Paris ศุนย์รวมแห่งความอลังการ😮😵
หอไอเฟล ยามดึก เขาจะเปิดไฟ สว่างไสว สวยคนละอย่างกับตอนกลางวัน
เมื่อเอ่ยถึงฝรั่งเศส แน่นอนที่สุด ทุกคนนึกถึงหอไอเฟล แต่สำหรับเรารู้สึกไม่ตื่นเต้น อย่างที่บอกในตอนก่อนๆนั้น ว่าไม่ชอบเมืองเจริญ แต่ 1 ในแก๊งค์ แนะนำว่า เอาเหอะไปทั้งที ก็ต้องแวะ Land mark ของเมืองสิ ...เอ้าตามนั้น ไปก็ไป😩😩
นั่งรถไฟออกมาจากเบลเยี่ยม มาถึงปารีส เอาเสียบ่ายๆ พอขาเหยียบถึงเมืองนี้ ก็คล้ายๆเมืองอื่นๆในยุโรป คือตึกรามบ้านช่องของเขา ใหญ่ยิ่งอลังการงานสร้างมาก แต่ที่ปารีส ต่างจากที่อื่นๆในยุโรปคือ เมืองนี้ไม่สะอาด ตกมาตรฐานยุโรปไปเลย ที่ชัดเจนคือ ตามสถานีรถไฟ เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นฉี่ ตามซอยเล็กๆ เห็นมีขยะอยู่ประปราย มันจะจะสกปรกไม่มากหรอก แต่ติดกับภาพประเทศอื่นๆแถวๆนี้ จึงค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย😔😩แต่ที่ผิดหวังมากก็คือ นิสัยคนที่นี่ ไม่ค่อยโอเค ดูจากการขึ้นรถไฟ พวกเขาจะทำทุกอย่าง ให้ขึ้นฟรีแบบหน้าด้านๆ โดยการยืนประชิดตัวกับคนที่มีบัตรผ่านที่กั้น แล้วก็ดันตัวเข้าไปด้วยโดยไม่จ่ายตังค์😞😞
พอเข้าไปในรถไฟ คนค่อนข้างแน่น เรายืนไม่ไกลจากสาววัยรุ่น ที่หิ้วถุงกระดาษขึ้นมาด้วย ซึ่งรูปร่างหน้าตาก็ดี แต่เป็นนักลวงกระเป๋าเสียนี่ โดยนางเอาถุงกระดาษบัง และเอื้อมมือล้วงกระเป๋าเรา เผอิญเพื่อนในกลุ่มเห็นเสียก่อน จึงเดินประชิดตัวนาง นางตกใจจึงรีบฉากตัวลงรถไป ทันที หลังจากนั้น กระเป๋าสตางค์อันน้อยนิด จึงถูกเอาใจใส่เป็นอย่างมาก😫😖
สถานีรถไฟ ที่โผล่ออกมาซึมซับ เมือง Paris
พอถึงแล้ว ตามเคย ที่พวกแบ็คแพ็คต้องทำคือ ลากกระเป๋า เข้าไปไว้ในที่พักก่อน แล้วก็รีบจ้ำออกมา เพื่อไปหาที่ท่องเที่ยวทันที เพราะเรามีเวลา แวะไม่มากนัก จึงต้องทำเวลา เราเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ที่ดูมืดๆ เหม็นๆ ต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ( Louvre Museum) ซึ่งเป็นที่เก็บรูปโมนาลิซ่า และผลงานอื่นๆของ เลโอนาร์โด ดาร์วินชี
โรงแรมในเครือ Ibis ตกแต่งน่ารัก แต่ห้องเล็กมาก
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ( Louvre Museum) เป็นสถาปัตยกรรม แบบโกธิค ซึ่งออกแบบสวยงามอ่อนช้อย ที่สำคัญอลังการจริงๆ ตอนยืนอยู่ตรงนั้น ตัวเป็นมดเลย มันยิ่งใหญ่จริงๆ
ในบริเวณ พิพิทธภัณฑ์ลูฟร์ ( Louvre Museum)
แต่เนื่องด้วย เรามีเวลาน้อย และมาถึงก็บ่ายแก่ๆไปแล้ว จึงไม่มีโอกาสเข้าไปสบตากับ สาวโมนาลิซ่าด้านใน ก็เลยทำได้แค่ มาถ่ายรูปๆๆ ซึ่งมนุษย์ที่มาบริเวณนี้ก็จะกระโดดตัวลอยเพื่อโพสต์ท่าสุดๆ บางคนปีนเก้าอี้ที่เขาจัดไว้ให้ เพื่อจะถ่ายรูป กับปิรามิดกระจกกันอย่างสนุกสนาน
ปิรามิดแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์
หลังจากเหงื่อตก เพราะแดดแรงมาก ท้องฟ้าในรูป จึงสีสวยขนาดนั้น เดอะแก๊งค์ ก็ย้ายร่าง เดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ไปยังโบสถ์ นอทเทอร์ดัม อีกหนึ่งสถานที่ฮิตของฝรั่งเศส ช่วงที่เราไป ตอนนั้นก่อนไฟไหม้ไม่กี่เดือนเอง เห็นแปลวไฟในข่าวแล้วใจหายมาก เพราะข้างในโบสถ์ สวยงามอลังการมากๆ ไม่รู้ว่าข้างในจะเสียหายไปมากมายแค่ไหน😢เอ๊ะ หรือจะเป็นเพราะตัวซวยไปเยี่ยมเยือนหรือเปล่า เขาอยู่ของเขา มาหลายร้อยปีไม่เป็นไร พอพวกเราไปไฟไหม้เสียนี่😩😩
โบสถ์นอทเทอร์ดัม (Norte Dame Cathedral)
นักท่องเที่ยวต่อแถว เพื่อรอเข้าชมข้างใน แถวยาวเหยียด พอได้เข้าไปข้างใน ต้องปรับสายตา เพราะข้างนอกแดดจ้ามาก พอเข้าข้างในมันมืด สลัวๆ จะมีการยิงแสงเฉพาะจุดที่เขาจะโชว์เท่านั้น แต่ก็ดูขลังดี ที่ชอบก็คือ เทียนที่จุดสักการะพระเยซู มีสีสันสวยงาม และอีกอันที่เราชื่นชอบเป็นพิเศษในการเข้าโบสถ์ คือกระจกสี ที่แปะเป็นรูป สวยงามยามที่มีแสงลอดผ่าน อันนี้แหละ ที่จะสะกดเราอยู่ได้นานสองนาน🤣😂
บริเวณภายในโบสถ์นอทเทอร์ดัม
เดินดูภายในจนทั่ว ไปสุดตรงปลายทาง โอ้ว คิดถึงวัดไทย ที่มีให้บูชาพระพุทธรูปเลย เพราะที่นี่ก็มีให้เช่า รูปเหมือนพระเยซู และของที่ระลึก ขายอยู่ด้านหลังให้เลือกมากมาย😩โชคยังดีน๊ะ ที่ไม่มีหวยขายเหมือนกันนี่แหละ อุตส่าห์เดินลุ้นหาตั้งนาน😂😂เผื่อถูกรางวัลฝรั่งเศส จะได้ย้ายสำมะโนครัว🤣🤣
บริเวณรอบๆโบสถ์ และทางเดินไปยังหอไอเฟล
พอเดินออกมาจากโบสถ์ เริ่มหิว ก็เลยเดินหาของกินแก้หิว เลือกกันอยู่นั่นแหละ ท้ายสุดไม่ได้กิน เลยกินไอติมรองท้องก่อน 1 โคน ไอติมหน้ามาการอง หวานจนเบาหวานจะขึ้น😂😂
น่าจะเป็นสถานที่ราชการ บริเวณไม่ไกลจากหอไอเฟล
เราเดินเรื่อยๆจากโบสถ์ เพื่อจุดมุ่งหมายหอไอเฟล มันไกลอยู่เหมือนกัน แต่เดินเรื่อยๆได้ เพราะถึงจะแดดจัด แต่อากาศค่อนข้างเย็น จึงเดินสบายๆ มองสิ่งปลูกสร้างอลังการ ทำให้เพลิน จนมายืนตรงหน้าหอไอเฟล เมื่อไหร่ไม่รู้ และ 1 ในเดอะแก๊งค์ นางฝันมาว่า จะต้องขึ้นไปบนยอดหอไอเฟลให้ได้ แต่พอดูคิวซื้อตั๋ว นางถอดใจ เพราะคิวยาวมากๆ🤣
Eiffel Tower ยามเย็นก่อนเปิดไฟ
สรุปพวกเราก็เลย เดินหาร้านอาหาร เพิ่มพลังก่อน เพราะคาดว่าจะกลับดึก และเมื่อตอนกลางวันกินแค่ไอติม และเนื่องจากผู้รู้ได้ศึกษามาว่า ดึกๆนิด(แต่ไม่รู้ว่ากี่โมง)เขาจะเปิดไฟกระพริบวิบวับ คืนละ 2 รอบ ทำงัยได้ ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ดูก็ดู แต่ต้องกินอาหารก่อน จำได้ว่าร้านอาหาร แถวๆนั้น เป็นแบบ street food ก็เลยเดินดู พร้อมกับมาหยุดลงในร้านที่คนเยอะที่สุด (อาศัยการเลือกแบบไทยๆ คนเยอะแสดงว่าอร่อย😂😂) พอเลือกเสร็จก็รอโต๊ะว่าง โอ้ย แย่งกันสนั่นเลย กว่าจะได้กิน ตาลายใจหวิว ดันมาเจอเด็กเสริฟ (เรียกเด็กไม่ได้สิ มันแก่แล้ว) นิสัยและปากร้ายมาก ดังนั้นในเวลาปกติ ภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะดี แต่เวลาด่าเนี่ย ไม่ต้องห่วง สปีด fast 8 เอาไม่อยู่เชียวแหละ😩😩มันด่ามาด่ากลับ
หอไอเฟลที่พอมืด ความสวยงามก็อร่ามตา😍😍
ตอนสั่งอาหาร ก็แอบเหลือบตาไปดูโต๊ะข้างๆ โหว..แต่ละจานใหญ่โตมโหฬาร ประเภทกินคนเดียวคงแทบอ๊วกออกมาแน่ๆ เพราะมันเยอะ ด้วยความงก ก็กะจะสั่งสัก 2-3อย่าง และมาแบ่งกันกิน ก็เลยสั่งไป 3 จาน ไอ้บริกร ถลึงตาใส่ โวยวายเสียงดัง บอกว่าไม่ได้ ต้องสั่งทุกคนๆละ 1 อย่าง พร้อมบ่นพึมพำๆเป็นภาษาฝรั่งเศส ทำงัยได้ ก็เลยต้องสั่งกันคนละจาน แบบหน้าหงิกๆ พร้อมด่ามันดังๆเป็นภาษาไทย ด้วยความสะใจ 😂😂สงสัยมันพอจะเดาได้ว่าเราด่ามัน มันเลยลดความเกี้ยวกราดลง และมาถามทักทาย ว่าพวกเรามาจากไหนกันเหรอ สรุปตอบไปว่า เมียนม่า 😂😂😂หน้าเหมือน😂😂
อาหารก็อร่อยดีหรอก แต่บริการเนี่ย ไทยแลนด์ที่สุดแล้ว หลังจากกินอาหารจนพุงกาง ก็ไปจับจองสถานที่ดูไฟกระพริบ อากาศเย็นลงๆ ลมก็พัดแรง คนก็เยอะ โดยเฉพาะคนผิวดำ ที่มาขายของที่ระลึก แบบน่าระทึกใจ เกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แต่ละคนช่างไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
ประมาณ3 ทุ่ม ไฟบนไอเฟล มันก็กระพริบระยิบระยับจริงๆ มีถ่ายคลิปมาด้วย แต่ไม่รู้จะadd มาในนี้ยังงัย ก็เลยบอกให้คิดตามน๊ะ ไฟจะมีสีขาววิบวับเหมือนไฟศาลพระภูมิบ้านเราเนี่ยแหละ ทำนองคล้ายๆกัน แต่อันนี้มันสูง จึงมองไกลๆระยิบระยับสวยกว่าเท่านั้น พอเราเห็นปุ๊บ อุทานเบาๆปั๊บ ศาลพระภูมินี่หว่า เดอะแก๊งค์หันขวับ พร้อมกับคำชมแปลกๆว่า “เอาอะไรคิด คิดได้งัย😂😂😂คนถูกด่าขำกลิ้ง หาได้แคร์ไม่🤣🤣
ได้ดูไฟสมใจแล้ว ตานี้แหละ มืดก็มืด โรงแรมก็ไกล กว่าจะถึงโรงแรม ร้อนจนลืมหนาว เพราะจ้ำจนเหงื่อตก เพราะตอนกลางคืนยิ่งดูปลอดภัยน้อยลงๆ รอดมาได้เนี่ยก็ดีใจแล้ว😂😂
ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de triomphe)
เช้าวันถัดมา หมุดหมายแรก เราจะไปถ่ายรูปกับ ประตูชัยของฝรั่งเศส พอถึง ก็ตื่นตาอย่างเคย เพราะมันใหญ่โตมากจริงๆดูในภาพเอาเถอะ คนตัวเล็กนิดเดียวเอง
พอชื่นชมพอแล้ว ก็ได้เวลาช๊อปปิ้ง เพื่อนนางหนึ่ง นางรับ Order มามิใช่น้อย ให้มาหิ้วกระเป๋า Longchamp ไอ้เราไม่ค่อยสนใจหรอกสินค้าแบรนด์เนม เพราะมีความรู้สึกว่า ใช้ 500 บาทดีกว่า พอเบื่อก็โยนทิ้งได้ ไม่ต้องเสียดาย ก็ไปนั่งรอนางๆช๊อปกัน ท้ายสุดถูกปั่นหู ว่าถ้าซื้ออีก 1 ใบจะได้ส่วนลดมากขึ้น แถมเพื่อนสาวมากรอกหูว่าซื้อในประเทศ แพงกว่าที่นี่ 20% ก็เลยตกเป็นเหยื่อไป 1ใบ ที่ชอกชำระกำใจเป็นที่สุด หลังจากกลับไทยมาแล้ว เพื่อนที่ไม่ได้ไปด้วย สั่งกระเป๋าบ้าๆอันนี้ในราคาที่ถูกกว่าเราเกือบ 2000 บาททาง online เราก็ทำได้เพียงปลอบใจตัวเองว่า ช่างเถอะ ของคนอื่นอาจจะผลิตจีน ราคาดีกว่า แต่ของเรา หิ้วมาจาก shop บนถนน Champs Elysees ของแท้และแน่นอนกว่า 😚😘 พอคิดได้แค่นี้เลยพอยิ้มออกได้บ้าง☺️☺️แต่พอสงบจิตได้แล้ว ลองมาแง้มกระเป๋าดู ป้ายมันติดว่า made in China หัวใจตกไปที่ตาตุ่ม🥺🥺ช่างมันๆเลิกสนใจดีกว่า
Longchamp บนถนนสายช๊อปปิ้ง Champs Elysees
เดินช๊อปจนกระเป๋าเบาแล้ว เดินผ่านร้าน Laduree เพื่อนสาวไฮโซ ทำเสียงตื่นเต้นดีใจ พร้อมกับเล่าเป็นฉากๆว่า ร้านนี้เป็นต้นตำรับ ของขนมมาการอง เจ้าแรกในฝรั่งเศส เปิดร้านมาตั้ง 155 ปีแล้ว พร้อมกับชักชวนกันเข้าไปชิม เอ้าชิมก็ชิม ทุกคนก็สั่งมาคนละอย่างห้ามเหมือนกัน เพราะเดี๋ยวจะมาแบ่งกันชิม เราชอบอย่างเดียวคือ ช๊อคโกแลตร้อน อร่อยมากๆหอมหวานไม่จัด แต่มาการองเนี่ย อย่างงัยก็ไม่ชอบ เพราะมันเป็นขนมที่หวานมากๆ ซึ่งเราไม่ชอบ แต่ชอบหรือไม่ๆรู้ บิลเรียกเก็บ 3 พันกว่าอีกนิดเดียวจะ 4 พัน ตัวเบากันออกมาเชียว😋😜 ทำให้คิดถึงขนมถั่วแปบ ราคาไม่เกิน 30 บาทขึ้นมาตะหงิดๆ😩
Laburee ร้านขนม Macaron ชื่อดัง
และแล้ว ก็ต้องอำลา แต่ไม่อาลัย เมือง Paris เสียที กลับไปลากกระเป๋า ออกจากโรงแรม ขึ้นรถไฟไปบ้านนอกของฝรั่งเศส เมืองโคมาร์ เมืองในฝันที่เรารอคอยนั่นเอง
📌เมืองนี้ ไม่ค่อยจะปลอดภัยถ้าเดินคนเดียว😖
📌ฝรั่งเศส ไม่น่าอยู่ในทวีปยุโรปเลย เพราะสกปรก😩
📌ข้อดีที่ดีที่สุดของปารีส คือน้ำส้มในคาร์ฟู อร่อยมากและราคาถูก💕
ความคิดเห็น
สาวเมืองลิง 🐒
ภาพสวยมาก เล่าได้เหมือนเดินตามไปด้วยเลยจ้าา👍
11 พ.ย. เวลา 02:26
1
พึมพำให้ฟัง😊
ขอบคุณค่ะพี่เจี๊ยบ❤️
11 พ.ย. เวลา 14:34
1
ครูจำเป็น
สนุกมากสมการอคอย...ขำไอติมเบาหวานจะขึ้น 55😂😂
10 พ.ย. เวลา 14:25
1
พึมพำให้ฟัง😊
ถูกรางวัลที่1 จะชวนคุณครูบินไปชิมเลย😂😂😂หวานมากจริงๆค่ะ😂😂😂ว่าแต่ยังไม่ได้ซื้อล็อตเตอรี่เลย😂😂😂
10 พ.ย. เวลา 14:29
1
10 พ.ย. เวลา 14:23
1
พึมพำให้ฟัง😊
ขอบคุณค่ะ😂😂😂คุณพึมพำขี้โม้เก่ง😂😂😂
10 พ.ย. เวลา 14:27