ทำไมผู้คนในยุคโบราณถึงมองว่า "เบียร์" มีประโยชน์กับร่างกาย ?
มาดูเรื่องราวที่น่าสนใจของ "เบียร์" กัน
ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว เราก็จะนึกถึงแต่โทษของมันเสียเป็นส่วนใหญ่
ถ้าจะให้พูดนะ เอาจริงๆแล้ว บนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่มีข้อดีไปเสียอย่างเดียว หรือมีแต่ข้อเสีย
บทความนี้ เราขอพาเพื่อนๆไปรู้จักเรื่องราวดีดี ของ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “เบียร์” กันบ้างดีกว่า
จุดเริ่มต้นของ เบียร์ เนี่ย ถ้าจะให้ย้อนความ คงต้องย้อนไปเมื่อ 13,000 ปีที่แล้วเลยละ.... ไกลไปไหมหว่า
สรุปสั้นๆคือ จากรายงานของนักวิจัย ชื่อ คุณ Li Li จาก Stanford University
คุณคนนี้ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเบียร์
13,000 ปีก่อน - คือในสมัยไพลสโตซีน (Pleistocene Epoch) หรือยุคหินน้ำแข็งใหม่ ในเวลานั้นอากาศแปรปรวนมาก มนุษย์สมัยเก่าจึงพยายามหาสิ่งที่ทำให้ตัวเองอบอุ่นมากกว่าการก่อกองไฟ ... และนั่นคือ เครื่องดื่มที่ทำมาจากพืช และจากการหมักนี่เอง
ว่าแต่..พวกเขาจะไม่รู้ตัวหรอก ว่าสิ่งในอีกหนึ่งหมื่นปีต่อมา จะกลายเป็น “เบียร์”
9,000 ปีก่อน – เครื่องดื่มเบียร์เนี่ย เป็นที่นิยมมากของชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นชาวนา ด้วยหลักการเดิมคือ เป็นส่วนผสมของพืชจำพวกข้าว ที่สามารถหาง่าย หลังจากหมักแล้วดื่ม ทำให้คลายหนาว และอารมณ์ดี
2,700 ปีก่อน – กับต้นตำหรับราชาแห่งทองคำ จากตำนานกรีกชื่อดังอย่าง “Kind Midus” ก็ยังมีการระบุว่า เจ้า “เบียร์” เนี่ย เปรียบเสมือนกับทองของพระราชาไมดัสเลย แม้กระทั่งหน้าหลุมศพยังพบเบียร์น้ำทองวางอยู่ด้วย....
ราชาไมดัสเนี่ย เค้ามีความชอบดื่มอยู่ 2 อย่างตามตำนาน คือ เบียร์ประเภทเอล และ ไวน์ชาดอนเน่
ตำนานนี้เองยังได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัท Dogfish Head ผลิตเบียร์เอลที่ชื่อว่า “Midas touch” มาอีกเช่นกัน
นักวิจัยจาก University of Pennsylvania ยังเผยอีกว่า จากผลวิจัยต่างๆ เค้าพบว่าคนสมัยโบราณเนี่ย ผลิตเบียร์ได้ง่ายกว่า คนสมัยอีกเยอะเลย
ถ้าเปรียบเทียบ การผลิตเบียร์ ก็คงจะง่าย คล้ายๆกับการผลิตนมวัว หรือคลิปหนีบกระดาษในสมัยนี้
ในยุดสมัยของชาวเมโสโปเตเมีย ผู้คนในสมัยนั้นมีความชื่นชอบเบียร์เป็นอย่างมาก
ความเชื่อของพวกเขาคือ ประโยชน์ของเบียร์ จะเกิดมาจากการหมัก และการผลิตที่ดี
และประโยชน์จากสารอาหาร และวิตามินต่างๆ ได้มากจากยีสที่มีคุณภาพ
โดยชาวสุเมเรียนจะมีการดื่มเบียร์มากถึงวันละ 1 ลิตรเป็นปกติ (ถ้าเป็นสมัยนี้ละก็...ลงพุงบวมเป่งไปเลยละ)
ถัดมาชาวอียิปโบราณเองยังมีวิธีการลดความอ้วน (ซึ่งไม่แน่ใจว่า สมัยนั้นเค้านิยมลดความอ้วนกันด้วยเหรอ)
ด้วยการกิน “เบียร์คู่กับขนมปัง”
โดยพวกเขาจะได้รับสารอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล (จากการหมักข้าวบาร์เล่ มอลต์) รวมถึงวิตามินต่างๆอีกด้วย
และทันทีที่เบียร์ทำการผลิตเสร็จ พวกเขาจะนิยมดื่มกันภายใน 48 ชั่วโมง และจะไม่ปล่อยแช่เบียร์ทิ้งเอาไว้
ฟังดูอาจจะประหลาดดีเนอะ
งั้น..ไปพบกับความประหลาดที่มากกว่านี้กันเถอะ
มาที่ประเทศจีนกันบ้าง ในยุคราชวงศ์ชาง (ปี 1600 ก่อนคริสตศักราช)
ชาวจีนโบราณยุคนั้น ยังนิยมการใช้เบียร์ มาเป็น 1 ในยารักษาโรคอีกด้วย
แต่ในภายหลังก็มีการค้นพบว่า ที่ชาวจีนในสมัยราชวงศ์ชางที่มีการหมักเบียร์เพื่อรักษาโรคเนี่ย จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่การหมักข้าวบาร์เล่ และยีส
แต่ยังมีส่วนผสมหลักๆของ ต้น “ชิงเฮา หรือ Sweet wormwood” เป็นสมุนไพรโบราณที่สามารถช่วยเรื่องของ การลดไข้ แก้ร้อนใน เพิ่มความเย็น และยังใช้เป็นยาในการแก้ไข้จับสั่นมาลาเรียอีกด้วยนะ (ปัจจุบันนี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่นะ)
เหมือนผักชีโรยเลยอะ
ไม่น่าเชื่อนะว่า จากความเชื่อในเรื่องของประโยชน์ของเบียร์ จะกลายเป็นสิ่งของที่ทำให้มึนเมาได้ในยุคปัจจุบันได้
ถ้าคิดอีกแบบก็คือ คนสมัยก่อนในยุคประวัติศาสตร์ หรือตามตำนานต่างๆ ยังมีความรู้ไม่มากเพียงพอ จึงทำให้คิดว่า สิ่งไหนก่อให้เกิดความสุขได้ สิ่งนั้นย่อมมีประโยชน์เสมอ..
หรือคิดอีกมุมแบบแง่คือ การพัฒนาการของมนุษย์ อาจทำให้ร่างกาย ตอบสนองกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แย่ลงกว่าคนสมัยก่อนหลายพันปี ซึ่งก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด
แต่ไม่ว่าเราจะคิดแบบไหนก็ตาม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่าง “เบียร์” ก็คือเป็น 1 ในอุตสาหกรรมที่เติบโตอยู่พอสมควรในยุคสมัยนี้ ถึงแม้ว่าผลของมันจะให้โทษมากกว่า
มาดูตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ทั่วโลก (ข้อมูลจาก Statista.com)
จำนวนรายได้จากอุตสาหกรรมเบียร์ทั่วโลก
ปี 2012 จำนวนรายได้รวมที่ 15.1 หมื่นล้านบาท
ปี 2019 จำนวนรายได้รวมที่ 19.6 หมื่นล้านบาท
ปี 2025 คาดการณ์ไว้ที่รายได้ 26.2 หมื่นล้านบาท
นี่ถ้าเรานับการเติบโตเฉลี่ยเนี่ย จากปี 2012 ถึงปัจจุบัน (2019) ก็จะประมาณ +3.8%
และถ้าจากการคาดการณ์การเติบโตเป็นจริงเนี่ย จากปัจจุบัน (2019) จนถึงปี 2025 อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้อาจเพิ่มได้มากถึง 5% โดยเฉลี่ยเลยละ !
งั้นเรามาดู จำนวนการผลิตน้ำเบียร์ทั่วโลกกันดีกว่า
ปี 1998 จำนวน 6 แสนล้านลิตร
ปี 2019 จำนวน 1.9 ล้านล้านลิตร
นี่แสดงให้เพื่อนๆ เห็นสั้นๆได้ว่า ความนิยมของการดื่มเบียร์ ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใดเลยนะ
นี่ถือว่าจำนวนการผลิตเนี่ย เติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปีเลยนะ
แล้วเพื่อนๆรู้ไหมว่า ทวีปใดในโลกใบนี้ ที่มีการผลิตเบียร์มากที่สุด ?
อ้างอิงจากสถิติจาก Statista ข้างล่างนี่เลย เดี๋ยวเราสรุปให้นะ
- เอเชียเป็นทวีปที่มีการผลิตเบียร์มากที่สุด โดยมีส่วนแบ่งการผลิตอยู่ที่ 31.9% ซึ่งมากกว่ายุโรปที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งน้ำเบียร์อยู่ที่ 4.2%
- แอฟริกา และ ออสเตรเลีย มีการผลิตเบียร์น้อยที่สุด
- ออสเตรเลียมีการนำเข้าเบียร์จากอเมริกา และยุโรปค่อนข้างสูงกว่าผลิตเอง (อันนี้แอบแปลกใจเหมือนกัน แต่เบียร์ที่ดังๆจากออสเตรเลีย เราก็ดื่มกันเยอนะ เช่น Foster)
แล้วถ้าพูดถึงประเทศไหนที่มีการบริโภคเบียร์มากที่สุดกันละ ?
อันดับ 1 คงไม่พ้นอเมริกา (นึกถึงแบรนด์ Budweiser)
อันดับที่ 2 พี่จีน
แล้วอันดับแบรนด์ผู้ผลิตเบียร์ละ เป็นยังไงบ้าง ?
(อ้างอิงจาก Brand Finance ปี 2019)
อีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจคือ เทรนด์ของผู้บริโภคเบียร์ ในบ้าน / นอกบ้าน (ขอแถมนะ ไม่เกี่ยวกับหัวข้อหรอก แต่เป็นอาหารสมองให้เพื่อนๆ)
ตั้งแต่เกิดการระบาดของเจ้าไวรัส โควิด
จึงทำให้ อัตราการออกไปดื่มเบียร์นอกบ้านเนี่ย ตกลงมาประมาณ 30%
แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ Statista ยังคาดการณ์ว่า ในปีหน้า 2021 อัตราการสะท้อนของการเติบโตสำหรับการออกไปดื่มเบียร์นอกบ้านเนี่ยจะพุ่งไปเกือบ 40% เลยทีเดียว และอาจมากที่สุดในรอบ 10 ปี เลยก็ว่าได้ !!
น่าสนใจดีนะ กับเรื่องราวคร่าวๆเกี่ยวกับเบียร์
จริงๆอีกวงการนึงที่กำลังเป็นที่นิยม คือ "Craft Beer"
ที่เป็นที่นิยมก็คือ รสชาติที่ไม่ซ้ำจำเจ มีการเล่นกับ สีและกลิ่น
และแน่นอนว่า การเล่นกับความรู้สึกแปลกใหม่ของคน.... สามารถเล่นได้เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด
สรุปสั้นๆจากเราว่า เบียร์มีประโยชน์หรือไม่ ?
ถ้าเราดื่มแต่พอควร ดื่มในโอกาสสำคัญกับเพื่อนๆ
อาจจะดื่มในเย็นวันศุกร์ ฟังดนตรีสดสบายๆ
นั่นก็คงจะเป็นประโยชน์กับตัวเรา
ประโยชน์ในทีนี้คือ ความสุข การผ่อนคลาย และ มิตรภาพนะ
ถ้าอ้างอิงในเรื่องของสุขภาพ ก็คงมีผลกระทบในมุมให้โทษเสียมากกว่า
แต่ถ้ารู้จักยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ไม่ให้เลยเถิด..ก็จะดีที่สุด :)
ความคิดเห็น
Ohmkun-ShiNoHaRa
ขอบคุณครับ ปล.ป่ะ! สักทาวน์มะล่ะ!
21 พ.ย. เวลา 16:12
1
Simple Journey
สักทาวน์มะละ แต่พรุ่งนี้ทำงานแว้ว 🤣
22 พ.ย. เวลา 06:18
1
21 พ.ย. เวลา 10:43
1
Simple Journey
ต้องเรียกว่ากระหายแทนนน
22 พ.ย. เวลา 06:18
1