21 พ.ย. 2020 เวลา 11:25 • ท่องเที่ยว
❤️ Hallstatt หมู่บ้านมรดกโลกแห่งออสเตรีย❤️
🌸 เมืองในฝันของใครหลายคน ที่อยากไปเยี่ยมเยือน 🌸
จำได้ว่า มีอยู่ปีหนึ่ง เจ้านายตั้ง Incentive ให้บรรดา Manager ทั้งหลายว่า ใครทำเป้าหมายได้ถึง 125% เจ้านายจะแจกตั๋วให้ไป ทัวร์ยุโรป และมีHallstatt อยู่ในนั้นด้วย😍 เท่านั้นแหละ ทุกคนที่บริหารอยู่ในแผนกขาย ก็ไล่กวดลูกน้องกันยกใหญ่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แล้วท้ายสุดผลก็ออกมา มีอีกทีมชนะเลิศ เราได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะเขาเก่งจริงๆ ก็เลยได้แต่ฝากบอกเพื่อนอีกทีมว่า เที่ยวให้สนุกน๊ะจ๊ะ ถ่ายรูปมาเผื่อด้วยน๊ะ😭😭 ก็โถ..เราอยากไปที่นั่นใจจะขาด
พอเพื่อนออกเดินทางไปแล้ว เดินสวนกับเจ้านายหน้าห้องน้ำ เจ้านายยิ้มๆ แล้วพูดลอยๆมาว่า “ใครอยากไป ปีหน้า ทำยอด 150% สิจะให้ไป สวิสด้วย” นางรู้จักเราดี ว่าเราอยากได้อะไร นางจึงแกล้งมาตอกย้ำเรามากขึ้น 😒เราพึมพำเสียงดังให้ได้ยินว่า “ไม่เป็นไรค่ะ 150% จ่ายตังค์ไปเองน่าจะดีกว่าค่ะ” พร้อมค้อนเจ้านายควับเข้าให้😩แหม 150% คงต้องรอชาติหน้าโน่นแหละ ง่ายซะที่ไหน 125% เนี่ย เลือดตาแทบกระเด็น ใช้ทั้งพลังกาย พลังใจและพลังไสยศาสตร์ ทุกแขนงแล้ว ยังไม่สำเร็จเลย ยังจะมาแซวแบบนี้ได้งัย มาจี้จุดใจดำชัดๆ คนยิ่งหัวใจสลายอยู่😞
บ้านเรือน น่ารักๆ ปลูกติดริมน้ำ อ้าแขนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน
ในปีนั้น มีช่วงหนึ่ง กทม.อากาศเย็นมาก เรากำลังงัวเงีย จะหลับอยู่แล้ว เผอิญเปิดสารคดีทิ้งไว้ ตาต้องเบิกโตอีกครั้งเพราะสารคดีของ BBC พาเทียว Hallstatt เท่านั้นแหละ เรารีบไปเร่งแอร์ให้เย็นเจี๊ยบ พร้อมเปิดเพลง Mozart คลอเบาๆ เปิดตู้เย็นหยิบแอ๊ปเปิ้ล มา 1 ลูกเพื่อนอนกัดไปด้วยระหว่างอยู่ Hallstatt บนเตียงนอนของตัวเอง😢😢ชีวิตคนแพ้ ก็ต้องดูแลตัวเองแบบนี้แหละ 😢จนกระทั่ง ท่าน Manager อีกแผนกมานำเสนอว่า “แกอยากไปใช่ม๊ะ ไปป่ะ กำลังอยากอยู่พอดีเหมือนกัน” 🥳🥳bingo หาตั๋วทันควัน ตอนนั้นโชคเข้าข้าง เจอตั๋วไปกลับ 13,000 เอง แถมเป็นสายการบิน Emirate ซะด้วย เรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องเล็ก สำหรับทัวร์พม่าแบบเรา ไปกันสามคนหาร 3 ทุกอย่างก็ถูกลงอีก😁😁 ส่วนอาหารก็คือมาม่า และแกงซอง อัดลงกระเป๋า จนแน่น กินเนื้อที่มากกว่าเสื้อผ้าที่เตรียมไปเสียอีก😃😃
หลังจากทุบกระปุกออมสินกระจายแล้ว มาคำนวนว่า จะมีชีวิตอย่างไร เท่าที่มีสตางค์อยู่ เมื่อไปถึงที่นั่น จึงพบว่าจากที่อยากจะนอน Hallstatt สักคืน คงทำไม่ได้แล้ว เพราะโรงแรมที่นั่น ขั้นถูกๆก็คืนละเกือบ 2 หมื่นแล้ว และที่สำคัญช่วงที่เราจะไป ไอ้ที่ถูกๆ มันเต็มหมดแล้ว เหลือแต่ 5 หมื่นขึ้น ตายๆๆ นอนคืนเดียวหมดตัว จึงตัดสินใจนอนในบาวาเรีย แล้วนั่งรถไป Hallstatt ละกัน
น่ารัก น่าอยู่ชะมัด บ้านในจินตนาการ🤗🤭
นอกจากรูปทรงจะเก๋แล้ว การเลือกใช้สีก็ดูกลมกลืน น่ารักทุกหลังเลย
เช้าตรู่ รีบไปกินอาหารเช้าของโรงแรม พร้อมกับหยิบขนมปัง กับแอ๊ปเปิ้ลมาให้มากสักหน่อย เพื่อจะได้แอบเอาทิชชูห่อหย่อนลงกระเป๋าเสื้อโค้ท ที่ลืมไม่ได้คือไข่ต้มสัก 2ฟอง สำหรับมื้อกลางวัน😁😁 ใครจะหัวเราะ ไม่ว่ากัน คุณพึมพำทำแบบนี้ทุกครั้งเวลาไปต่างประเทศ 😂😂บางครั้งมานั่งคิดเหมือนกันว่า คนรวยๆที่เขาไปเที่ยวกัน คงจะมีชีวิตราบเรียบไร้ความตื่นเต้นแบบเรา มันจะสนุกเหรอที่ทุกมื้อกินแต่ไข่ปลาคาเวียร์ ไหนเลยจะสู้ไข่ไก่ต้ม ที่แอบหยิบมาจากโรงแรม มาราดด้วยซอสแม็กกี้ ขวดเล็ก ประจำตัวแบบเรา🥰🥰
การไป Hallstatt ต้องขึ้นรถบัส แล้วไปต่อรถไฟ แล้วก็ไปลงสถานี Hallstatt เพื่อลงเรือ ข้ามไปฝั่งเมือง แล้วความฝันก็อยู่ตรงหน้า 🥺🤭🤗 มือถือถ่ายรูปไม่ยั้งค่ะ ไม่โฟกงโฟกัสอะไรแล้ว สลับกันกับกล้องที่ห้อยคออยู่ โอ้ยย มันสวยจริงๆ บ้านเมืองสีสันสวยงาม รูปแบบเก๋มาก ดูสงบเงียบดีจัง แล้วเรือก็พาไปจอดที่หน้าโบสถ์ ที่เห็นเป็นที่โดดเด่นของภาพนั่นเลย
🌺ดอกหญ้าสวยๆของโปรดปราน ถูกลมเย็นแกว่งไกว เชื้อเชิญให้ถ่ายรูปกันสลอน🌺
หน้าต่างบ้านแต่ละหลัง ชวนให้เราเป็นโรคถ้ำมอง 😎เพราะเราเป็นบ้าหน้าต่างสวยๆทุกที่
พอขาเหยีบบมาบนพื้นของHallstatt ความผิดหวังเกิดขึ้นเล็กน้อย เมื่อในโลกของความจริง มันบอกให้เรารู้ว่า ไม่ใช่มีแค่เราที่อยากมาที่นี่ แต่พบว่าทัวร์จีนมากันมากมายจนคิดว่า เอนี่เราอยู่เซียงไฮ้หรือเปล่าเนื่ย😱😱 ก็รู้กันอยู่ ทัวร์จีนจะเสียงดัง และไม่มีความเกรงอกเกรงใจใคร เรื่องการแย่งคิว เป็นเอกลักษณ์ของทัวร์จีน มันทำให้ Hallstatt ในรูปสวยๆที่เราเห็น ไม่เป็นดั่งฝัน บอกได้เลย ถ้ามานั่งฟังเพลงMozart ในตอนนั้น. คงไม่ได้ยิน เพราะเสียงตะโกนโหวกเหวก ข้ามหัวไปมา มีอยู่ทั่วเกาะ
ดังนั้นก่อนที่คุณค่าของเงินที่เสียไป จะสูญเสียไปอย่างไร้ค่า เพราะเสียใจที่ทัวร์จีน ทำเสียบรรยากาศ จึงต้องรีบทำการปรับอารมณ์ให้สดใส ไม่หงุดหงิด และพยายาม มองผู้คนที่มากมายราวจอกแหน ให้สูญหายไปในจินตนาการของเรา โดยการหยิบหูฟัง เปิดเพลงบรรเลงในโทรศัพท์ให้ดังกลบเสียงที่ดังภายนอก และโฟกัสแต่วิว และสิ่งสวยงามตรงหน้า นั่นแหละคือวิธีการแยกตัวออกจากโลกเบื้องหน้า ในแบบคนโลกส่วนตัวสูงแบบเราๆชอบทำ😂😂
นางแบบผู้แสนสวย โพสต์ท่าสง่างาม เข้ากันกับเพลง Swans Lake ในหูฟังของเราเป็นยิ่งนัก เดินไปเจอรังของนางมีไข่เพียบเลย
ของวางตกแต่งตามถนนหนทาง น่ารัก น่าขโมยเป็นยิ่งนัก ถ้าเป็นบ้านเรา คงเรียบร้อยไปแล้ว 😂😂😂
ร้านขายชุดพื้นเมืองสวยๆ ซึ่งเราแอบไปหลงรักหมวกสักหลาดของผู้ชาย มีขนนกประดับแต่ใบละ 200 Euro ก็เลยวางลงเบาๆ
ตุ๊กตาไม้ ของฝากที่ทำเรากระเป๋าตังค์แฟบ😁
ภาพบนนี้คือบริเวณสุสาน เป็นส่วนที่เงียบที่สุดปลอดจากชาวจีน มองลงไปด้านล่างสวยจนต้องยืนชมกับเจ้าของหลุม ว่าทำงัยถึงได้โชคดีที่มาฝังอยู่ตรงนี้😂
บางคนคงแปลกใจ ว่าเห็นบ่นว่าทัวร์จีนเยอะแยะ ทำไมรูปออกมาไม่เห็นมีคนเลย😂😂อันนี้ขอโม้ค่ะ มันเป็นความสามารถพิเศษของคนตัวสูงเกือบ 170 Cm.อย่างเรา ที่พอยกแขนยาวๆ สูงขึ้นอีกนิด ก็พิชิตศรีษะนักท่องเที่ยวอื่นๆได้หมดแล้ว และภาพในแนวราบเหรอ เทคนิคง่ายๆ คือให้เลือกจุดที่เราจะถ่ายไว้ (ซึ่งมักจะมีคนมายืนจ่อไม่ยอมไปไหนเสียที) พอคนเดินหันหลังไป ให้รีบกดชัทเตอร์ ให้เร็วที่สุด จึงได้ภาพ สวยๆแบบไร้ผู้ไร้คน มาหลอกชาวโลก ให้คลั่งไคล้😂😂
ด้านบนเขามีจุดชมวิวบนภูเขาเกลือ (Salzwelten) ที่เราจะสามารถมองเห็นหมู่บ้านฮัลล์สตัทท์จากมุมสูงที่ 1,200 ฟุต เขาว่ากันว่าสามารถเห็นวิวพาโนรามาของเทือกเขาอัลไพน์ ที่ยื่นจากหน้าผาเหมือนเดินบนอากาศเหนือหลังคาฮัลล์สตัทท์ กันเลยที่เดียว แต่น่าเสียดาย เพราะเราไม่มีเวลามากพอ เพราะรถบัสเที่ยวสุดท้าย ที่จะต้องกลับเข้าเมือง มันร้องเรียกอยู่ จึงจำเป็นต้อง say bye bye แบบยากเย็น❤️
📌 ภาพฝันกับภาพจริง บางครั้งต้องเผื่อใจอกหักไว้บ้าง💔
📌สงสารคนที่มีบ้านอยู่ที่นั่น ต้องแลกระหว่างบ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยว กับความสงบสุขที่หายไป🏕
📌 ชีวิตมนุษย์ กิเลสไม่เคยจบสิ้น พอถึง Hallstatt แล้ว จิตใจก็เริ่มหันไปหาที่ใหม่อีก😂😂

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา