ทำไมภัยคุกคามจากหุ่นยนต์สังหารถึงอยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิด
จากรถยนต์ขับเลื่อนอัตโนมัติ ไปจนถึงผู้ช่วยเหลือทางดิจิตอล Artificail intelligence(AI) กลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างมากในชีวิตของเรา แต่ในทางกลับกันมันก็ถูกใช้ในการเป็นอาวุธ หรือในด้านสงครามเช่นกัน
อาวุธสงคราม AI ที่บทบาทสำคัญมากในกองทัพ สหรัฐ จีน และรัสเซีย และระบบอาวุธที่มีปัจจุบันได้เริ่มติดตั้ง AI ไปแล้วทำให้สามารถทำงานได้อิสระด้วยตนเองตามระบบ AI ที่ถูกติดตั้ง และการพัฒนา AI ที่ติดอาวุธในอนาคตจะสามารถตัดสินใจในการฆ่ามนุษย์ตามโปรแกรมที่ติดตั้ง โดยไม่จำเป็นต้องถูกควบคุมโดยมนุษย์ สามารถมีอิสระได้การตัดสินใจด้วยตัวเอง
---- งบประมาณของกองทัพถูกใช้ในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ----
ผลประโยชน์ที่กองทัพได้รับจากการใช้ AI มหาศาลมาก จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศเพิ่มงบลงทุนจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับเทคโนโลยีนี้ เนื่องจากการใช้ AI จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ช่วยให้การปฏิบัติการทางทหารกว้างขึ้น และช่วยรักษาชีวิตของพลทหารมนุษย์ด้วย
ในปี 2017 รัฐบาลสหรัฐลงทุนด้านการพัฒนาโดรนสำหรับทางทหารไปเป็นจำนวนถึง 4.61 พันล้านดอลลาร์
ในปี 2017 กระทรวงกลาโหมของสหรัฐได้เปิดเผยคำขออนุมัติงบประมาณสำหรับโครงการ Military Intelligence เป็นจำนวน 16.8 พันล้านดอลลาร์
ในปี 2018 โครงการข่าวกรองแห่งชาติเผยว่ามีหน่วยงาน 17 แห่งได้ลงทุนสำหรับเทคโนโลยีทางทหารไปเป็นจำนวนถึง 53.5 พันล้านดอลลาร์
โดยงบลงทุนทั้งหมดนี้เป็นแค่บางส่วนที่เปิดเผยเท่านั้น ซึ่งโดยปกติงบลงทุนทางทหารจะเป็น Black Budget หรือเป็นโครงการที่เป็นความลับนั่นเอง
----- หลายประเทศกำลังพิจารณาร่างกฎหมายควบคุมเครื่องจักรสงครามที่เหมาะสม -----
ประเทศที่กำลังพัฒนาการใช้ AI อ้างว่า AI ติดอาวุธสามารถตอบสนองได้เร็วมากกว่าความเร็วของมนุษย์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการโจมตีเป้าหมาย และนอกจากนั้นยังช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับพลทหาร
แต่อย่างไรก็ตามการใช้ AI ในการตัดสินใจโดยปราศจากวิจารณญานของมนุษย์ยังขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศอยู่
องค์กรสหประชาชาติ(UN) เองก็ไม่ยอมรับในประเด็นการใช้เครื่องจักรโดยปราศจากการควบคุมโดยมนุษย์ เนื่องจากมองว่าขัดต่อทั้งเหตุผลทางจริยธรรม และกฎหมายในการมอบหมายการตัดสินใจให้กับเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว
แต่ประเด็นด้านกฎหมายนี้แต่ละประเทศก็ตีความไม่เหมือนกันโดยเฉพาะคำว่า “การควบคุมของมนุษย์”
จริงๆแล้วมนุษย์มีการควบคุมตลอดวงจรชีวิตของอาวุธตั้งแต่การพัฒนา ไปจนถึงการใช้ทางทหาร เพราะฉะนั้นแต่ละประเทศอาจจะตีความคำว่า “การควบคุมของมนุษย์แตกต่างกัน”
หลายประเทศส่งเสริมนิยาม “การควบคุมของมนุษย์” ให้เป็น กระบวนการ แทนที่ เป็นการตัดสินใจครั้งเดียว(เช่น สั่งทำงาน 1 ครั้ง) เนื่องจากค่อนข้างจะสะท้อนความเป็นจริงในการปฏิบัติงานมากกว่า
ทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญกับการวิจัย และการพัฒนาในระยะเริ่มต้นมากขึ้น แทนที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้งานในสนามรบ เช่น ต้องมีความสามารถในการแยกแยะระหว่างพลเรือน และพลทหาร หรือประเมินการตอบสนองทางทหารตามสัดส่วนซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบติตามกฎหมายสากล
แม้ว่าหลายชาติกำลังมุ่งเน้นในด้านการวิจัย และพัฒนาจะข่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมอาวุธสงคราม AI ก็ตาม แต่อัลกอริทึมที่ใช้ปัจจุบันก็ไม่สามารถคาดเดา และเข้าใจการตัดสินใจของ AI ได้ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าระบบมีการคำนวณเป้าหมายอย่างไร
ทำให้ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมอย่างแน่ชัด บางประเทศต้องการให้มีกฎหมายที่ควบคุมเข้มงวดขึ้น แต่บางประเทศอย่างสหรัฐมองว่าการควบคุมของปัจจุบันเพียงพอแล้ว
----- ทหารหุ่นยนต์ สหราชอาณาจักร Robot Soldiers -----
หัวหน้ากองกำลังของสหราชอาณาจักรมีแผนจะนำ Robot Soldiers หรือทหารหุ่นยนต์มาต่อสู้ร่วมกับพลทหารมนุษย์ในอนาคต
นายพล Nick Carter ของสหราชอาณาจักรได้ให้สัมภาษณ์กับ Sky news ว่ากองทัพอังกฤษมีแผนจะใช้หุ่นยนต์รบในทศวรรษที่ 2030 โดยต้องการมีกองทัพถึง 120,000 คน โดยที่ 30,000 นายเป็นหุ่นยนต์ และนอกจากนั้นจะสร้างครื่องจักรที่ควบคุมด้วยตนเองหรือควบคุมแบบระยะไกลด้วย
และนายพล Carter คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปี หุ่นยนต์รบจะมีบทบาทอย่างมากในสนามรบ และจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางทหารอย่างมหาศาล
----- เรือขับเคลือนอัตโนมัติ สหรัฐอเมริกา DARPA’s Sea Hunter -----
เป็นเรือโดรนที่ใช้ล่าเรือดำน้ำของสำนักงานโครงการการวิจัยขั้นสูงกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ DARPA ขนาดความยาว 40 เมตร ไม่ติดอาวุธ แต่ติดตั้งระบบตรวจจับเรือดำน้ำประสิทธิภาพสูง ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เนื่องจากทำงานด้วยเครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้าไร้เสียง สามารถอยู่ทะเลได้นานหลายเดือน สามารถทนต่อคลื่นได้ถึง 4 เมตร โดยหน้าที่หลักคือตรวจหาเรือดำน้ำแปลกปลอมที่ละเมิดเข้ามาในน่านน้ำสหรัฐ
------ รถถังควบคุมระยะไกล ของรัสเซีย Uran-9 ------
รัสเซียได้เปิดเผยรถถังควบคุมระยะไกล โดยมีความสามารถในการตรวจจับเป้าหมาย และระบบระบุตัวตนทำให้สามารถดำเนินการได้โดยใช้คนเพียงคนเดียว และสามารถตั้งโปรแกรมให้ทำงานอัตโนมัติได้ด้วย
มีน้ำหนักถึง 10 ตัน ปืนใหญ่ 30 มม. และมีความสามารถในการยิงขีปนาวุธ มีความสามารถในการต่อสู้ในเมือง และการต่อต้านการก่อการร้าย โดยรัสเซียจะนำไปใช้ในกองทัพ รวมถึงการส่งออกด้วย
----- หุ่นยนต์ยาม เกาหลีใต้ Samsung SGR-A1 และ DoMaam Super aEgis ll -----
เป็นปืนทหารติดตั้งระบบ AI ที่มีความสามารถในการเฝ้าระวัง และตอบสนองต่อภัยคุกคาม โดยสามารถตรวจจับคนได้ในรัศมี 3 กิโลเมตรในตอนกลางวัน และ 2.2 กิโลเมตรในตอนกลางคืน มีขนาดลำกล้อง 127 มม.
ปัจจุบันถูกใช้ในเขตพรมแดนระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือเพื่อตรวจจับผู้บุกรุก
----- ฝูงโดรน สหรัฐอเมริกา Perdix Drones -----
เป็น Micro โดรนที่ถูกพัฒนาโดยสหรัฐ ที่สามารถทำงานพร้อมกันได้จำนวนมาก และสื่อสารกันโดยอัตโนมัติ เพื่อร่วมกันตัดสินใจ Perdix Drones ไม่ต้องตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า เนื่องจากมันทำงานเสมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ร่วมกันแบ่งปันสมอง สำหรับการตัดสินใจ และปรับตัวเข้าหากันเหมือนฝูงสิ่งมีชีวิตชนิดหนึง
โดยสามารถนำไปใช้ในการให้ข้อมูลสนามรบแบบเรียลไทม์ และนำไปใช้ในการรบกวนการสื่อสารของศัตรู หรือนำไปใช้เป็นเครือข่ายการสื่อสารได้
Credit Pic: wall.alphacoders
ความคิดเห็น
สุที วงค์ละคร
การใช้พลทหาร อาจเป็นเทคโนโลยี่ตกยุค
19 พ.ย. 2020 เวลา 14:57