สรุปข่าวรอบสัปดาห์ ข่าวดีเพียบ หุ้นขึ้น Bitcoinพุ่ง ทองร่วง แต่IMFเตือนให้ระวัง
( ไลฟ์วันที่ 24 พ.ย.2563)
1.มีแต่ข่าวดี ดันดัชนีดาวโจนส์ และSET พุ่ง หุ้นกลุ่มแบงค์เริ่มกลับตัว
หากกล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ ตัวเลขตลาดหุ้นต่างๆของโลก ออกมาในทิศ
ทางที่ดี อย่างเช่น ตลาดหุ้นดาวโจนส์ตอนนี้ทำ All Time High เป็นที่เรียบร้อย
แล้วตลาดหุ้นบ้านเราก็แตะ 1400 จุด เช่นกัน โดยหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่เรากล่าวถึง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ดีดตัวขึ้นเช่นกัน อย่างเช่น Kbank ขึ้นจาก 77 บาท เป็นหลัก
ร้อยแล้ว ขึ้นมาประมาณกว่า 40%
การส่งสัญญาณแบบนี้ คำถามก็คือเศรษฐกิจมันกำลังจะฟื้นตัวจริงๆหรือไม่
เพราะถ้าวิกฤตเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรกลุ่มธนาคารก็ยังมีความเสี่ยงสูง
หุ้นธนาคารก็เป็นหุ้นที่พักตัวมานาน หมายความว่า ราคาดิ่งลงในช่วงไวรัสโควิด
หุ้นตัวอื่นดีดกลับขึ้นมา แต่หุ้นธนาคารยังไม่ขึ้นตาม แต่ตอนนี้หุ้นธนาคาร ดีดกลับ
ขึ้นมาแล้ว มันเป็นสัญญาณที่บอกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวใช่หรือไม่?
ซึ่งหากดูภาพรวมจากข่าว มีสัญญาณที่ดี อย่างเช่น
- ข่าววัคซีน ที่ออกมาบ่อยขึ้น อาจมองได้ว่า การได้ใช้วัคซีนจริงๆอาจจะใกล้เข้ามา
- ข่าวการเมืองของสหรัฐ ตอนนี้ โจ ไบเดน กำลังจัดคณะทำงานแล้ว รวมทั้ง
โดนัลด์ทรัมป์ ออกมาประกาศว่ายอมหลีกทางให้ โจ ไบเดน ขึ้นรับตำแหน่งแล้ว
เมื่อมองภาพเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ละประเทศก็มีตัวเลขการผลิตที่ดีขึ้น เหมือนว่าจุด
ต่ำสุดได้ผ่านไปแล้ว การส่งออกติดลบน้อยลง องค์ประกอบทุกอย่างออกมาดี
แล้วมาลองดูกันครับ ว่าเงินจะไหลไปทิศทางใด?
เราจะเห็นได้ว่า เงินไหลเข้ากองทุนของสหรัฐ 53,000 ล้านบาท ในสัปดาห์ล่าสุด
ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี เมื่อ โจ ไบเดน เข้ามารับตำแหน่ง
2. Warren Buffett ซื้อหุ้นมากที่สุดในรอบปี สัญญาณดีของเศรษฐกิจโลก?
ไม่ทราบว่าเป็นสัญญาณหรือไม่ เมื่อ Warren Buffett ได้เข้าซื้อหุ้นมากที่สุดใน
รอบปี แต่ที่น่าสนใจคือ เงินลงทุนมาจากที่ใด?
จากที่เรารู้กันว่า Warren Buffett ถือเงินสดมานาน จึงสามารถเข้าซื้อหุ้นได้ทันที
ซึ่งเป็นเรื่องมุมมอง ที่หลายคนบอกว่า เราต้องซื้อหุ้นตาม Warren Buffett
พอร์ตถึงจะเติบโต แล้วทำไมการเข้าซื้อของ Warren Buffett ถึงมีศักยภาพ
นั่นก็คือ Warren Buffett ใช้เงินของ Berkshire Hathaway เป็นบริษัทลงทุนระดับโลกลงทุนด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีบทบาทอีกอย่างหนึ่ง คือ การดูแลการรักษาการเงิน
ในทางกลับกัน หากเรามองในสัดส่วนการลงทุนของเราเอง เราลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้มากกว่า อีกอย่างคือความเหลื่อมล้ำของการรับรู้ข้อมูล ปัจจุบัน โมเดลทางธุรกิจ
เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน เราจึงไม่สามารถคาดการณ์ผล
ประกอบการได้เลย
3.ภาคการเงิน ทั้ง IMF, FED และ ECB มองทิศทางเดียวกันว่า “เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น
ตัว”
ในด้านของตลาดคือ กำลังมองบวก แต่ทางด้านเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว เพราะว่า
ตลาดหุ้นจะรับข่าวอนาคตมากกว่าอยู่แล้ว ตามความคาดหวังของคน แต่ประเด็น
สำคัญก็คือ ภาคการเงิน ทั้ง FED หรือ ECB หรือธนาคารกลางประเทศต่างๆ
กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ยังคงมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ IMF ออกมา
ประกาศว่า ระวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตอนนี้จะหยุดชะงัก เพราะแต่ละประเทศยัง
อยู่ในระดับที่เสี่ยง ทั้ง การระบาดและการเงิน อย่างเช่นทาง ECB ออกมาประกาศ
ว่า การแจกเงินต้องแจกอย่างมีคุณภาพด้วย หรือกล่าวอย่างมีนัยว่า “ภาคการเงิน
ยังไม่ฟื้นตัว”
จะเห็นได้จากหนี้ของแต่ละประเทศยังคงสูง เพราะว่าเรื่องการระบาดยังไม่สิ้นสุด
เรื่องการช่วยเหลือยังไม่สิ้นสุด รวมถึงสิ้นสุดแล้วก็ต้องมีการกู้เงินก้อนใหญ่อีกหลายก้อน เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมา ซึ่ง IMF กล่าวว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วมีแข็ง
แกร่ง อย่างเช่น ยุโรป, สหรัฐ, ญี่ปุ่น เพราะแต่ละประเทศสามารถพิมพ์เงินแก้
ปัญหาได้
แต่ประเทศที่กำลังมีปัญหาคือ ประเทศเกิดใหม่ ที่ค่าเงินมีปัญหา ภาระหนี้สูง
แต่รายได้จากการเก็บภาษีต่ำ ถ้าประเทศเหล่านี้พิมพ์เงินเพื่อมาใช้หนี้ หรือใช้ธนา
คารกลางเข้าไปซื้อตราสารทางการเงิน จะทำให้เสถียรภาพทางการเงินเปราะบางลงไปอีก นี่คือจุดเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ซึ่งประเทศเหล่านี้มีเป็นร้อยประเทศ จะเห็นได้ว่าภาคธุรกิจจริง กับภาคการเงิน ซึ่งแยกออกจากกันชัดเจน เรารอลุ้นทั้งสองภาคที่
เข้ามาบรรจบกัน เลยอยากเตือนให้ทุกคนอย่าประมาท
1
4. พิมพ์เงินเข้าระบบเยอะ ดันตัวเลขเศรษฐกิจสูงเกินจริง จะอยู่ได้นานแค่ไหน
มาวิเคราะห์กันว่า ทิศทางของโลกตอนนี้กำลังไปทิศทางใด อาจเป็นไปได้ว่า ตัวเงินหรือ Money Supply ผลักดันให้ตัวเลขต่างๆ ดูเกินจริง ต้องยอมรับว่า ดอกเบี้ยตอนนี้เข้าใกล้ศูนย์ ล่าสุดตอนนี้ทาง FED ออกมาประกาศว่า “การพิมพ์เงินและการแจกเงินเป็นสิ่งจำเป็นมาก”
Money Supply ของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ อังกฤษ ยุโรป ออสเตรเลีย
ญี่ปุ่น เติบโตอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากเราสังเกตปริมาณเงินมันเยอะมาก ที่ไหลเข้า
ตลาดหุ้น เข้าไปซื้อหุ้นกู้ ไปแจกเงินในระบบ ทำให้ผลักดันสินทรัพย์ในตลาดสูงขึ้น
ด้วย
ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ยต่ำ อาจจะเกิดจากการกดอัตราดอกเบี้ยด้วย ในความเป็นจริง
ไม่ควรจะต่ำขนาดนี้ ตลาดเงินกำลังถูกบิดเบือน ประเด็นคือ ขณะนี้ได้ถูกบิดเบือน
มานานแล้ว จนทำให้คนไม่รู้สึกกลัวแล้ว ตั้งแต่ปี 2008 ยังไม่เกิดอะไรขึ้นเลย
การที่เราเข้าใจว่า การบิดเบือนตลาดนั้นจะอยู่ได้ไม่นาน อย่างเช่น การที่อเมริกา
พิมพ์เงินเข้าระบบไม่นานเศรษฐกิจคงจะพัง แต่ปัจจุบันก็ยังยืนอยู่ได้ คือฉีกตำรา
เศรษฐศาสตร์ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีใครสามารถวิเคราะห์ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า หลายคนเข้าใจว่า หุ้นขึ้นแล้ว เศรษฐกิจจะฟื้นตัว คนที่อยู่ในตลาดจะมีอารมณ์
ร่วมสูง สุดท้ายแล้วมูลค่ากิจการก็ต้องมาจากกำไรสุทธิที่กิจการนั้นทำได้ในอนาคตอยู่ดี
1
แต่ก็มีข่าวดีอย่างที่ทุกคนรู้คือ วัคซีนมาแล้ว ลุ้นที่จะเปิดเมือง ถึงทั่วโลกจะเปิดเมืองแล้วก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกประเทศจะฟื้นตัว เพราะฐานะทางการเงินและหนี้สินสูงมาก ถ้าจะขึ้นดอกเบี้ยทุกคนพังหมด และเป็นไปได้ที่จะมีการอัดฉีดเงินนอกระบบ
รอบใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณ
เรามากล่าวถึง โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกา จากพรรคเดโมแครต
ซึ่งนโยบายของพรรคนี้ค่อนข้างที่จะใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากจึงมีโอกาสขาด
ดุลงบประมาณหนักขึ้น ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าการที่ โจ ไบเดน เข้ามาอาจทำ
ให้หนี้ของสหรัฐสูงขึ้นไปอีก
5.ทองคำร่วง Bitcoin พุ่ง ลุ้นทองคำกลับมา
เรามาทิ้งท้ายกันที่เรื่องทองคำ และ Bitcoin เรามาเริ่มที่ทองคำกันครับ ต้องยอม
รับว่าทองคำนั้นร่วงจริงๆ แต่ก็มีเหตุผลของมัน คือ 1.วัคซีนเข้ามา 2. ทุกอย่างดูคลี่
คลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจภาพรวม เรื่องของทรัมป์ยอมหลีกทางให้ไบเดน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ทองคำจะลง เพราะเมื่อทุกคนมองว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ความเชื่อมั่นมากขึ้น คนก็จะย้ายเงินจากทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ไปลงทุนที่สินทรัพย์
เสี่ยง อย่างเช่นตลาดหุ้น มากขึ้น
แต่ให้ความสนใจไปที่ Bitcoin เพราะแต่ก่อนเราเชื่อกันว่า Bitcoin เปรียบเสมือน Digital Gold ที่จะเคลื่อนไหวไปตามทองคำ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ทองคำลง แต่ Bitcoin ราคาสูงขึ้น จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะว่า Bitcoin มันจะไม่เคลื่อนไหวตามสิน
ทรัพย์ใดๆเลย
หากกล่าวถึง ข่าวความมั่นใจของคนนั้นสูงมาก ดันตัวเลขหุ้นดาวโจนส์สูงขึ้น ผมคิดว่า คนมั่นใจในตัวเลขเศรษฐกิจปีหน้าจะดี แต่สำหรับตัวผมมองว่ามันยังอ่อนไหว
โครงสร้างทางการเงินยังมีความเสี่ยงสูง อาจจะมองได้ว่า ข่าวดีเกินจริงหรือไม่
เพราะไม่มีผู้ใดกล่าวถึงการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ยังไม่เห็นทางออกคำถามคือโลก
เราจะขับเคลื่อนไปด้วยหนี้จำนวนมหาศาลได้อย่างไร?
การแก้ปัญหาเป็นไปได้ยาก ไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ ไม่สามารถขึ้นภาษีได้
สุดท้ายแล้วการเดินทางแบบนี้ ต้องมีจุดสิ้นสุด ต้องกลับไปที่จุดสมดุล สมเหตุสมผล ในความคิดของผม ยังไงทองคำก็จะกลับมา เพราะถ้ามีปัญหาแบบนี้ ต้องแก้ด้วย
การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไป เมื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปแล้วก็จะทำให้เกิดเงินเฟ้อ เมื่อเงิน
เฟ้ออาจผลักดันให้ราคาทองคำขึ้น เราก็เห็นได้จากจีนยังคงถือทองคำอยู่ จะขึ้นมากขึ้นน้อยเราไม่สามารถรู้ได้
ส่วน Bitcoin นั้น ยังเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและควรที่จะศึกษา เพราะเป็นทรัพย์สินที่ไม่เคยมีมาก่อนบนโลกใบนี้ เป็นทรัพย์สินดิจิตอลทางเลือกทางหนึ่ง มีราคาขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของคน ยิ่งคนเชื่อมั่นมาก ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปด้วยครับ
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ที่มาแลกเปลี่ยนความคิด
เห็นกัน การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ต้องใช้วิจารณญาณของคุณเอง ที่จะเลือกลงทุน
แล้วเพื่อน ๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ มาแชร์กันครับ
.
แอดปลา
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้