คลังผนึก 'ธปท.' สกัดเก็ง 'บาท' ครึ่งเดือนต่างชาติซื้อหุ้น-บอนด์ 7.2 หมื่นล้าน
“อาคม” ชี้ต่างชาติเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยดันเงินบาทแข็งค่า ถกแบงก์ชาติออกมาตรการดูแลสกัดเก็งกำไร เผยครึ่งเดือนเงินทุนไหลเข้าทะลัก “หุ้น-บอนด์” 7.2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะตราสารหนี้อายุต่ำกว่า 1 ปียอดพุ่ง 4.6 หมื่นล้านบาท
คลังผนึก 'ธปท.' สกัดเก็ง 'บาท' ครึ่งเดือนต่างชาติซื้อหุ้น-บอนด์ 7.2 หมื่นล้าน
ค่าเงินบาทปิดตลาดวานนี้ (16 พ.ย.) ที่ 30.22 บาทต่อดอลลาร์ แม้จะอ่อนค่าจากเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ระดับ 30.16 บาทต่อดอลาร์ แต่นักค้าเงินระบุว่า ค่าเงินบาทในช่วงนี้แข็งค่าขึ้นมาเร็ว ทำให้มีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา โดยเงินบาทวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.14-30.23 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า แรงขายทำกำไรในค่าเงินบาทส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาแสดงความเห็นว่าจะให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)มาช่วยดูแลค่าเงินบาทด้วย
ด้านนายอาคม แสดงความเป็นห่วงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุดวานนี้ให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งว่า “ได้หารือกับธปท.แล้ว ซึ่งคงมีหลายๆมาตรการมาดูแล”
1
นายอาคม กล่าวว่า สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่านั้น เป็นเพราะช่วงนี้ตลาดหุ้นของไทยดี ส่วนหนึ่งเพราะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ผ่านไปด้วยดี และพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ต่างชาติยังให้ความเชื่อมั่นเรื่องของเศรษฐกิจของไทยทำให้ต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในไทย
อย่างไรก็ตามการดูแลค่าเงินบาทนโยบายการเงินและนโยบายการคลังจะต้องทำงานประสานกัน โดยในส่วนของนโยบายการคลังนั้น นอกจากจะมีเรื่องของการนำเข้าสินค้าในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าแล้ว ยังมีเรื่องของการชำระหนี้ต่างประเทศ เพื่อจ่ายเงินดอลลาร์ออกไป และการเบิกเงินกู้ต่างประเทศที่จะต้องทยอยเบิก ซึ่งตรงนี้อาจจะช่วยผ่อนคลายได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังในเรื่องของเงินทุนที่ไหลเข้ามาในช่วงที่ตลาดดี คือ เรื่องของการเก็งกำไร ฉะนั้นจะต้องบริหารหลายด้าน
1
“แม้เราจะมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่ยังไม่ถึงเวลาเรื่องการนำสินค้าเข้า โดยเฉพาะเรื่องของโครงการรถไฟต่างๆ เรื่องขบวนรถไฟความเร็วสูงก็ยังใช้เวลาอีกหลายปี แต่ที่ผ่านมาก็มีเพียงรถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง ที่ตัวรถนำเข้ามา ก็จ่ายเงินดอลลาร์ออกไป เราคงต้องดูเงินกู้ครบเวลาชำระหรือไม่ ก็อาจจะช่วยผ่อนคลายได้บ้าง แต่การเบิกจ่ายเงินกู้ต่างประเทศไม่ได้เบิกจ่ายทีเดียวทั้งก้อน เราต้องดูคงช่วยกันทั้งมาตรการเงินแบงก์ชาติและมาตรการทางการคลังของเราด้วย”
1
“บาทแข็ง” โอกาสเอกชนลงทุน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่า สถานการณ์เงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็นเรื่องปกติ เพราะมีกระแสเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศ โดยเมื่อไทยส่งออกได้มากขึ้น แต่มีการนำเข้าสินค้าทุนน้อยก็มีส่วนที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดทำให้เงินบาทแข็งแต่ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นมา
1
ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสของภาคเอกชนที่จะลงทุนเพิ่มเพื่อปรับโครงสร้างและประสิทธิภาพการผลิตโดยนำเอาเครื่องจักรเครื่องมือที่สามารถลดต้นทุนการผลิตเข้ามาช่วยส่งเสริมศักยภาพการผลิตให้แข่งขันได้ โดยเฉพาะบางสินค้าที่มีการผลิตคล้ายกับไทยแต่เขาได้ประโยชน์จากค่าแรงที่ต่ำกว่าไทย
สำหรับอัตราการนำเข้าสินค้าในไตรมาส 2 ปีนี้ ลดลง 23.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว ในขณะที่การนำเข้าในไตรมาส 3 มีมูลค่า 45,294 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 17.8% สอดคล้องกับระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน แต่ถือว่ามีการนำเข้าดีขึ้นจากไตรมาส 2 ปีนี้
ทั้งนี้การลดลงในทุกหมวดสินค้าทั้งหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุน โดยเฉพาะสินค้าทุนลดลงมากที่สุด 17.6%
เงินร้อนทะลักหุ้น-บอนด์
นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย หรือ TMB Analytics กล่าวว่า หากดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ในช่วง 16 วัน ของเดือนพ.ย. 2563 พบว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง โดยล่าสุดแข็งค่าขึ้น 3.24% หากเทียบกับปลายเดือนต.ค. และแข็งค่าขึ้นเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค โดยแข็งค่าอันดับหนึ่งคือ รูเปียห์ อินโดนีเซีย แข็งค่าขึ้น 3.65%
นายนริศ กล่าวว่า ค่าเงินบาทแข็งค่ารวดเร็ว ในช่วงระยะเวลาอันสั้น ส่วนหนึ่งจากเงินทุนไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติ ที่พบว่า ในรอบ 16 วันที่ผ่านมา (1-16พ.ย.) ไหลเข้าถึง 72,334 ล้านบาท เป็นเงินทุนไหลเข้าที่สูงที่สุดของปี หลังก่อนหน้าเงินทุนต่างชาติไหลออกแรง โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่เงินต่างชาติไหลออกถึง 1.7 แสนล้านบาท
1
หากพิจารณาเงินทุนไหลเข้าของต่างชาติ พบว่าแบ่งเป็นเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดตราสารหนี้(บอนด์)ระยะสั้น ไม่เกิน 1 ปี กว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบอนด์ระยะสั้นของธปท. ขณะที่ไหลเข้าตลาดหุ้น ถึงวันที่ 13 พ.ย.ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยเงินร้อนที่ไหลเข้าสะท้อนมุมมองบวกของต่างชาติ เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น หลังมีการปรับจีดีพีเพิ่มขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น หลังการเลือกตั้งสหรัฐมีความชัดเจน
“เงินทุนที่ไหลเข้าเดือนนี้ ถือว่าเป็นเงินร้อนจริงๆที่เข้ามา เพราะส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาลงทุนระยะสั้นๆ โดยเฉพาะบอนด์ ที่ไม่เกิน 1 ปี ทำให้ค่าเงินบาทเราแข็งค่าเกือบอันดับหนึ่งของภูมิภาค และแข็งค่ากว่าเงินหยวนที่เราค้าขายด้วยมาก ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เห็นว่าแบงก์ชาติมีการเข้ามาดูแลค่าเงินบาทอยู่แล้ว แต่หากแข็งค่าขึ้นอีกก็คงเห็นการดูแลมากขึ้นอีก”
อ่านเพิ่มเติม
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/908137?anb=
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้