เชื่อไหมครับ!! ฝรั่งยกอยุธยาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษย์ ติดอันดับ 1 ใน 16 หากอยุธยาเป็นเมืองใหญ่ขนาดนี้ จะร่ำรวยแค่ไหน วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปดูพระคลังมหาสมบัติในวังหลวงแห่งอยุธยากันครับ
1
ซากปรักหักพังในบริเวณเกาะเมืองกรุงเก่า ที่เราต่างรู้จักดีถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ที่เคยยิ่งใหญ่และดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 417 ปี
เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีนักค้นคว้าศึกษาประวัติศาสตร์อิสระชาวอเมริกัน รวมทั้งอาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ได้ให้ข้อมูลตรงกันว่า อยุธยานั้นเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในยุคสมัย อยู่ในลำดับที่ 13 เมืองใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 5,000 ปีของมวลมนุษย์
Tertius Chandler
เทอร์เทียส แชนดเลอร์ (Tertius Chandler) นักประวัติศาสตร์อิสระ ผู้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์โลก ทำการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งโบราณรวมทั้งข้อมูลทางสังคมศาสตร์จากบันทึกทั่วโลก เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี บรรจุผลงานลงในหนังสือของเขาชื่อ Four Thousand Years of Urban Growth ถูกตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2530 ซึ่งผลงานของเขาชิ้นนี้โด่งดังมากในวงการนักประวัติศาสตร์ทางตะวันตกครับ
George Modelski
อีกท่านหนึ่งคือ ศ.จอร์จ โมเดลสกี (George Modelski) แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ได้ศึกษาเรื่องนี้มานานเช่นกัน เขาเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในหนังสือ World City 3000 to 2000 ซึ่งเป็นเรื่องราวการวิวัฒน์ของเมืองต่างๆ ทั่วโลกในระยะเวลา 5,000 ปี คือ จากช่วงก่อนคริสต์ศักราช 3,000 ปี จนถึง ปี ค.ศ.2000
Iudia
การศึกษาการเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ใช้ปัจจัยพื้นฐานที่มีรายละเอียดการค้นคว้าเบื้องลึก ตั้งแต่การบริหารทรัพยากรของเมือง การผลิตอาหาร การเข้าถึงอาหารของประชากร รวมทั้งการศึกสงครามตลอดจนจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ต่างๆ
แม้ว่าข้อมูลการจัดลำดับนี้จะไม่มีปรากฏบนหน้าประวัติศาสตร์ของชาติไทยให้ทราบกันมาก่อน แต่นักประวัติศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกาสองคนนี้ต่างเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการเปรียบเทียบเมืองใหญ่ในยุคต่างๆ ด้วยการศึกษาเชิงลึกกว่า 20 ปี
Iudia map
และได้ค้นพบว่าเมื่อประมาณ 3 ศตวรรษที่แล้วในอาณาบริเวณแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมหานครที่เรียกว่า "ยูเดีย"
(Iudia,Yodia=อยุธยา) เป็นเมืองที่มีประชากรถึง 1 ล้านคน และจัดให้เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในยุคสมัย อยู่ในลำดับที่ 13 เมืองใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 5,000 ปีของมวลมนุษย์ครับ
การจัดอันดับเมืองใหญ่แห่งมวลมนุษย์ทั้ง 16 เมือง ซึ่งอยุธยาอยู่ลำดับที่ 13 มีดังนี้ครับ
1. เจริโค (Jericho) ใหญ่ที่สุดของโลกในยุค 7,000 ปีก่อนคริสตกาล พลเมือง 2,000 คน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลแดงกับภูเขานีโบ (Mt Nebo) เป็นโอเอซิสใหญ่ที่สุดโดยใช้น้ำจากแม่น้ำจอร์แดน
2. อูรุค (Uruk) ใหญ่ที่สุดในยุค 3,500 ปีก่อนคริสตกาล พลเมือง 4,000 คนเป็นเมืองหลวงของแคว้นกิลกาเมช (Gilgamesh)
3. มาริ (Mari) เมืองหลวงแคว้นเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) ในยุค 2,000 ปีก่อนคริสตกาล มีประชากร 50,000 คน ในยุคของกษัตริย์สุเมเรียน (Sumarite)
4. อูร์ (Ur) เป็นเมืองท่าสำคัญค้าขายกับทั่วโลกในอ่าวเปอร์เซียในยุค 2,100 ก่อนคริสตกาล และมีประชากรถึง 100,000 คน ในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล
5. หยินซู (Yinxu) รุ่งเรืองในช่วง 1300 ปีก่อนคริสตกาล มีประชากร 120,000 คน โดยเติบโตจากหมู่บ้านเล็กๆ จนขยายเป็นอาณาจักรจีนโบราณ
6. บาบีลอน (Babylon) เป็นเมืองที่รุ่งเรืองสุดขีดในช่วง 700 ปีก่อนคริสตกาล มีพลเมือง 100,000 รวมทั้งเป็นศูนย์กลางความร่ำรวยแห่งยุคสมัย กษัตริย์ทรงอำนาจ และทรงอิทธิพลแถบแม่น้ำยูเฟรติส
7. คาร์เถจ (Carthage) รุ่งเรืองโดดเด่นในปี 300 ปีก่อนคริสตกาล มีพลเมืองถึง 100,000 คน ได้ชื่อเป็นเมืองยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ก่อนที่จะถูกกองทัพโรมันที่เหนือกว่าเข้าโจมตี และเผาจนวายวอดเมื่อ 146 ปีก่อนคริสตกาล
8. โรม (Rome) ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี ค.ศ.200 ประชากร 1,200,000 คนตั้งแต่ปี ค.ศ.273 โรมเหลือประชากรอยู่ราว 500,000 และเริ่มเข้าสู่ยุคมืด (Dark Age)
9. คอนสแตนนิโนเปิล (Constantinople) เจริญสุดขีดในปี ค.ศ.600 ประชากร 600,000 คน เป็นศูนย์กลางการค้าขาย อาณาจักรกว้างใหญ่ไพศาลในยุคของจักรพรรดิฟลาวีอุส เฮราคลีอุส ออกัสตัส (Flavius Heraclius Augustus)
1
10. แบกแดด (Bagdad) ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในปี ค.ศ.900 ประชากร 900,000 คน ได้ชื่อเป็นศูนย์กลางของยุคทองแห่งศาสนาอิสลาม
11. ไคเฟิง (Kaifeng) เป็นเมืองที่ใหญ่มากในจีน ค.ศ.1200 ประชากร 1,000,000 คน ที่เรารู้จักกันจากเรื่องเปาบุ้นจิ้นครับ
12. ปักกิ่ง โดดเด่นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1500 ประชากร 1,000,000 คน ใหญ่โตที่สุดในยุคนี้ครับ
1
13. กรุงศรีอยุธยา เป็นเมืองหลวงอาณาจักรสยามโบราณอยู่กว่า 400 ปี และขึ้นนำหน้าทุกเมืองในโลกช่วงปี ค.ศ.1700 (พ.ศ.2243) มีประชากรถึง 1,000,000คน
14. ลอนดอน คือเมืองที่ใหญ่โตที่สุดในต้นศตวรรษที่ 19 หรือปี ค.ศ.1825 มีประชากร 1,335,000 คน
15. นิวยอร์ก ในปี 1925 หรือต้นศตวรรษที่แล้วมีประชากรถึง 7,774,000 คน
16. โตเกียว ใน 1968 (พ.ศ.2511) เมืองหลวงของญี่ปุ่นมีประชากรถึง 20,500,000 คน
ต่อไปเราตามมาดูกันต่อครับ อยุธยาเป็นเมืองใหญ่จนติดอันดับขนาดนี้จะมีความร่ำรวยแค่ไหน
อย่างที่ทราบกันครับ อยุธยาเป็นเมืองท่าสำคัญ ทำการค้ากับหลากหลายชนชาติ โดยลาลูแบร์บันทึกไว้ถึง 42 ชนชาติครับ แต่ว่าในบันทึกของลาลูแบร์นั้นไม่ได้บันทึกถึงความร่ำรวยของอยุธยาเท่าใดนัก
แผนผังวังหลวงอยุธยา
แต่โชคยังดีครับที่มีชาวฝรั่งเศสอีกผู้หนึ่งได้บันทึกไว้เกี่ยวกับพระคลังมหาสมบัติ โดยผู้บันทึกได้มีโอกาสเดินทางเข้าชมพระคลังในวังหลวงรวมทั้งได้จดบันทึกไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ครับ
“พระเจ้าแผ่นดินทรงมีพระราชทรัพย์อยู่ ๘ - ๑๐ ท้องพระคลังที่มีทรัพย์สินอันล้ำค่ายิ่งกว่าท้องพระคลังอื่นๆ ในห้องหรืองท้องพระคลังแห่งหนึ่ง มีไหเป็นอันมากตั้งเรียงสลับซับซ้อนอยู่จนจรดถึงหลังคา เต็มไปด้วยเงินเหรียญบาทและทองคำแท่ง ส่วนใหญ่เป็น(Tambac = นาก)*"
“ Tambac เป็นส่วนผสมของโลหะหลายชนิดถลุงให้บริสุทธิ์ขึ้น ซึ่งในประเทศสยามถือกันว่ามีค่ามากกว่าทองคำเสียอีก แม้จะไม่สุกใสเท่าก็ตาม ท้องพระคลังอีกแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยดาบญี่ปุ่น ตีด้วยเหล็กเนื้อดี อาจฟันแท่งเหล็กให้ขาดสะบั้นได้โดยง่ายดาย
แล้วก็ไม้กฤษณา, กะลำพัก, ชะมดเชียงและเครื่องกระเบื้องชุดลายครามจากเมืองจีนเป็นอันมาก กับผ้าแพรพรรณอย่างดีทำในชมพูทวีปและในยุโรป และเครื่องกระเบื้องเคลือบชนิดบางลางชนิดซึ่งเมื่อใส่ยาพิษลงไปแล้วก็จะแตกในทันที สรุปแล้วเราไม่อาจที่จะบอกได้ถูกต้องว่ามีสิ่งล้ำค่า หาได้ยากและน่าเห็นน่าชมมากมายสักเท่าไหร่ในท้องพระคลังอื่นๆ อีก"
เครื่องทองโบราณจากกรุวัดราชบูรณะ
“ ในบรรดาทรัพย์สินที่เก็บซ่อนไว้นี้ เรายังจะต้องผนวกส่วนที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนเพิ่มเข้ามาอีกด้วย คือเครื่องสุพรรณภาชน์ตั้งหลายสิบชุด ซึ่งจะต้องนำใช้สับเปลี่ยนกันเป็นครั้งคราว ณ ที่ตั้งเสวยและที่โรงช้างเผือก ปริมาณเพชรและอัญมณีอย่างเหลือที่จะคณานับอันประดับเครื่องทรงของพระเจ้าแผ่นดิน กับที่ประดับเครื่องอานม้าและช้างทรงพระที่นั่ง พระเก้าอี้ทำด้วยทองทั้งตัวซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนินไปในชนบท”
“...... มีทับทิมอยู่สองลูกซึ่งนับว่าใหญ่โตมากและที่เคยเห็นก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีน้ำงามเท่ากับที่เจ้านายในยุโรปประดับกันอยู่ทีเดียว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าจนกระทั้งบัดนี้ก็ยังไม่มีช่างเจียระไนในพระราชอาณาจักร ที่สามารถจะทำให้เพชรนิลจินดาเหล่านี้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอีกมากนัก ถ้าได้รับการเจียระไนให้วิจิตร ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าในยุโรปของเรานั้นยังจะมีที่งดงามเทียบเท่าบ้างหรือไฉน”
บันทึก โดย นิโกลาส์ แชรแวส ในหนังสือเรื่องประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมือง (ในแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช)
ผู้บันทึกได้พรรณนาให้เห็นภาพความร่ำรวยในท้องพระคลังแห่งกรุงศรีอยุธยาไว้ได้อย่างดีเยี่ยมครับ ถ้อยคำมีการพูดถึงอยุธยาในแบบที่ลาลูแบร์ไม่ได้บันทึกไว้ อีกทั้งการพำนักอยู่ถึงสี่ปี ย่อมจะทำให้ผู้บันทึกเข้าถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิถีชีวิตและสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกภายในวังหลวงได้อีกด้วยครับ
เครื่องทอง(ภาพจำลอง)
ในส่วนพระคลังมหาสมบัตินี้ คนทั่วไปในกรุงศรีอยุธยาคงไม่มีโอกาสได้รับรู้อย่างแน่นอนครับ แต่หากถามต่อว่าแชรแวสสามารถเข้าถึงข้อมูลระดับนี้ได้อย่างไร ตรงนี้น่าคิดครับ ถ้าให้ผมวิเคราะห์ก็คงจะเน้นพิธีทางการทูตเป็นส่วนใหญ่ ทางราชสำนักถึงอนุญาต แต่ผมก็คิดว่าสิ่งที่แชรแวสได้เห็นนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ
เครื่องทองโบราณจากกรุวัดราชบูรณะ
เพราะยังมีพระพุทธรูปทองคำที่อยู่ตามอุโบสถอีกหลายแห่ง และนี่ยังไม่รวมพระคลังมหาสมบัติที่อยู่ในนารายณ์ราชนิเวศอีกแห่งด้วยนะครับ ยังมีกรุต่างๆที่ฝังสมบัติไว้อย่างเป็นความลับ ฉะนั้นแล้วสมบัติแห่งกรุงศรีอยุธยานั้นมีมากมายเหลือคณานับครับ
จะเห็นได้ว่าข้อมูลเหล่านี้ประวัติศาสตร์พงศาวดารไทยมีบันทึกไว้น้อยมากหรือมีก็จะยังไม่ละเอียดนักครับ ถือว่าบันทึกฉบับนี้สามารถจะทำให้ท่านผู้อ่านพอจะจินตนาการถึงสมบัติในพระคลังได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ ทั้งหมดนี่คือความร่ำรวยและความยิ่งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยาในมุมของชาวตะวันตกครับ
❤️กดไลค์ กดแชร์ ติดตามเป็นกำลังใจ❤️
🙏ขอบพระคุณครับ🙏
อ้างอิง:
- George Modelski, World Cities: –3000 to 2000, Washington DC: FAROS 2000, 2003
- Four Thousand Years of Urban Growth , Tertius Chandler
- The Natural and Political History of the Kingdom of Siam, Nicolas Gervaise

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
ณธรรศ​ เลาหสุวรรณรัตน์
แล้วฉางอานของจีนสมัยถังล่ะครับ.. การสร้างความมั่งคั่งก็มาจากเปิดรับและค้าขายกับหลากหลายชนชาติเหมือนอยุธยา
16 ม.ค. เวลา 12:03
คนไทยตัวเล็กเล็ก
ตามมาเก็บอ่านบทความที่ตกหล่นค่ะ เพราะบางช่วงไม่ได้เข้ามาเลย
24 พ.ย. 2020 เวลา 15:19
เฉิดฉาย
รำ่รวยจริงกรุงศรีอยุธยา 😊
22 พ.ย. 2020 เวลา 13:12