“ทรัมป์” ยอมยกธงขาว พร้อมถ่ายโอนอำนาจแล้ว
สภาคองเกรสประกาศรับรอง "ไบเดน" เป็นปธน. คนที่ 46
ท่ามกลางความวุ่นวายมาตลอดทั้งวันในการประชุมเพื่อรับรองมติผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของนาย โจ ไบเดน จนเป็นเหตุให้เกิดการก่อความไม่สงบ กลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ บุกอาคารรัฐสภา จนการประชุมต้องหยุดชะงัก เป็นผลให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจกรุงวอชิงตัน ดีซี ต้องใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุกเพื่อระงับเหตุจนมีผู้เสียชีวิตภายในอาคารัฐสภา 4 ราย และทรัมป์ ผู้เป็นสาเหตุของการปลุกระดมมวลชนต้องถูกแบนบัญชีโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะทวิตเตอร์เป็นเวลาถึง 12 ชั่วโมง
ล่าสุดทวิตเตอร์ของ Dan Scavino โฆษกประจำทำเนียบขาว ได้ทวิตข้อความล่าสุดจากสาส์นที่ทรัมป์สื่อออกมา เนื่องจากบัญชีทวิตเตอร์ของทรัมป์ถูกระงับว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ยอมรับผลการเลือกตั้งแล้ว และจะมีการยอมโอนถ่ายอำนาจต่อให้อย่างสงบ
1
“แม้ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิงกับผลการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตามจะมีการเปลี่ยนแปลงส่งต่อหน้าที่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในวันที่ 20 มกราคม”
"ฉันย้ำเสมอว่าเราจะสู้ต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการนับคะแนนเสียงเฉพาะคะแนนที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แม้ว่านี่จะเป็นการสิ้นสุดวาระแรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์ประธานาธิบดี แต่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อสร้างอเมริกาให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง!"
นั่นหมายความว่าทรัมป์ยอมลงจากอำนาจตามกฎหมายแล้ว ประกอบกับวันนี้หลังจากที่เหตุการณ์ชุลมุนผ่านพ้นไปสภาครองเกรสได้ ได้ประชุมต่ออีกครั้งเพื่อรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้งทั้งสิ้น 538 คน ซึ่งพรรคเดโมแครตของไบเดนคว้าคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งไป 306 เสียง ขณะที่พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับ 232 เสียง
ซึ่งบรรยากาศในห้องประชุมมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างคือ สมาชิกสภาพรรครีพับลิกันที่เคยจะยกมือค้านการรับรองผลของไบเดนเพื่อที่จะช่วยทรัมป์ ต่างพากันเปลี่ยนจุดยืนยุติการคัดค้าน สมาชิกบางคนที่เป็นเพื่อนกับทรัมป์มานานยังแสดงความผิดหวังอย่างมากกับการที่ทรัมป์ปลุกระดมจลาจลจนถึงกับจะตัดความสัมพันธ์ต่อกัน
4
เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในรัฐบาลของทรัมป์ต่างลาออกกันเพียบ เพราะรับไม่ได้กับการกระทำที่เป็นการเหยียบย่ำประชาธิปไตยของสหรัฐและของโลก
ดังนั้นโจ ไบเดน จึงได้ถือว่าเป็นประธานาธิบดีลำดับที่ 46 ของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการถูกต้องตามกฎหมาย
ความคิดเห็น
pech
..เคยเข้าข้างม๊อบฮ่องกง ด่าจีน ตอนนี้ต้องกลืนเลือดและน้ำลายตัวเอง.. กฏแห่งกรรมจริงๆ
7 ม.ค. เวลา 14:10
Jarurote
อย่าไว้ใจทรัมพ์คนๆ นี้เด็ดขาดแม้ไบเดนเข้ามาแทนแล้ว. เพราะมันก็เป็นนักธุรกิจที่มีนิสัยคล้ายกับคนไทยคนนึงที่แพ้เกมการเมืองไม่เป็นแต่หนีออกนอกประเทศแล้วสั่งคนปลุกระดมแบบนี้ได้. คนแบบนี้ก็ใช่ย่อยนะ
7 ม.ค. เวลา 14:10
โตมากับเขา
กำลังตามข่าวนี้เลยขอบคุณค่ะ
7 ม.ค. เวลา 12:18