'จักรวรรดินิยมจีน' มาแล้ว! ไทยควรตั้งรับอย่างไร
จริงหรือไม่? ที่ปัจจุบันนี้สิ่งที่หลายคนกังวลว่าไทยจะตกเป็นเมืองขึ้นทางด้านเศรษฐกิจของจีน เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีคนจีนเข้ามาถือครองทรัพย์สินภายในประเทศ และมีการเอื้อประโยชน์ให้ค่อนข้างมาก ขณะที่ประเทศอื่นเผชิญภาวะนี้หรือไม่?
1
บทความโดย ดร.โสภณ พรโชคชัย | คอลัมน์ อสังหาริมทรัพย์ต่างแดน
2
'จักรวรรดินิยมจีน' มาแล้ว! ไทยควรตั้งรับอย่างไร
ตอนนี้จีนแผ่อิทธิพลเข้ามาในประเทศไทยเป็นอย่างมาก หลายคนกลัวว่าไทยจะตกเป็นเมืองขึ้น (ทางเศรษฐกิจ) ของจีน ความจริงจะเป็นอย่างไร เรามาดูกัน จะได้เตรียมตัวถูก
6
เมื่อช่วงกลางปี 2563 ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ได้เผยแพร่ผลสำรวจ พบว่าเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยังมีต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลถึง 15% ของทั้งหมดที่ขายได้ในครึ่งแรกของปี และเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็คงเป็นบริษัทหรือนักลงทุนจากประเทศจีน โดยพื้นที่ที่นักลงทุนจีนสนใจได้แก่แถวใจกลางเมือง รัชดา-ลาดพร้าว บางนา-อุดมสุข เป็นต้น
2
ชาวจีนต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเขตใจกลางเมือง หรือ Central Business District (CBD) และทำเลเด่นๆ อีกบางแห่ง เช่น บริเวณ ถ.รัชดา-ลาดพร้าว บริเวณอ่อนนุช-สุวรรณภูมิ และบริเวณบางนา-เทพารักษ์ เพราะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน คนจีนคงเคยชินกับการใช้ระบบขนส่งมวลชน และเป็นเส้นทางไปสนามบินสุวรรณภูมิได้โดยง่าย ส่วนทำเลอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปอยู่มากนัก โดยเฉพาะย่านฝั่งธนบุรี แทบหาคนจีนหรือชาวต่างประเทศไปซื้อไม่ได้เลย เพราะห่างไกลความเจริญพื้นที่ใจกลางเมืองและพื้นที่ใกล้สนามบิน
10
การที่จีนแห่มาซื้อห้องชุดนี้อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการแผ่อิทธิพลของจีนเข้ามาในประเทศไทย แต่จีนมาแรงจริงๆ มีคนเคยตั้งคำถามว่า “เคยเห็นคนอเมริกันมาไล่ซื้อโรงแรม เกสต์เฮาส์ขนาดเล็ก ไล่ซื้อมหาวิทยาลัยเอกชน ไล่ซื้ออาคารชุดไล่ซื้อที่การเกษตร ซื้อตึกแถวเปิดร้านอาหาร เปิดล้งรับซื้อผลไม้ เปิดบริษัททัวร์ เปิดกิจการแข่งกับคนไทยไหม ที่พูดมานี่คนจีนแผ่นดินใหญ่ทำทั้งหมด เราไม่กลัวจีนมายึดประเทศแต่กลับปลุกกระแสกลัวอเมริกันมายึดประเทศ”
12
ยิ่งกว่านั้นคนจีนมาสวมบัตรประชาชนคนไทยน่าจะมีจำนวนมหาศาล คนเหล่านี้กลายเป็นคนไทยไปแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป ในต่างจังหวัดมีบ้านบางหลังมีคนชื่อเดียวกันนับร้อยคน บางคนก็สวมบัตรประชาชนคนตายเลยก็มี
5
คนจีนในสมัยก่อนที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารนั้นเป็นอีกภาพหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อราว 100 ปีก่อน เกิดทุพภิกขภัยอดอยากแห้งแล้ง คนจีนโดยเฉพาะจีนตอนใต้ย้ายไปต่างประเทศมากมายโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ยุคนั้นหลังยุคคนจีนไปใช้แรงงานสร้างทางรถไฟในสหรัฐ) จีนตอนนั้นมาแบบเสื่อผืนหมอนใบ หนีตายมาตั้งหลักแหล่งในต่างประเทศ และมีจำนวนมากที่หวังจะกลับไปบ้านเกิด แต่แล้วก็ตั้งรกรากในประเทศไทยเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีนในปี 2492
6
แต่จีนยุคใหม่ที่มาไทยนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จีนยุคใหม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสารพัดให้ไปตั้งรกราก ให้ไปขยายอิทธิพลในต่างประเทศ เช่นที่จีนเคยทำสำเร็จมาแล้วในซินเกียงและทิเบต แต่ละคนที่มาได้เงินติดกระเป๋ามาพอสมควร หรือมีวิสาหกิจจีนหนุนหลัง ไม่ใช่พวก “เสื่อผืนหมอนใบ” แบบร้อยปีก่อนแล้ว ทำให้การรุกทำธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นล้งสารพัดสินค้าไทย หรือการมาเปิดกิจการโรงแรมหรือธุรกิจบริการต่างๆ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้บางส่วนยังมาฝังตัวอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่มาเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศไทยแล้ว
4
อันที่จริงจีนก็เคยเป็นมหาอำนาจที่ไทยต้องไป “จิ้มก้อง” มานานแล้ว จำได้ว่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรีก็ยิ่งชัด สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ก่อนที่จักรวรรดินิยมในยุโรปเข้ามารุกรานไทย) จีนก็มีบทบาทอย่างมาก ยังมีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงเครื่องทรง “ฮ่องเต้” มาตั้งแต่รัชกาลที่ 1-5 นี่แสดงว่าอิทธิพลของจีนยิ่งใหญ่กว่ายุคนี้เสียอีก ไม่แน่ว่าในอนาคตเมื่อจีนมีอิทธิพลเหนือการเมืองและเศรษฐกิจไทยยิ่งกว่าในยุคต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้นำไทยอาจใส่เครื่องเคราแบบจีนขึ้นมาอีกก็ได้
6
ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ นักธุรกิจชั้นนำชาวไทยเชื้อสายจีนที่ประสบความสำเร็จ ออกมาเชียร์จีนกันยกใหญ่ และดีใจมากที่ไทยจะมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับไทย ท่านเหล่านี้ย่อมต้องมีผลประโยชน์ทางธุรกิจกับประเทศจีน ไม่ใช่เพียงการเชียร์เพราะเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน ทั้งนี้ หลายท่านก็ไปทำธุรกิจในจีนจนประสบความสำเร็จ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนไทย-จีนเหล่านี้ ดูประหนึ่งว่าได้กลายเป็นตัวแทนของจีนในประเทศไทย มากกว่าจะเป็นนักธุรกิจไทยด้วยซ้ำ
4
ผมในฐานะนายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์สากล (www.fiabci-thai.org) ได้ทราบจากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2563 เป็นต้นมา จีนได้เข้าไปลงทุนซื้อห้องชุดในสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่เดิมจีนจะซื้อในเขตใจกลางเมือง แต่เดี๋ยวนี้ซื้อในเขตชานเมืองมากขึ้น นี่ขนาดว่าราคากลางของห้องชุดในสิงคโปร์เป็นเงินประมาณ 33 ล้านบาทไทย (ในขณะที่ไทยมีราคาเฉลี่ย 4.0 ล้านบาท) แถมต่างชาติที่ซื้อต้องเสียภาษีซื้อ 20-25% จีนยังมีซื้อกันใหญ่
4
ไทยเราไม่กำหนดราคาขั้นต่ำที่ซื้อได้ และแทบไม่ต้องเสียภาษี ก็เท่ากับว่าไทยเราปล่อยให้จีน “ซื้อกระจาย” ในขณะที่คนไทยหรือคนทั่วโลกไม่อาจไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในจีน เพราะเขาให้คนจีนเองหรือใครก็ตามเช่าได้แค่ 70 ปีเท่านั้น
2
ตามพระราชบัญญัติอีอีซีของไทย เราเปิดโอกาสให้จีนเข้ามาทำธุรกิจบริการได้ โดยสามารถซื้อห้องชุดได้ 100% สามารถเช่าที่ดินได้ 99 ปี สามารถพาญาติโยมมาได้ สามารถใช้เงินสกุลของตนเองได้ และได้สิทธิประโยชน์อีกมากมาย ดังนั้น อสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกของไทยคงจะมีจีนมาซื้อมากกว่าชาติอื่น ในขณะเดียวกันชาติตะวันตก สแกนดิเนเวีย ญี่ปุ่น เกาหลีก็ทำท่าถอยห่างจากประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ยิ่งทำให้จีนแทรกเข้ามาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปร้านอาหารทั้งหลายต้องเขียนป้ายภาษาจีนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นหรือรัสเซียเช่นแต่ก่อนแล้ว
9
อาจกล่าวได้ว่าจีนไปประเทศทั่วโลกโดยครอบครองอสังหาริมทรัพย์ผ่านกระบวนการเช่าที่ดิน 99 ปี โดยเฉพาะในกัมพูชาและลาว และผ่านการรับสัมปทานต่างๆ เช่นในศรีลังกา ปากีสถาน รวมทั้งการให้เงินกู้ ซึ่งประเทศผู้กู้อาจมีโอกาสกลายเป็นทาสเงินกู้ในอนาคตได้
4
แต่สำหรับในประเทศไทย จีนมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจในประเทศไทย มีนักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีนเป็นหัวหอก จึงเชื่อว่าจีนจะมีอิทธิพลทางด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยเหนือชาติอื่นใดที่มาลงทุนในประเทศไทย
2
ไทยคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับจักรวรรดินิยมจีนอันยิ่งใหญ่ เพราะคงสู้รบปรบมือด้วยได้ยาก
1
ความคิดเห็น
โจ ฮาร์วี่
เคยทำงานกับบริษัทจีน. เคยเห็นนักลงทุนจีนมาดูไซท์งาน นั่งรถแวนมีรถตำรวจนำหน้า พวกนี้อายุราวๆ50แต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้ายี่ห้อดังๆทั้งนั้น. กลุ่มคนพวกที่จะมาไทย คือเตรียมพร้อมยึดหัวหาดไว้ก่อนเมื่อรถไฟวิ่งผ่านก็จะครอบไทย. ทุนไทยหมื่นล้านนี่ถือว่าเยอะ. แสนล้านมีไม่มาก. แต่พวกที่มานี่มีทุนหนุนหลังเป็นแสนล้าน. คิดจะซื้อที่ราคา7-8พันล้านนี่ถือว่าสบายๆ. ตอนนี้จีนมากว้านซื้อคอนโดเยอะมาก. แต่ตอนนี้หยุดไปพักนึงเพราะมีม็อบประท้วง. กลัวว่าถ้าตู่ไม่อยู่ไม่รู้ทิศทางจ...ดูเพิ่มเติม
16 พ.ย. 2020 เวลา 17:32
วีรศักดิ์
บางคนยังรู้จักจีนน้อยเกินไป ดูพฤติกรรมของจีนที่ผ่านมาถ้าไปปิดหูปิดตาก็จะรู้ได้ว่า จีนนั้นน่ากลัวแค่ไหน พฤติกรรมของมหาอำนาจตะวันตกในอดีตเป็นเรื่องที่ผิดพลาดน่ารังเกียจ แต่จีนกำลังเดินตามพฤติกรรมที่น่ารังเกียจเหล่านั้น แต่ว่าแนบเนียนและลึกซึ้งกว่า ลองเปิดหูและตาหาข้อมูลให้รอบด้านอย่ามัวแต่เสพแต่ข้อมูลจากIOของคุณตู่อย่างเดียวครับ
16 พ.ย. 2020 เวลา 08:20
NATTAWAT PONGSTIENSAK
ตกเป็นประเทศราชฝรั่งมานานแล้วไม่เห็นว่าอะไรแถมเห็นดีเห็นงามไปด้วย พอจีนเข้ามาโวยกันใหญ่ จีนยังดีที่ซื้อขายถูกกฎหมายไทยเอาเงินมาซื้อในราคาที่ไทยพอใจ แต่พวกตะวันตกใช้สารพัดวิธีเอาถูกๆขายคืนแพงๆเช่นกรณีลดค่าเงิน ที่ยิ่งร้ายกว่านั้นให้เราออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เอาแรงงานในประเทศแปรรูปทรัพยากรส่งให้ตะวันตกบริโภค คนไทยด้วยกันเองบริโภคเศษๆที่เหลือ
15 พ.ย. 2020 เวลา 14:31