Hyperloop เทคโนโลยีที่พาคนกรุงเทพไปถึงเชียงคาน ได้ภายใน 24 นาที
6
ร้อยปีก่อน โลกเรามีวิวัฒนาการในการเดินทาง โดยมีรถไฟรางเป็นคมนาคมหลัก
1
ภายหลัง รถยนต์สันดาปภายในก็เริ่มเข้าตีตลาด ส่งผลให้การคมนาคมเพิ่มความสะดวก และทันสมัยยิ่งขึ้น
2
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน เทคโนโลยีโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากรถไฟรางได้พัฒนาเพิ่มมาเป็นรถไฟฟ้า แล้วก็มีการเดินทางผ่านน่านฟ้าข้ามทวีปได้อย่างรวดเร็ว
3
ถึงกระนั้น ก็ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับเวลาอยู่
แต่จะเป็นอย่างไรล่ะ หากสมมติว่านักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ กำลังจะเดินทางไปรับลมหนาวที่เชียงคาน
1
ซึ่งถ้านั่งรถ ต้องใช้เวลาเกิน 12 ชั่วโมง แล้วถ้านั่งเครื่อง ถึงจะเร็วหน่อย แต่ก็มีข้อจำกัดอีกหลายอย่างอยู่ดี
2
ทว่า “ไฮเปอร์ลูป” สามารถพานักท่องเที่ยวไปถึงเชียงคาน จ.เลย ได้ด้วยเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
แล้วมันเพิ่งจะประสบความสำเร็จในการทดสอบสดๆ ร้อนๆ
1
เจ้า “ไฮเปอร์ลูป” จะน่าสนใจอย่างไร ผู้เขียนจะพาไปทำความรู้จักให้มากกว่านี้กัน..
1
รถไฟฟ้าความเร็วสูง Shinkansen ของญี่ปุ่น สามารถเดินทางได้มากกว่า 200-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
1
แต่สำหรับ Hyperloop มันสามารถเดินทางได้เร็วยิ่งกว่า Shinkansen ถึง 5 เท่า
หมายความว่า Hyperloop เดินทางได้เร็วยิ่งกว่า 1,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
แถมมันยังใช้พลังงานเพียงแค่ 15% เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า Shinkansen
2
ความน่าสนใจในวิธีการทำงานของมันก็คือ..
จะเป็นแคปซูลเคลื่อนที่ภายในท่อสุญญากาศ เจ้าตัวแคปซูลหรือ
Pod จะมีแถบแม่เหล็กไฟฟ้าติดอยู่
ซึ่งจะสัมพันธ์กับท่อสุญญากาศ ที่มีแถบแม่เหล็ก ทั้งด้านบนและด้านล่าง ประคอง Pod ให้ลอยเหนือพื้นและใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน
Pod จะเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วสูง แบบไม่มีแรงเสียดทาน
นอกจากนี้ ยังใช้พลังงานสะอาดที่มาจาก Solar Cell อีกด้วย
4
ก่อนหน้า เคยมีการคาดการณ์จากนักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญ ว่ามันสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 1,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ซึ่งถ้าเทียบระยะทางจากรุงเทพถึงแหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาวอย่าง “เชียงคาน” ด้วยระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร
1
Hyperloop จะพาไปถึงในเวลาเพียง 24 นาที
6
นอกจากนี้ มันยังทำลายขีดจำกัดค่าใช้จ่าย เพราะเทคโนโลยีที่สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้เร็วที่สุดในปัจจุบันคือเครื่องบิน
2
ซึ่งค่าตั๋วแต่ละครั้งถือว่าเพิ่มภาระให้กับทริปแทนค่าที่พักและค่าอาหารอย่างมาก
แต่ Hyperloop สร้างเส้นทางได้ถูกกว่าเครื่องบิน หรือรถไฟเสียด้วยซ้ำ
เศรษฐีอีลอน มัสก์ ผู้ที่ริเริ่มเอาหลักการวิทยาศาสตร์นี้ มาประกอบให้เป็น Hyperloop รายแรกของโลก
1
เคยกล่าวไว้ว่า รถไฟฟ้าความเร็วสูงของสหรัฐฯ “High-speed Train” ใช้เงินลงทุนมากถึง 68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
1
แต่ Hyperloop สามารถสร้างท่อสุญญากาศด้วยเงินเพียง 6 ล้านเหรียญเท่านั้น
เรียกได้ว่า ถูกกว่าถึง 6 เท่าตัว จึงทำให้ลดค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารได้มาก นั่นเอง..
อย่างไรก็ดี Hyperloop สามารถทำลายข้อจำกัดหลายต่อหลายอย่างก็จริง แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดในตัวอยู่
ซึ่งท่อสุญกาศที่สร้างขึ้น จะต้องเป็นเส้นทางวิ่งตรงเท่านั้น จึงจะสามารถทำได้ และจะไม่สามารถชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทางได้
หลายปีมานี้ มีมหาเศรษฐีหลายต่อหลายรายให้ความสนใจลงทุนใน Hyperloop
โดยมีเจ้าเปิดประเดิมก็คือ อีลอน มัสก์
ตามมาด้วย ริชาร์ด แบรนสัน เจ้าของ Virgin กลุ่มบริษัทแสนล้าน
ซึ่ง Hyperloop ของ Virgin เพิ่งจะประสบความสำเร็จในการทดลองไป
โดยวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พวกเขาประสบความสำเร็จในการทดสอบวิ่ง โดยมีผู้โดยสารเป็นมนุษย์เที่ยวแรก
รู้ไหมว่าก่อนหน้าที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จได้เช่นนี้ Virgin Hyperloop ต้องทดสอบกว่า 400 ครั้ง เพียงแต่เป็นการทดสอบโดยไม่มีผู้โดยสาร
ถึงกระนั้น การทดสอบครั้งนี้ เป็นความเร็วเพียง 172 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งยังอยู่ห่างไกลกับเป้าหมายที่คาดหวังไว้
2
ทั้งนี้ พวกเขาก็ยังวางแผนที่จะให้มันประสบความสำเร็จได้มากกว่านี้ และดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2030
นั่นจึงหมายความว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามหมากที่วางไว้ อีกไม่ถึง 10 ปี
เทคโนโลยีนี้ จะเข้ามาเพิ่มใหม่ในโลกแห่งการเดินทางไร้ขีดจำกัด นั่นเอง..
2
ส่งต่อทุกแรงบันดาลใจ Share For Inspire
1
Follow Us On “Facebook” https://www.facebook.com/swivelth
Follow Us On “Instragram” https://www.instagram.com/swivel.th/
Reference
Picture
CNN
1
ความคิดเห็น
พี่โปก
172km/h ???
17 พ.ย. 2020 เวลา 01:47
Gotzilla III
ใกล้เคียงกับคำว่าวาร์ปละ
16 พ.ย. 2020 เวลา 15:08
Thailand+
ความเร็วยังเทียบ Maglev ไม่ได้, การสร้างท่อสุญญากาศที่ปลอดภัยในระยะทางที่ใช้ได้จริงยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาอยู่ครับ เป็นแนวคิดที่ต้องลองพัฒนาอีกหลายอย่างเลย
16 พ.ย. 2020 เวลา 14:40