นักวิเคราะห์เสียงแตก! ทองจะไปยังไงต่อ Citi, Goldman มองขึ้น Morgan Stanley มองลง
1
ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดดัชนี Dow Jones พุ่งทะลุ 30,000 จุด
เป็นที่เรียบร้อย สวนทางกับราคาทองคำที่ร่วงแรงหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,850 $/oz. ซึ่งก่อนหน้านี้เอาอยู่มาตลอดเป็นที่เรียบร้อย
1
แม้ว่าปีนี้ผลตอบแทนของทองคำจะโดดเด่นมาก แต่แนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดการณ์
ว่ากำลังจะฟื้นตัวหลังจากมีข่าวดีเรื่องวัคซีนนั้นเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองอย่างต่อ
เนื่อง
โดยถ้าพิจารณาแค่ 1 เดือนที่ผ่านมานั้นถือว่าทองคำทำได้แย่มาก ๆ โดยราคาร่วง
ไปกว่า 7% อย่างรวดเร็ว คือเดือนที่แล้วยังเห็นบาทละ 28,000 กันอยู่แว๊บ ๆ
เผลอแป๊บเดียวเหลือบาทละ 26,000 แล้ว!
ทองคำเป็นขาลงแล้วใช่ไหม? ก่อนหน้านี้คุณได้อ่านแนวคิดของนักลงทุนระดับโลก
อย่างจิม โรเจอร์สและเจมส์ ริคการ์ด รวมถึงเจ้าของเหมืองทองคำอย่างร็อบ
แม็คอีเวนนั้น พวกเขาเหล่านี้มักจะชื่นชอบทองคำเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วจึงต่อให้
ทองคำลงจะแรงแค่ไหน พวกเขาก็ยังคงแน่วแน่และแนะนำให้คุณสะสมทองคำต่อไป
แต่วันนี้ผมจะพาคุณมาดูความเห็นของนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชื่อดังกันบ้างว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับทองคำ ซึ่งก็มีทั้งคนที่มองว่าจะขึ้นและจะลง ทว่าแต่ละเหตุ
ผลของพวกเขานั้นน่าสนใจมาก ๆ อ่านจบแล้วคุณจะได้เปิดมุมมองและนำไปปรับใช้ในการลงทุนของคุณได้แน่นอนครับ
Citi และ Goldman Sachs มองว่าขาขึ้นของทองคำยังไม่จบ
Aakash Doshi ประธานฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์จาก Citi ให้ความเห็นว่าทองคำจะยังคงเป็นขาขึ้นต่อไป แม้ว่าข่าววัคซีนจะทำให้ราคาทองคำร่วงอย่างหนัก เหตุผลนั่นเป็นเพราะมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของ Fed ที่ยังคงดำเนินต่อไป
และเมื่อคำนวณมูลค่าทองมูลค่าทองคำโดยปรับอัตราเงินเฟ้อแล้วพบว่า ณ ราคา
ปัจจุบันนั้นทองคำมีมูลค่าต่ำกว่าปี 1980 ถึงประมาณ 1 ใน 3 ทาง Citi จึงคาดว่า
ราคาทองคำจะดีดกลับไปอยู่ที่ 1,900 $/oz. ในปีนี้และขึ้นต่อไปถึง 2,000 $/oz.
ในปีหน้า
มาที่ Goldman Sachs ก็มองว่าทองคำจะยังเป็นขาขึ้นเช่นกัน เพราะความกังวล
เรื่องเงินเฟ้อและความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์นั้นจะทำให้ธนาคารกลางของประเทศ
ต่าง ๆ พิจารณาสะสมทองคำมากขึ้น ทำให้อุปสงค์ของทองคำนั้นสูงขึ้น ทาง
Goldman Sachs จึงคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะขึ้นไปถึง 2,325 $/oz. ในปีหน้า
และมีลุ้นขึ้นต่อไปถึง 2,700 $/oz.
Morgan Stanley, World Platinum Investment Council และ Macquarie
มองว่าทองคำได้เปลี่ยนเป็นขาลงแล้ว
Susan Bates นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley บอกว่าเธอมองเห็น
“bear factors” หรือ “ปัจจัยหมี” ในตลาดทองคำจากการมาของวัคซีนนั้นจะทำให้
เกิดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้นในที่สุด
และเธอยังกล่าวเสริมว่านักลงทุนบางรายกำลังย้ายเงินจากทองคำไปยังโลหะมีค่า
อื่น ๆ ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว เช่น แร่เงิน
(silver) ที่ใช้ในแผงโซลาร์เซลล์ หรือ แพลตตินัมที่ใช้ในเครื่องฟอกอากาศก็กำลัง
ราคาสูงขึ้น
Trevor Raymond ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ World Platinum Investment
Council ได้ให้ความคิดเห็นแบบสั้น ๆ ได้ใจความว่า “The vaccinations will reduce risk therefore gold is less desirable as a risk hedge” หรือแปลแบบเข้า
ใจง่าย ๆ คือ “ทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง การที่วัคซีนมาทำให้ความ
เสี่ยงลดลง ความต้องการถือทองคำจึงลดลง”
ส่วนมุมมองของ Marcus Garvey นักวิเคราะห์จาก Macquarie นั้นน่าสนใจมาก
ครับ เขาบอกว่าทองคำจบขาขึ้นแล้ว โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับปี
2013 (ตอนที่ทองคำร่วงจากเกือบ 1,800$ เหลือราว ๆ 1,200$) ว่าตอนนี้วิกฤตเริ่มมีทิศทางที่คลี่คลายและความคาดหวังต่อนโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติมนั้นลดลง
(หมายความว่าแม้การพิมพ์เงินและมาตรการกระตุ้นจะยังมีต่อไป แต่ความเข้มข้น
นั้นจะลดลง)
และ Marcus ยังได้พูดถึงประเด็นเรื่องเงินเฟ้อกับราคาทองคำที่สรุปโดยสังเขปได้ว่า เขาเองก็คาดการณ์ว่าจะเกิดเงินเฟ้อขึ้นในอนาคต แต่ทองคำก็ไม่ใช่ตัวเลือกเดียวที่
จะป้องกันเงินเฟ้อได้ เพราะราคาสินค้าทุกอย่างก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน บางทีการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ จึงอาจน่าสนใจมากกว่า
นอกจากนี้ยังมีความย้อนแย้งคือ ถ้าเกิดเงินเฟ้อขึ้นจริง ๆ ธนาคารจะเพิ่มอัตราดอก
เบี้ยให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ทองคำที่ไม่ออกดอกออกผลนั้นน่าสนใจลดลง ปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้ทาง Macquarie คาดว่าราคาทองคำจะลดลงเหลือ 1,550 $/oz. ในปีหน้า
ได้อ่านเหตุผลจากนักวิเคราะห์ไปแล้ว เพื่อน ๆ คิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ราคาทองคำจะเป็นยังไงต่อไป ผมก็อยากรู้เหตุผลของเพื่อน ๆ บ้าง คอมเมนท์มาคุยกันครับ
ปล. คุยเรื่องทองคำบ่อย ๆ ผมต้องเปลี่ยนชื่อช่องแล้วไหมครับ? ฮ่าๆๆ
.
แอดปุง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้