"ฉันอยากเป็นเจ้าของ" .. นี่แหล่ะปัญหา
<<จงฟังคำอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า ยังมีเจ้าของสวนผู้หนึ่งได้ทำสวนองุ่น แล้วล้อมรั้วไว้รอบ เขาได้สกัดบ่อย่ำองุ่นในสวน และสร้างหอเฝ้า ให้ชาวสวนเช่า แล้วก็ไปต่างประเทศเสีย ครั้นถึงฤดูผลองุ่น จึงใช้พวกบ่าวไปหาคนเช่าสวน เพื่อจะรับผลของเขา แต่คนเช่าสวนนั้นจับคนของเขาเฆี่ยนตีเสียคนหนึ่ง ฆ่าเสียคนหนึ่ง เอาหินขว้างเสียให้ตายคนหนึ่ง
อีกครั้งหนึ่งเขาก็ใช้บ่าวอื่นๆไปมากกว่าครั้งก่อน แต่คนเช่าสวนก็ได้ทำแก่เขาอย่างนั้นอีก ครั้งที่สุดเขาก็ใช้บุตรของเขาไปหา พูดว่า <เขาคงจะเคารพบุตรของเรา> แต่เมื่อคนเช่าสวนเห็นบุตรเจ้าของสวนมาก็พูดกันว่า <คนนี้แหละเป็นทายาท ฆ่าเสียเถิด แล้วก็ยึดมรดกของเขา> เขาจึงพากันจับบุตรนั้นผลักออกไปนอกสวนแล้วฆ่าเสีย
เหตุฉะนั้นเมื่อเจ้าของสวนมา ท่านจะทำอย่างไรแก่คนเช่าสวนเหล่านั้น>> เขาทั้งหลายทูลตอบว่า <<ท่านจะฆ่าคนร้ายเหล่านั้นให้ตายร้าย และจะให้สวนนั้นแก่คนเช่าอื่นที่จะแบ่งผลให้โดยถูกต้องตามฤดูกาลต่อไป>>
มัทธิว 21:33‭-‬41 TH1971
ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลหรือสาร์นรักจากพระเจ้า เพื่อบอกความจริงซึ่งเป็นหนทางรอดให้กับมนุษย์ผู้ซึ่งพระองค์ได้สร้างขึ้นมา
แต่เพราะไม่ยอมรับสถานะตัวเองที่ถูกพระเจ้าสร้างตอนนี้ผู้คนมากมายก็เลยใช้ชีวิตเหมือนยังกับเป็นกษัตริย์ เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง คือเป็นพระเจ้าเองเลย ลูซิเฟอร์(มารซาตาน), เอวา, อาดัม ต่างก็ล้มลงและชีวิตพินาศก็ด้วยเรื่องนี้
แต่นั่นคือกำลังทำลายตัวเองอยู่ กำลังเรียกหายนะเข้ามาสู่ชีวิตอยู่ เหมือนเด็กดื้อด้านดันทุรังเล่นตามความหยากไปเรื่อย ถ้าไม่มีพ่อแม่ที่คอยจับคอยดูแลก็ได้แต่ต้องตายเร็วเท่านั้น แต่จิตใจแบบนี้มันไม่ใช่มีแต่กับเด็ก กับผู้ใหญ่ก็ด้วยและน่ากลัวยิ่งกว่าโดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว ยิ่งยุคนี้ยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่ายุคที่ผ่านๆมา มันมีสื่อมากมายที่มารซาตานใช้มาช่วยกระตุ้นเร้าเร่งให้ปรากฏมากยิ่งๆขึ้น เพราะเวลาของมัันเหลือสั้นมากแล้ว
จิตใจมนุษย์ทุกวันนี้มันเหมือนพวกคนเช่าสวนในพระคัมภีร์ฯ คือมันบ้า มันสิ้นคิดกับการติดตามความคิดเช่นนั้น กับการพยายามจะเอาสวนองุ่นมาเป็นของตัวเองให้ได้ ทั้งๆที่เจ้าของเขาเมตตาสงสารตัวเองเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย ก็ทำสวนเอาไว้ให้ได้พาครอบครัวเข้ามาทำกินกันไป กับค่าเช่าสวนที่ให้กับเจ้าของมันเป็นตัวแทนการขอบคุณ มันไม่ได้ไปทำให้เจ้าของร่ำรวยขึ้นหรืิอยากจนลงเลยแม้แต่น้อย
แต่กลับมองว่าเป็นภาระต่อการที่จะต้องมาคอยจ่ายค่าเช่า? กลับตาลปัตรมองว่าการที่ตัวเองต้องตัดเอาส่วนแบ่งนิดหน่อยนี้ให้คืนกับเจ้าของเป็นเรื่องเลวร้าย ไม่สมควร แล้วไปคิดๆๆๆว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะไม่ต้องจ่ายออกกับส่วนนี้ สุดท้ายถึงขนาดลงมือทำร้ายคนใช้และฆ่าแม้แต่ลูกเจ้าของ แล้วยังไงล่ะมาถึงขนาดนี้ เจ้าของเขาก็ไม่ปล่อยไว้อีก เพราะให้โอกาสอย่างถึงที่สุดแล้ว ยกกำลังมาฆ่าหมดทั้งครอบครัวเลย ไม่ต้องได้มาอาศัยอยู่กินกันอีกต่อไปละ
ตอนนี้เหมือนกัน หลายคนใช้ชีวิตในโลกก็ยังไม่รู้สึกตัวเหมือนกันว่ากำลังเรียกหายนะให้เข้ามา กับการใช้ชีวิตแบบไม่สนใจเลยว่าพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของชีวิต ผู้ประทานทุกสรรพสิ่งต้องการอะไร ก็ใช้ชีวิตกันแบบตามความคิดกิเลสตัณหากันแบบสุดๆ ถึงแม้ว่าจะมีผู้รับใช้พระเจ้าหลายคนมาเตือนบ้างก็แล้ว การตายของพระเยซูไม่มีความหมาย เหมือนตายเปล่า ต่อการที่มาอภัยบาปยกโทษให้แล้วกับความผิดที่ทอดทิ้งพระเจ้า หลายคนรู้เคยได้ยินได้ฟังกับคำเตือนจากคนของพระเจ้า แทนที่จะกลับใจหันกลับมาติดตามพระคำของพระเจ้า แต่ก็ยังไม่ยอมทิ้งวิถีทางของตัวเอง ไม่สนใจว่าพระเจ้าต้องการอะไร ไปตามที่ตนนั้นเห็นชอบเหมือนเดิม ซึ่งถ้าไม่กลับใจปล่อยไปเรื่อยๆ จนถึงวันพิพากษาก็ได้แค่ต้องไปอยู่ที่นรกกับผีมารซาตานแน่นอน
เหมือนยุคโนอาห์แทนที่พวกเขาจะหันมาสนใจเรื่องเตรียมพร้อมรับมือกับวันพิพากษา วันที่น้ำท่วมใหญ่จะมายังไง หลังจากที่ได้รู้แล้วว่าพระเจ้าจะพิพากษาให้น้ำท่วมโลก แต่คนส่วนมากไม่เชื่อ คือมันติดตามความคิดผีมารซาตานที่ให้ปฏิเสธความจริงของพระเจ้าไปแบบง่ายๆ สุดท้ายตายกันหมดกับน้ำท่วมโลก เหลือแค่ครอบครัวโนอาห์แปดชีวิต ร้อยยี่สิบปีที่สร้างเรือ และอีกเจ็ดวันที่ประตูเรือยังเปิดรอ แต่คนอื่นไม่มีใครเลยมาขึ้นเรือนอกจากสัตว์ พวกเขาเห็นพวกเขาได้ยินเสียงประกาศของครอบครัวโนอาห์ แต่... ไม่สนใจ ไปตามความคิด ไปตามทางที่ตนเห็นชอบกันกันหมด
ตอนนี้ยุคปัจจุบัน หลายคนก็ไม่สนใจอีกทั้งๆที่การพิพากษาสุดท้ายครั้งใหญ่ที่สุดกำลังจะมา คือด้วยไฟล้างโลก ครั้งแรกแค่ล้างผิวโลก แต่ครั้งสุดท้ายนี้จะล้างด้วยไฟแบบไม่ให้หลงเหลือทรากเลย ตอนนั้นพระเจ้าบอกให้ต่อเรือตามแบบเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ และมายุคนี้พระเจ้าให้ต่อเรือขึ้นในใจคือสะสมพระคำของพระเจ้าและใช้ชีวิตในความเชื่อตามพระคำ แต่คนมากมายก็ยังสนใจอยู่แต่กับเรื่องโลกของวัตถุ ปากท้องจะอิ่มยังไง นอนหลับสบายยังไง สนใจแค่เรื่องนี้ ซึ่งจริงๆ พระเจ้าก็สัญญาให้แล้วว่าจะดูแลให้ถ้าแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน พระเจ้าเป็นเจ้าชีวิต เป็นผู้ปกครอง ให้เกิดมาแล้วพระองค์รับผิดชอบ
หลายคนมาโบสถ์ตอนนี้ก็มาเหมือนเป็นพิธี เหมือน ศาสนิกชนทั่วไปแบบศาสนาอื่นๆ เท่านั้น การใช้ชีวิตทั่วไปก็แทบไม่ต่างจากคนไม่เชื่อคือหน้าซื่อใจคด ปากอย่างใจอย่าง.. ใช้หัวสมองคิดเล่ห์เหลี่ยมกันเก่งมากเพื่อจะเอาชีวิตรอด เพราะพยายามจะดูแลรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ซึ่งมันเป็นชีวิตที่สมควรจะต้องพินาศหรือไปนรกจริงๆ ก็เป็นสถานที่ซึ่งพระเจ้าสร้างไว้สำหรับคนที่ไม่ต้องการขึ้นกับพระเจ้า สำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง
ซึ่งจริงๆ แล้ว มนุษย์ลำพังมันไม่มีทางจะอยู่รอดด้วยตัวเองได้เลย พระเจ้าไม่ได้สร้างมาแบบนั้น แต่สร้างขึ้นมาให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยการพึ่งพาพระเจ้าเท่านั้น แต่ไปเชื่อเสียงในความคิดที่มารซาตานคอยหลอกให้เชื่อว่าสามารถทำได้ พอรับเข้ามาและติดตามนี่คือหายนะแล้วคือปล่อยชีวิตให้มารซาตานเข้าควบคุมแล้ว เหมือนม้าศึกที่กำลังถูกผู้ขี่คุมบังเหียนพาวิ่งเข้าสู่สนามรบ คือกำลังพาไปตาย ไม่ใช่แค่ร่างกายตายบนโลก แต่วิญญาณมันจะถูกเขาพาไปอยู่ร่วมกันที่นรกที่อยู่ของเขาด้วย
ลำพังมนุษย์ตอนนี้จึงไม่มีความสามารถอะไรที่จะช่วยตัวเองให้พ้นจากความพินาศหรือนรกได้เลยจริงๆ แต่ตอนนี้พระเจ้าให้พระเยซูมาตายไถ่บาปที่อาดัมเป็นผู้ก่อขึ้นและให้พระคำและคริสตจักรมาคอยเตือนคอยย้ำให้ได้กลับมาสู่ความจริง ให้หันออกจากความคิดที่ล่อลวงของมารซาตานให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับการสำนึกในพระคุณของพระเจ้า ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยจิตใจที่วางใจเพียงพระเจ้า ไม่เช่นนั้นถ้าปล่อยให้ความคิดโลภหยากได้นั่นหยากเป็นนี่ลากไปง่ายๆ ชีวิตมันก็ได้แต่จะต้องจบลงแค่ความพินาศและบึงไฟนรกเช่นคนเช่าสวนพวกนั้น แต่ให้มีชีวิตที่หลืออยู่ไปกับการเรียนรู้พระคำคือจิตใจพระเจ้าเพื่อจะสามารถขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้าในทุกสถานะที่พระเจ้าให้ดีกว่า และสุดท้ายจิตใจอยู่ในสภาพที่พร้อมจะรับมือกับวาระสุดท้ายที่กำลังใกล้เข้ามามากแล้ว
"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์"
ยอห์น 3:16 TH1971
เรียนรู้กันเยอะแยะเพื่อจะปกป้องดูแลตัวเอง แต่จำได้หมด ตอบสนองตามที่เรียนมาได้ทันจริงหรือตอนเจอกับสถานการจริงๆน่ะ
พยายามเพื่อจะสำเร็จ เพื่อจะได้หลุดพ้นกัน เพื่อจะได้มีความสุข แล้วอะไรคือเบื้องหลังของปัญหา..กลับไปแก้ที่รากไม่ง่ายกว่าหรือ?
เบอร์, ไลนติดต่อ 085 083 5433, 094 432 0889
Facebook: wajee pootta, santi poottapanich
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้