สรุปหนังสือ เทคนิคอ่านให้ไม่ลืม ที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ
“อ่านหนังสือแล้วได้ประโยชน์จริงๆรึเปล่า?”
1
หลายคนคงเคยถามตัวเองแบบนี้ รวมทั้งตัวจูลด้วยค่า 555
 
อ่านหนังสือได้อะไร?
1. ได้ความรู้
สิ่งสำคัญในชีวิตหลัก ก็เป็น เงิน เวลา ความรู้ ความสัมพันธ์ สุขภาพ ...หนังสือให้พวกนี้
(ซึ่งสิ่งที่เราอยากได้ เป็นทรัพย์สินที่สำคัญมากๆนะคะ ถึงแม้จับต้องไม่ได้ แต่มีคุณค่ามหาศาล)
ความรู้ ในที่นี้ ไม่ใช่แค่รู้ แต่ต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย
ข้อมูล คือ ความรู้ที่ถูกตัดแบ่ง เราค้องมาทำความเข้าใจ + ตกผลึก จนนำมาทำเป็นประโยชน์ได้
หนังสือจึง เกิดจาก ผู้เขียนได้ทำทุกอย่างขั้นต้น ให้เราเข้าใจ ทำให้เราประหยัดเวลาไปได้เยอะ
2. ซื้อประสบการณ์คนสำเร็จ หรือคนที่เคยลองผิดลองถูกมาก่อน
ยิ่งอยากจะเริ่มอะไรใหม่ๆ การอ่านหนังสือ เหมือนซื้อประสบการณ์ ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย
คนเก่งมักเตรียมพร้อมที่จะรับโอกาสตลอดเวลา
เหมือนเราเตรียมแปลงดินเอาไว้ เมล็ดดอกไม้มาถึง ก็พร้อมงอกงามได้ทันที
3. ช่วยลดความเครียดได้ด้วย
เพราะเรารู้สึกว่ามีทางออก และ ฉลาดขึ้น
4. เป็นการฝึกสมอง กระตุ้นสมอง
ลดการเกิดโรคสมองเสื่อม
5. เปลี่ยนแปลงชีวิตจากที่เป็นอยู่ และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น
การอ่านหนังสือ ทำให้เรามีประสบการณ์ มีตัวเลือกที่มากขึ้นมาช่วยแก้ปัญหา ทำให้มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น เหมือนกับคนที่มี 10 วิธี กับ 1 วิธี ทำให้มีรายได้ 10 ล้านเยน คนไหนมีโอกาสมากกว่ากัน
6. มีพัฒนาการ และการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ไม่ใช่แค่อ่านเพื่อรู้หรือการบันเทิงเท่านั้น
ซึ่ง การพัฒนา เกิดจากการจำเนื้อหาของหนังสือได้ก่อน อีกมั้งหากมีความสนใจ จะเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาต่อไป
7. มีรายได้มากขึ้น
 
ไม่ใช่รอมีรายได้เยอะก่อนแล้วค่อยมาอ่าน อย่าลืมว่าเป็นการฝึกนิสัย และ การเตรียมความพร้อม
เทคนิค ‘อ่านแล้วจำได้ไม่ลืม’
1. อ่านหนังสือพร้อมจดโน้ตหรือใช้ปากกาเน้นข้อความส่วนสำคัญ
2. เล่าเนื้อหาให้คนอื่นฟัง หรือแนะนำหนังสือให้คนอื่นอ่าน
3. เขียนแบ่งปันความรู้สึก สิ่งฉุกคิด หรือคำคมลงบนโซเชี่ยว
4. เขียนบทวิจารณ์หนังสือ รีวิว
5. อ่านในขณะว่างช่วงสั้นๆ สมองจะถูกกระตุ้นมากกว่าอ่านไปเรื่อย
1
6. ทำความเข้าใจเนื้อหาจนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นได้
“เทคนิคการอ่านให้จำได้ไม่ลืม” ของจิตแพทย์ฉบับลงภาคสนาม
1. แสกนภาพรวมของหนังสือทั้งเล่ม กำหนดเป้าหมายการอ่าน
2. อ่านส่วนที่อยากรู้ก่อน
1
ไม่จำเป็นต้องอ่านตั้งแต่หน้าแรก
3. อ่านหนังสือที่รู้สึกว่ายาก
สมองถูกกระตุ้นมากสุด ตอนรู้สึกว่ายาก หรือท้าทาย สมองจะหลั่ง สารโดปามีนออกมา
1
4. มีความสุขและประทับใจกับการอ่าน
5. รีบอ่านหนังสือที่อยากอ่านให้เร็วที่สุด
6. หาโอกาสพบนักเขียน
ฟังสัมมนา คำบรรยาย พูดคุย ได้เห็นสีหน้าท่าทาง
เคล็ดลับเจอหนังสือที่ตอบโจทย์
1. เลือกหนังสือที่อยากอ่าน ไม่ใช่หนังสือขายดี
เริ่มจากความรู้ที่เหมาะสมกับเรา เพื่อพัฒนาตนเอง อ่านให้รู้ทั้งกว้างและลึก เสริมจุดเด่นมากกว่าลบจุดด้อย
 
 2. วิธีเลือกหนังสือ อาจฟังจากคนแนะนำ อ่านรีวิวว่าเล่มไหนน่าสนใจ ดูสารบัญว่าน่าสนใจไหม ดูปกหลัง คำโปรยว่าน่าสนใจไหม
เคล็ดลับการซื้อหนังสือที่ช่วยให้ “ชีวิตมั่งคั่ง” ของจิตแพทย์
.....จงสะสมความรู้แทนเงิน.....
มีคำสอนหนึ่งที่ตกทอดมาในหมู่ชาวยิว นั่นคือ “ทรัพย์สินเงินทองอาจถูกขโมยไปหมดได้ แต่ความรู้ไม่มีใครขโมยได้”  เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
“ตั้งงบซื้อหนังสือต่อ 1 ปี” และ ตัดสินใจซื้อหนังสืออย่างรวดเร็ว ไม่ควรเกิน 1 นาที จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าซื้อดีไม่ซื้อดี
ทริคส่วนตัวของจูลเอง
ปกติ จูลจะเข้าไปดูรีวิวหนังสือก่อนค่า ว่าที่ได้ยินคนแนะนำมา ดูน่าสนใจไหม ตรงกับเป้าหมายของเราไหม
หากน่าสนใจ จะไม่ได้ซื้อในทันที แต่จะเซฟรูปเก็บไว้ในลิสรายชื่อหนังสือที่สนใจ
เมื่อมีสัปดาห์หนังสือ หรือ สำนักพิมพ์ไหน ที่มีโปรโมชั่น จะซื้อมาทีเดียวเลย ทำให้ได้ราคาที่ประหยัดขึ้น
เพราะฉะนั้นแล้ว จูลจะวางแผนการซื้อหนังสือเอาไว้เป็นปีๆเลย พอซื้อที สามารถเอามาดอง.. แอร๊ย..เอามาเก็บไว้อ่านได้เป็นปีเลยค่ะ
แล้วเพื่อนๆ อ่านหนังสือกันอย่างไรบ้างคะ
เพิ่มการพัฒนาตัวเองวันละนิด
เหมือนเติมวันละ 1 องศา
1 วัน อาจจะไม่มีอะไร
10 วันไม่มีความต่าง
แต่ 100 วันล่ะ 1000 วันล่ะ
จะเปลี่ยนแปลงไปโดยแทบไม่เห็นร่องรอยเดิม
มาร่วมกันหา1องศา เพื่อเติมเต็มวงล้อชีวิตให้สมบูรณ์ไปกับเพจองศาที่หายไป
👍🏻เลื่อนนิ้วโป้งกด Like กด Share ให้จูลสักนิด..เพื่อชีวิตที่มีกำลังใจให้จูลนะคะ..ขอบคุณค่ะ
💎หากชอบบทความ..สามารถมอบเพชรเป็นขวัญและกำลังใจให้จูลได้นะคะ^^
⭐️ติดตามที่ Blockdit
❤️ติดตามที่ Youtube
💙ติดตามที่ Facebook

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
สามล้อ^^_^^
สร้างแรงบันดาลใจอีกแร้วววว คราวหน้าไปงานหนังสือขอติดสอยห้อยตามไปด้วยดีกว่า 555555 ปล พี่คิดเสมอว่า หนังสือทุกเล่ม คือการกลั่นกรอง และความพยายามขั้นสูงสุดในแต่ละช่วงเวลาของผู้เขียนอยู่แล้ว เราแค่เปิดมาอ่านก้อได้ความรู้ สาระเพิ่มแล้ว โดยที่เราไม่ตัองไปค้นคว้าไขว่หาอะไรให้เหนื่อยเลย เน้อะๆๆ
21 พ.ย. 2020 เวลา 16:56
องศาที่หายไป | The Missing Piece
เอาไปตลอดค่ะ 555
22 พ.ย. 2020 เวลา 10:37
ต้นไผ่
อ่านบทความนี้แล้วได้ทบทวน ว่าอ่านหนังสือ แล้วได้อะไร ขอบคุณนะคะน้องจูล
21 พ.ย. 2020 เวลา 14:55
ต้นไผ่
พึ่งเปิดได้ไม่นานค่ะ ยังไม่ถึงเดือน
21 พ.ย. 2020 เวลา 15:17
คนไทยตัวเล็กเล็ก
แปะก่อนค่ะ เดี๋ยวมา
21 พ.ย. 2020 เวลา 14:32
องศาที่หายไป | The Missing Piece
มาไวๆนะคะ พี่ภา คิดถึงค่ะ ^^
21 พ.ย. 2020 เวลา 15:04