📌9 วิธีคิดและปฏิบัติตัวแบบเศรษฐี
“รู้แล้วเหยียบไว้ มหาเศรษฐีคนต่อไปคือคุณ” เป็นหนังสือที่แอดมินโดนป้ายามาจากที่ไหนก็จำไม่ได้แล้ว 😅
.
เป็นเรื่องราวการพบกันระหว่างมหาเศรษฐีคนหนึ่ง กับผู้เขียนคือ ปาร์กจงกี ชาวเกาหลีใต้ ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาที่อยากรวยเป็นเศรษฐีบ้าง จึงได้ขอความรู้จากเศรษฐีคนนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งถูกชวนไปทำงานด้วย
.
นับตั้งแต่พบกันครั้งแรกจนถึงปัจจุบันซึ่งผ่านไปกว่า 10 ปีแล้ว จึงมีทั้งหลักการใช้ชีวิต และหลักการลงทุน ที่ผู้เขียนเก็บมาเล่าให้ฟัง (อ่าน) ว่าเศรษฐีจริง ๆ เค้ามีวิธีคิดแบบไหน และปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง
.
ช่วงท้ายเล่มมี 18 ข้อคิดจากมหาเศรษฐีที่อยากบอกกับคนที่ต้องการเป็นเศรษฐี แอดมินเห็นว่าดีและน่าสนใจ จึงคัด 9 ข้อมาแบ่งปันค่ะ
.
มีคำขยายความอยู่ใน Caption แต่ละภาพนะคะ
สรุปโดย: คุณดาริน
1
หนังสือ "รู้แล้วเหยียบไว้ มหาเศรษฐีคนต่อไปคือคุณ"
1
เขียนโดย ปาร์ก จง กี
แปลโดย ตรองศิริ ทองคำใส
สำนักพิมพ์ Short Cut
จำนวน 207 หน้า
ราคา 195 บาท
1.ครอบครัว มาเป็นอันดับแรก
ครอบครัวต้องมาก่อนทุกอย่าง เมื่อเกิดเรื่องยากลำบากที่จะต้องตัดสินใจ ขอให้ใคร่ครวญก่อนว่า ทำแล้วจะมีผลดีต่อครอบครัวเราหรือไม่
3
คุณต้องรักษาความเชื่อใจของคนในครอบครัว ทั้งความเชื่อใจระหว่างคู่สมรส ความเชื่อใจระหว่างพ่อแม่และลูก ๆ หากครอบครัวไม่เชื่อใจกัน จะมีความหมายเท่ากับเราไม่เชื่อใจคนทั้งโลก
1
2.บริจาค 1% ของรายได้บริจาค
1% ของรายได้เราให้กับผู้ทุกข์ยากก็พอ, 10% อาจจะมากเกินไป และจงให้อย่างไม่เสียดาย
เงินบนโลกเรามีอยู่โดยถูกกำหนดคงที่ ถ้าหากเราทำได้ 100 ล้าน หมายความว่ามีใครบางคนสูญเงินเท่า ๆ กัน คุณต้องเปิดกระเป๋าสตางค์เพื่อพวกเขาบ้าง โลกเราจะได้ยุติธรรม
3.ลงมือทำอะไรก็ได้
อยากเป็นเศรษฐีอย่าอยู่นิ่งเฉย ไม่ว่าเรื่องใดเมื่อลงมือทำย่อมเกิดความชำนาญ สัจธรรมของโลกเราคือ เราจะได้ผลมากเท่าที่เราหว่าน จริงอยู่เราไม่รู้จะเก็บผลได้เมื่อไหร่ แต่ขอเพียงลงแรงหว่านซะก่อน สักวันย่อมเก็บเกี่ยวผลได้แน่นอน
พิจารณาว่าโลกกำลังหมุนไปอย่างไร วิเคราะห์ว่าเงินกำลังจะหลั่งไหลไปทางไหน นี่แหละคือหนทางของการเป็นเศรษฐี
4.โลกนี้ไม่มีเหนื่อยเปล่า
โลกเราไม่มีของฟรี เช่นเดียวกับที่ไม่มีอะไรเหนื่อยเปล่า อย่าเพิ่งท้อหากความพยายามของเรายังไม่ผลิดอกออกผล เมื่อถึงเวลาผลตอบแทนความเหนื่อยของเราจะปรากฏแน่นอน
ขอให้ตั้งใจกับทุกอย่างไม่ว่าใครจะรับรู้หรือไม่ ขอให้ลงมือทำ พลาดบ้าง พลั้งบ้าง ช่างมัน เมื่อสั่งสมมากเข้ามันจะช่วยให้เรามีพลังกล้าแข็งขึ้น
5.จงออกเดินทาง
เมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนล้า การเดินทางจะช่วยเยียวยา ถ้ามัวแต่คร่ำครวญว่าไม่มีเงิน ไม่มีเวลา คุณจะไม่ได้ไปไหนไปตลอดชีวิต
จงสลัดภาระทั้งหมดแล้วทำใจสบาย ๆ เพื่อออกเที่ยว ออกไปรับพลังชีวิตใหม่ที่สดใสจากการเดินทาง มันจะสร้างพลังงานใหม่ ๆ ได้มาก ถ้างานที่ทำตอนนี้มันตัน ๆ คงจะถึงเวลาออกเดินทางแล้ว
1
6.ถนอมใช้ร่างกาย
อย่าหักโหมทำงานเกินกำลัง หากร่างกายอ่อนล้าเราย่อมทำงานอะไรไม่ได้ การเกิดโรคภัยคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดต่อการเป็นเศรษฐี
หากเหนื่อยจงพัก เมื่อป่วยจงไปหาหมอ ต้องถนอมใช้ร่างกายซะก่อน เราถึงจะทำงานใหญ่ได้เต็มกำลัง
7.หาเวลาส่วนตัว
เราจำเป็นต้องมีเวลาของตัวเอง เพื่อทบทวนว่าเรากำลังไปได้ดีบนเส้นทางชีวิตเราหรือไม่ บิดเบือนไปจากทิศทางที่ตั้งใจหรือเปล่า เจียดเวลาว่างของตัวเองจริง ๆ สัก 3-4 ชั่วโมงใน 1 สัปดาห์ ไปเดินเล่นเงียบ ๆ หรือจะนอนหลับตาเฉย ๆ ก็ได้
ขอให้คุณได้ไตร่ตรองผ่านการสนทนากับตัวเอง ว่าเรากำลังดำเนินชีวิตด้วยความคิดแบบใดอยู่ เพราะคนเรานั้นจะใช้ชีวิตตามความคิดตน
8.อย่าโอ้อวดหรือตื่นเต้นกับเรื่องเล็กน้อย
เมื่อเริ่มทำเงินได้เยอะขึ้น อย่าเพิ่งตื่นเต้นหรืออวดเก่ง สงบใจแล้วทำงานต่อไปอย่างสงบเยือกเย็น มหาเศรษฐีสะสมความสำเร็จเล็ก ๆ ปีนสู่จุดที่สูงขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
พวกเขาจะไม่ตื่นเต้น ไม่คุยโวกับความสำเร็จใด เพราะรู้ดีว่าทำไปก็จะมีแต่ศัตรูเพิ่มขึ้น เมื่อมีศัตรูมากสิ่งที่สูญเสียย่อมมีมากตาม ถ้าอยากอวดให้แอบไปคุยเงียบ ๆ กับคนในครอบครัว หรือสุนัขสุดน่ารักก็ได้
9.จงชัดเจนและรักษาในสิ่งที่ต้องรักษา
เงิน เวลา นัดหมาย และสัญญา จงรักษาพวกมันอย่างอย่างถึงที่สุด บอกว่าให้ต้องให้ บอกว่าทำต้องทำ บทสรุปของผลสำเร็จจะประกอบสร้างจะสมบูรณ์จากส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ หากไม่ชัดเจนคุณจะไม่ประสบความสำเร็จ
เรื่องอะไรที่ไม่อาจทำลุล่วงได้ ก็อย่ารับปากเสียตั้งแต่แรก ความเชื่อใจของคนจะมากจะน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับนิสัยใส่ใจรายละเอียด จงรักษาสัญญาในเรื่องเล็กน้อยและเป็นคนชัดเจน
ความคิดเห็น
เรียนรู้..ไปพร้อมๆกัน
เยี่ยมเลยครับ
7 พ.ย. 2020 เวลา 13:29