล้วจะพบว่าเรย์ยังคงมีสัดส่วนการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในดัชนี S&P500 ของสหรัฐ
ส่วนที่ลงทุนในจีนนั้นจะเน้นเป็นหุ้นรายตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเทไปที่กลุ่มเทคโนโลยี
 
อีกอย่างคือเรย์จะเน้นเรื่องการกระจายความเสี่ยง เพราะเขามองว่าถ้าเปรียบเทียบ
ไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันกับประวัติศาสตร์แล้วจะพบว่าตอนนี้เป็น
ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและเงินจะ
ไหลจากไหนไปไหน ฉะนั้นการที่เขาออกมาฟันธงแบบนี้ก็ถือว่ามีนัยสำคัญไม่น้อย
.
14
ทำไมเรย์จึงคิดว่าหยวนจะกลายเป็นสกุลเงินสำรองของโลกได้?
เงินสกุลใดจะแข็งหรืออ่อนค่านั้นขึ้นอยู่กับ “ความเชื่อมั่น” ต่อประเทศนั้น ๆ โดยจีนมีความเข้มแข็งและการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนที่มีสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับกลุ่ม
ประเทศที่มีสกุลเงินหลัก ๆ ของโลก โดยเฉพาะสหรัฐ, ยุโรปและญี่ปุ่น
ที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวจาก “หนี้” ปริมาณมหาศาลที่สั่งสมมายาวนาน
และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
8
ซึ่งเรย์ได้กล่าวเสริมในประเด็นนี้ว่าให้จับตามองปริมาณหนี้ของสหรัฐหลังการเลือกตั้งให้ดี ๆ เพราะไม่ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีก็ต้องเจอกับโจทย์เดิม ๆ ทั้งเรื่อง
เศรษฐกิจในประเทศและแรงกดดันจากจีน ที่รัฐบาลไม่มีทางเลือกมากนัก ยังไงก็ต้องขาดดุลงบประมาณอีกมหาศาล (ขณะที่เรย์สัมภาษณ์นั้นยังไม่ทราบผลการเลือกตั้ง
อย่างเป็นทางการ)
3
.
ทำไมเรย์ถึงมองว่าหยวนจะเป็นสกุลเงินสำรอง “เร็วกว่าที่คาด”?
เรย์กล่าวถึง 2 สาเหตุหลัก ๆ คือ
1
1. การระบาดของโควิด19 เป็นตัวเร่ง เพราะในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ยังได้รับผล
กระทบทางเศรษฐกิจที่ไม่น่าจะจบง่าย ๆ บวกกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
นั้น จีนกลับควบคุมการระบาดได้ดีและแทบจะเป็นประเทศเดียวที่เศรษฐกิจพลิกกลับมาเติบโตอีกครั้ง มันจึงเป็นการเร่งให้เกิดความสามารถในการแข่งขันของจีน
สามารถสู้กับประเทศอื่น ๆ ได้เร็วกว่าเดิม (หลายประเทศมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขต่าง ๆ ยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในจุดก่อนการระบาดในปี 2019 ได้)
6
2. ไฮไลท์สำคัญคือเรื่อง “ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี” ของจีนที่สูงกว่า
อเมริกาถึง 5 เท่า โดยพันธบัตร 10 ปีของจีนและอเมริกาให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 3.19% และ 0.63% ตามลำดับ ถ้าตีความแบบหยาบ ๆ นั่นหมายความว่าตลาดคิดว่า
โอกาสที่รัฐบาลจีนจะผิดนัดชำระหนี้นั้นสูงกว่ารัฐบาลอเมริกาอยู่ 5 เท่า ซึ่งเมื่อหัน
กลับดูไปปัจจัยต่าง ๆ แล้วมันไม่น่าจะต่างกันได้ขนาดนี้
1
เรย์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “Almost everybody is underweight on China” หรือ
“คนส่วนใหญ่ให้ค่าประเทศจีนน้อยเกินไป” จึงทำให้พันบัตรรัฐบาลจีนมีความน่า
ลงทุนเป็นพิเศษ โดยเรย์ทายว่าหลังจากนี้จะมีเม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าซื้อพันบัตร
รัฐบาลจีนนั่นหมายถึงความต้องการของเงินสกุลหยวนจะมากขึ้น เพื่อปรับให้ระบบมีความสมดุล
.
8
ไม่ว่าเงินสกุลหยวนจะขึ้นมาผงาดได้ตามที่เรย์พูดหรือไม่ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าตอนนี้บรรดาประเทศเจ้าของเงินสกุลหลักนั้นสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง แต่อัตรา
ดอกเบี้ยกลับมีลดลงเรื่อย ๆ (ไหนล่ะ “High risk high return”) สวนทางกับจีนที่
เศรษฐกิจยังไปต่อได้และพันธบัตรให้ผลตอบแทนสูง ถ้าตัดอคติเรื่องความเป็นจีน
หรือสหรัฐออก
3
เพื่อน ๆ ก็คงตอบได้ไม่ยากใช่ไหมครับว่าพันธบัตรของประเทศไหน
น่าลงทุนกว่ากัน?
.
แอดปุง
2
ความคิดเห็น
เรื่องราวเกี่ยวกับจีน ที่ไม่เคยรู้
อย่ามองรัฐบาลจีนในด้านดีมากเกินไปครับ. ความไม่แน่นอนของประเทศที่กำอำนาจอยู่แค่คนไม่กี่คน มันคาดการณ์ยากครับ. ตอนแรกกำลังจะดันบริษัทที่มีIPOเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ สุดท้ายมาระงับหน้าตาเฉย.
7 พ.ย. 2020 เวลา 03:41
บวรสิทธิ์ อุดมพลเศฏฐ์
ดอลล่าร์ไต้หวัน ไม่ได้อยู่ในตะกร้าเงินหลักครับ อีกอย่างสถานระหว่างประเทศก็ไม่ชัดเจน ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศไม่ได้ครับ
5 พ.ย. 2020 เวลา 05:37
เรื่องราวเกี่ยวกับจีน ที่ไม่เคยรู้
ถ้าพิจารณาเรื่องการฟื้นจากเศรษฐกิจมาเป็นปัจจัย. ไต้หวันก็มีคุณสมบัติด้วยซิครับ ไต้หวันปีนี้หุ้นเค้าขึ้นเอาขึ้น อสังหาริมทรัพย์ก็ขึ้นตามเพราะบริษัทแห่ย้ายออกจากจีน มาลงทุนกัน ที่สำคัญไต้หวันแทบไม่โดนผลกระทบจากโควิดเลย
5 พ.ย. 2020 เวลา 04:31
หุ้นมรดก
พิจารณาจากขนาดเศรษฐกิจและการไหลเวียนสกุลเงินนั้นๆนอกประเทศ ซึ่ง IMF ประกาศให้มีเพียง 5 สกุล คือของ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และจีน เท่านั้นในปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า"ตะกร้าเงินของไอเอมเอฟ"
6 พ.ย. 2020 เวลา 16:47